เว็บไซต์ อิมาม อัลฮะซะนัยน์ (อลัยฮิมัสลาม)เพื่อคุณค่าและสารธรรมอิสลาม

อำนาจการปกครองในทัศนะของอิมามโคมัยนี (ร.ฎ.) ตอนที่ 1

2 ทัศนะต่างๆ 04.0 / 5

อำนาจการปกครองในทัศนะของอิมามโคมัยนี (ร.ฎ.)  ตอนที่ 1


บทความนี้ แปลจาก หนังสือวิลายัตฟะกีฮ์ แลเซาะฮีฟะตุ้ลนูร
เขียนโดย อิมามโคมัยนี (ร.ฎ.)


บทที่หนึ่ง   :   ศาสนาและการเมือง


อิสลามวิถีทางแห่งการเมือง
การต่อสู้ดิ้นรนแสวงหาปัจจัยยังชีพ  รวมทั้งสิ่งที่ผูกพันกับโลกแห่งวัตถุ  ตลอดจนการวางรากฐานจัดตั้งสังคม ประเทศ เป็นวิถีทางอย่างหนึ่งเพื่อการดำรงชีวิตของมนุษย์  ในขณะที่อิสลามก็มีสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เช่นกัน  แทบไม่น่าเชื่อเลยว่า ในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานและวจนะของท่านศาสดา (ศ็อลฯ)  สาระทางการเมือง ถูกกล่าวถึงมากกว่าสาระทางอะมั้ลอิบาดะฮ์ การเคารพภักดี  ตำรานิติศาสตร์อิสลาม (ฟิกส์) หากนำมาเทียบสัดส่วนสักห้าสิบ หรือหกสิบเล่ม  จะพบเพียงเจ็ดถึงแปดเล่มเท่านั้น ที่มีสาระในเรื่องของอะมั้ลอิบาดะฮ์  นอกจากนั้น ล้วนมีเนื้อหาสาระทางด้านการเมือง สังคม ตลอดจนเรื่องที่ผูกพันต่อวิถีดำเนินชีวิตของมนุษย์ทั้งสิ้น  เราเองต่างหากที่ยึดเอาแค่เพียงสิ่งที่เป็นขั้นพื้นฐานของหลักการ  โดยละเลยให้สิ่งสำคัญเหล่านี้ต้องถูกมองข้ามอย่างไร้คุณค่า  อิสลามถูกมองอย่างน่าเสียหาย  จนทำให้เราหลงเชื่อเช่นกันว่า  อิสลามไม่มีความผูกพันอันใดกับการเมือง

อิสลาม คือ ศาสนาที่มีความผูกพันกับการเมือง  เป็นระบบการปกครองที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง  ถ้าสังเกตและพิจารณาจากคำสั่งของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ)  และบรรดาอิมาม (อ.) หรือสาสน์ของท่าน อมีรุลมุอ์มินีน อะลี อิบนิ อบีฏอลิบ (อ.)  ที่มอบให้แก่ท่านมาลิก อัซตาร บนสภาวะสงคราม การบริหาร หรือบทบาทในการต่อสู้ทางการเมือง  ล้วนแล้วแต่มีคุณค่าอย่างมหาศาล  นับว่าเป็นเรื่องน่าเศร้าที่เราไม่นำเอามาใช้ให้เกิดประโยชน์  อิหร่านมีหลายสิ่งหลายอย่างแต่กลับมอบมันให้แก่ผู้อื่น  เรามีแบบฉบับ ตำรับตำราคำสอนมากมาย แต่กลับตกเป็นเป้าถูกโจมตี กล่าวคือ ภายหลังเส้นทางถูกเปิดสู่เอเชียและตะวันออก เหล่านักสำรวจได้มุ่งหน้าเข้าสู่อิหร่าน เพื่อสำรวจและค้นคว้าเป็นวงกว้างอย่างต่อเนื่อง  ขณะที่เราเองยังคงหลับใหลอยู่แต่ในสถานศึกษา  หลายพื้นที่ตกอยู่ภายใต้การสำรวจชนิดที่เรียกว่า ตารางนิ้วต่อตารางนิ้ว  พื้นที่ใดมีแร่ธาตุหรือน้ำมัน จะถูกลงบันทึกเป็นอย่างดี  ในเวลาเดียวกันพวกเขาก็พบช่องทางในการกำจัดคนเหล่านั้น  ซึ่งหมายถึงอิสลามและคัมภีร์อัลกุรอาน จนฝั่งกลบอิสลามแบบเบ็ดเสร็จ  การแยกผู้คนให้ออกจากความเชื่อในศาสนา  แม้จะเป็นคนในชาติอิสลามเองก็ตาม  รวมทั้งผู้อาสาตนรับใช้อิสลาม  ซึ่งบางครั้งไม่ทันสำเนียก  จึงคิดว่ามุสลิมไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับการเมือง  ประหนึ่งว่า อิสลามไม่มีความผูกพันใด ๆ เลยกับการเมือง

อิสลามมีรูปแบบปกครอง มีรัฐบาล มีอิมามัต มีผู้ปกครองที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างถูกต้อง ตามบทบัญญัติแห่งศาสนา  อิสลามถูกจัดตั้งขึ้นมาแล้วในอดีต  โดยท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) หรือการปกครองในยุคของท่านอิมามอะลี (อ.)  มีกองกำลัง กองบัญชาการ กำลังพลที่มีหลักการในการสู้รบ  และยึดมั่นในคำสอนของศาสนา  ท้ายที่สุด สิ่งเดียวที่จะคงหลงเหลืออยู่ ก็คือ การชุมนุมเพื่อไว้อาลัย

นักสำรวจเหล่านั้น หลังจากที่พบว่า  ชาวตะวันออกที่เป็นมุสลิมเหล่านี้ มีบุคลิกลักษณะเฉพาะตัว (ชีอะฮ์)  ยึดมั่นในคำสอน เชื่อฟังปฏิบัติตามผู้รู้  พวกเขาจึงใช้ช่องทางนี้เอง ทำให้ผู้รู้ถูกโดดเดี่ยวจากผู้คน ถูกมองเป็นผู้คล่ำคลึ ล้าสมัย ในทัศนะของผู้คน

แน่นอนอย่างยิ่ง แผนการณ์ดังกล่าว คือ การชี้ช่องทางแก่บรรดามุสลิม ให้แยกตัวจากวิถีทางการเมือง    อันเป็นรากฐานของระบบการปกครอง  ซึ่งสวนทางกับหลักความเชื่อของเราอย่างสิ้นเชิง  เรามีหลักการศรัทธาต่ออำนาจการปกครอง (วิลายัต) สิ่งที่หลักการบอกเรา ก็คือ ท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) จำเป็นต้องกำหนด แต่งตั้งผู้ปกครองหลังหมดวาระการทำหน้าที่แห่งการเป็นศาสดา  และท่านก็ปฏิบัติตามหลักการอย่างสมบูรณ์  เจตนารมณ์ของการแต่งตั้งผู้ปกครอง  ไม่ใช่เพียงแต่การสาธยายหลักการ  ท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ไม่เคยนิ่งเฉยต่อภารกิจ  หลักการของศาสนาได้ถูกบันทึกไว้ในตำรา และส่งถึงมือผู้คนนำเพื่อสู่การปฏิบัติอย่างชัดเจน

ด้วยเหตุผลทางสติปัญญา ย่อมเชื่อได้ว่า การกำหนดแต่งตั้งตัวบุคคล คือการส่งมอบภารกิจแห่งการปกครองประชาชาติอิสลามนั่นเอง
ตำแหน่งเคาะลีฟะฮ์ เป็นสิ่งที่ประชาชาติโหยหา  เพื่อชี้นำบริหารกฎเกณฑ์ รัฐธรรมนูญจะต้องอยู่คู่กับผู้บริหาร  โดยทั่วไปทุกประเทศย่อมมีระบบการปกครองของตัวเอง กล่าวคือ ประชาชนเหล่านั้นมิอาจดำรงชีพได้อย่าปกติสุข  ถ้ารัฐธรรมนูญไม่ถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์  และเมื่อถูกกำหนด ก็จำเป็นต้องมีผู้บริหารอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  มิเช่นนั้นแล้วจะมีแต่ความเสียหายเกิดขึ้นอย่างแน่นอน  ด้วยเหตุนี้เองเมื่ออิสลามวางรากฐานแห่งรัฐธรรมนูญ จึงได้กำหนดตัวบุคคลเพื่อรับหน้าที่การบริหาร ด้วยอำนาจการปกครอง  และหากท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ไม่ได้กำหนดหรือแต่งตั้งตัวบุคคล เพื่อดำรงตำแหน่งดังกล่าว ก็ต้องถือว่าภารกิจแห่งการเป็นผู้นำสาสน์ยังไม่บรรลุสู่เป้าหมายอย่างสมบูรณ์

ในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน  อินชาอัลลอฮ์  หากเราได้ศึกษาค้นคว้าจะพบว่า อิสลามมิได้มีแต่การเรียนการสอน หรือคำบรรยายที่มีสาระเรื่องการเคารพภักดีแต่อย่างเดียว  อิสลามมีแบบฉบับทางการเมือง ผู้ปกครองมีจิตวิญญาณทางการเมือง มีวิสัยทัศน์ทางการเมืองอย่างกว้างไกล  ปกครองอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่มาแล้วในอดีต  ไม่เคยปล่อยปละละเลย ไม่ว่าปัญหาจะมีความสำคัญมากน้อยเพียงใด  กล่าวคือ อิสลามจะทำการฝึกฝนมนุษย์ในทุกมิติของการดำเนินชีวิต  ทั้งโลกแห่งวัตถุและจิตวิญญาณ หรือจะสูงมากขึ้นกว่านั้นก็ตาม  หมายถึง ก่อนที่มนุษย์จะเริ่มเข้าสู่การใช้ชีวิตคู่  มีกฎเกณฑ์การสร้างมนุษย์อย่างไร  ผู้เป็นบิดาและมารดา บุรุษหรือสตรี ลักษณะใดที่ควรเลือกสรรเพื่อการสมรส ต้องมีคุณธรรมและจริยธรรมอย่างไร  เมื่อใดที่ชาวสวนปรารถนาการสร้างผลผลิตด้วยเมล็ดสักหนึ่งชนิด  สิ่งแรกเขาจะต้องพิจารณาศึกษาสภาพดิน และควรเข้าใจก่อนลงมือหว่านเมล็ดพันธุ์เพื่อการเพาะปลูก  กระทั่งกลีบใบแย้มบาน ยังต้องพิจารณาต่ออีกว่า มีสิ่งใดเอื้อประโยชน์ต่อการเจริญพันธุ์ หรือสิ่งใดให้ผลลบ  จากนั้นยังต้องให้การดูแลเป็นพิเศษ  จนกว่าจะถึงวาระแห่งการผลิดอกออกผล  อิสลามก็มีการเพาะปลูกเช่นเดียวกันนี้กับมนุษย์  กล่าวคือ ก่อนที่ชาวสวนผู้หนึ่งจะเฉลิมฉลองความสุขด้วยการสมรส  มีกฎเกณฑ์อยู่ว่า บิดามารดาจำเป็นต้องมีบุคลิกลักษณะใด อันเป็นการไตร่ตรองถึงผลลัพธ์ที่อาจจะเกิดขึ้น ต่อบั้นปลายของชีวิตคู่เลยทีเดียวก็ว่าได้  หากใครคนหนึ่งจากคู่สมรส มีพฤติกรรม หรือกริยาที่เลวผิดมนุษย์  จะส่งผลจากพฤติกรรมสืบทอดถึงเด็กน้อยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  และจะเป็นที่มาของความวิตกกังวล  และอาจถึงขั้นเสียหายร้ายแรง  อิสลามให้การดูแลสภาวะของการเป็นมนุษย์ จากวาระแรกก่อนถึงช่วงของการสมรส  มีอะไรต้องฝึกฝนเรียนรู้ภายหลังสมรส  ณ ที่นั้น วิถีแห่งการครองเรือน จริยธรรมคำสอนมากมาย ความสำรวม ตลอดจน จริยธรรมอันประเสริฐขณะตั้งครรภ์ในอ้อมอกของมารดา ในอ้อมอกของบิดา  จนก้าวสู่สถานศึกษาและสังคม  หนูน้อยผู้นี้ก่อนลืมตาดูโลกได้รับการดูแลเป็นอย่างดี  พร้อมก้าวสู่การใข้ชีวิตอย่างงดงาม  ระบบและขั้นตอนทั้งหมดนี้เกิดขึ้นตามกระบวนการชี้นำ  กษัตริย์ ผู้ปกครอง หรือรัฐบาล ที่มีอยู่ทั้งหลายในโลก มิได้ดำรงอยู่บนรากฐานของสิ่งเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย  ความวิตกกังวลต่อเสถียรภาพและสถานภาพของตัวเอง ที่ทำอย่างไรให้ผู้คนในชาติอยู่กันอย่างสงบ เป็นสิ่งเดียวที่พวกเขาห่วงใย

ประมาณห้าร้อยปีหรือมากกว่าน้ัน ที่ระบบการปกคองของอิสลามปรากฏใช้มาแล้วในอดีต  แม้นว่าจะไม่มีโอกาสนำมาใช้อย่างเต็มรูปแบบเท่าที่ควร  แต่ก็ปกครองอาณาจักรที่รุ่งเรืองยิ่งใหญ่มาแล้ว  ด้วยการกอบกู้วิกฤต  แก้ไขสถานการณ์อย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรี

วันนี้บทบาทตลอดจนการขับเคลื่อนของอิสลาม ดูเหมือนว่าจะไม่แตกต่างกับศาสนาอื่นเลย  โดยเฉพาะคริสเตียน ที่มีแต่คำพูดจาอย่างไพเราะน่าเลื่อมใส ไม่มีโครงสร้าง  รวมถึงสิ่งสำคัญอื่น ๆ ที่เป็นองค์ประกอบต่อระบบการปกครอง  เช่น พื้นฐานทางการเมือง การบริหารจัดการ และแผนงานระหว่างประเทศ  อย่าได้คิดเลยว่าอิสลามจะเป็นเช่นนี้…

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

กรุณาแสดงความคิดเห็นด้วย

ความคิดเห็นของผู้ใช้งานทั้งหลาย

ไม่่มีความคิดเห็น
*
*

เว็บไซต์ อิมาม อัลฮะซะนัยน์ (อลัยฮิมัสลาม)เพื่อคุณค่าและสารธรรมอิสลาม