เว็บไซต์ อิมาม อัลฮะซะนัยน์ (อลัยฮิมัสลาม)เพื่อคุณค่าและสารธรรมอิสลาม

หากต้องการได้รับความเมตตา ก็จงเริ่มต้นด้วยความมีเมตตา

0 ทัศนะต่างๆ 00.0 / 5

หากต้องการได้รับความเมตตา ก็จงเริ่มต้นด้วยความมีเมตตา

 

อิสลาม ถือเป็นศาสนาแห่งความเมตตา รากฐานสำคัญที่สอนให้ชาวมุสลิมขจัดความใจดำ ความเห็นแก่ตัว และความแข็งกระด้างออกจากจิตใจ แล้วแทนที่ด้วยความโอบอ้อมอารี เพราะหัวใจที่เปี่ยมด้วยความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์และสิ่งรอบตัว คือหัวใจที่ใกล้ชิดกับความเมตตาของพระผู้เป็นเจ้ามากที่สุด

 หนึ่งในฮะดีษ (วจนะ) ที่สำคัญและลึกซึ้งที่สุดในอิสลาม ซึ่งเน้นย้ำในเรื่องของ "ความเมตตากรุณา" โดยที่ท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) ได้กล่าวว่า :

              الرَّاحِمُونَ يَرْحَمُهُمُ الرَّحْمَنُ، ارْحَمُوا مَنْ فِي الْأَرْضِ يَرْحَمْكُمْ مَنْ فِي السَّمَاءِ

     "บรรดาผู้ที่มีความเมตตา (ต่อผู้อื่น) นั้น พระผู้ทรงเมตตา (อัลลอฮ์) ก็จะทรงเมตตาพวกเขา จงเมตตาต่อผู้ที่อยู่บนหน้าแผ่นดินเถิด แล้วผู้ที่อยู่ในฟากฟ้าก็จะทรงเมตตาพวกท่าน"  (มีซานุลฮิกมะฮ์, เรย์ ชะฮ์รี


คำอธิบายใจความสำคัญ

    ฮะดีษบทนี้สอนหลักการดำเนินชีวิตและการปฏิบัติตนต่อสิ่งถูกสร้างของพระผู้เป็นเจ้า มุ่งเน้นไปที่การสร้าง "ความเมตตากรุณา" ในหัวใจของมนุษย์ และชี้ให้เห็นถึงผลลัพธ์อันยิ่งใหญ่ของการมีจิตใจที่เมตตา โดยสามารถแบ่งคำอธิบายออกเป็น 3 ประเด็นหลัก ดังนี้ 
การตอบแทนตามการกระทำ (ผลสะท้อนของความดี)

       الرَّاحِمُونَ يَرْحَمُهُمُ الرَّحْمَنُ : "บรรดาผู้ที่มีความเมตตา (ต่อผู้อื่น) นั้น พระผู้ทรงเมตตา (อัลลอฮ์) จะทรงเมตตาพวกเขา"

     ประโยคนี้เป็นการบอกกฎแห่งผลกรรมในทางธรรม คือ "รางวัลและการตอบแทนจากพระองค์จะสอดคล้องกับพฤติกรรมของเรา" หากเราต้องการได้รับความรัก ความเมตตา และการอภัยโทษจากอัลลอฮ์ ผู้ทรงสูงส่ง เราก็จำเป็นต้องเริ่มจากการเป็นผู้ที่มีจิตใจเมตตาต่อผู้อื่นก่อน
เมตตาต่อ "ทุกสรรพสิ่ง" บนโลก

    ارْحَمُوا مَنْ فِي الْأَرْضِ : "จงเมตตาต่อผู้ที่อยู่บนหน้าแผ่นดิน"

     คำว่า "ผู้ที่อยู่บนหน้าแผ่นดิน" (مَنْ فِي الْأَرْضِ) ในทางภาษาอาหรับมีความหมายที่กว้างมาก ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงเพื่อนมนุษย์ มุสลิม หรือญาติพี่น้องเท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นคนยากจน คนต่างศาสนิก สัตว์เดรัจฉาน หรือแม้กระทั่งธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

การไม่รังแกสัตว์ การช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก และการมีจิตใจที่อ่อนโยน ล้วนรวมอยู่ในข้อนี้

 

ความเมตตาจากฟากฟ้า

      يَرْحَمْكُمْ مَنْ فِي السَّمَاءِ : "แล้วผู้ที่อยู่ในฟากฟ้าก็จะทรงเมตตาท่าน"

     คำว่า "ผู้ที่อยู่ในฟากฟ้า" หมายถึง อัลลอฮ์ พระผู้เป็นเจ้า (รวมถึงการขอดุอาอ์และสรรเสริญจากบรรดามลาอิกะฮ์บนฟากฟ้าด้วย)

    เมื่อมนุษย์แสดงความเมตตาต่อสิ่งถูกสร้างที่ต่ำกว่าตัวเขา พระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงสูงส่ง ก็จะทรงหลั่งไหลความเมตตาอันหาที่สุดไม่ได้ลงมาให้แก่เขา ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า

 

สรุปบทเรียนที่ได้รับ

     ฮะดีษนี้ต้องการขจัดความแข็งกระด้างออกจากหัวใจของมนุษย์ และส่งเสริมให้สังคมอยู่ร่วมกันด้วยความรัก ความเกื้อกูลกัน โดยมีหลักคิดสำคัญว่า "หากเราอยากให้พระผู้เป็นเจ้าทรงเมตตาเรา เราต้องรู้จักเมตตาผู้อื่นก่อน"

     อิสลามเป็นศาสนาแห่งความเมตตา หะดีษบทนี้นับเป็นรากฐานสำคัญที่สอนให้มุสลิมขจัดความใจดำ ความเห็นแก่ตัว และความแข็งกระด้างออกจากจิตใจ แล้วแทนที่ด้วยความโอบอ้อมอารี เพราะหัวใจที่เปี่ยมด้วยความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์และสิ่งรอบตัว คือหัวใจที่ใกล้ชิดกับความเมตตาของพระผู้เป็นเจ้ามากที่สุด

 

บทความ : เชคมูฮัมมัดนาอีม ประดับญาติ

กรุณาแสดงความคิดเห็นด้วย

ความคิดเห็นของผู้ใช้งานทั้งหลาย

ไม่่มีความคิดเห็น
*
*

เว็บไซต์ อิมาม อัลฮะซะนัยน์ (อลัยฮิมัสลาม)เพื่อคุณค่าและสารธรรมอิสลาม