ชีวประวัติอิมามฮะซัน

ชีวประวัติอิมามฮะซัน0%

ชีวประวัติอิมามฮะซัน ผู้เขียน:
ผู้แปล: อัยยูบ ยอมใหญ่
กลุ่ม: ห้องสมุดศาสดาและวงศ์วาน
หน้าต่างๆ: 134

ชีวประวัติอิมามฮะซัน

ผู้เขียน: ศาสตราจารย์เชคอะลีมุฮัมมัด อะลีดุคัยยิล
ผู้แปล: อัยยูบ ยอมใหญ่
กลุ่ม:

หน้าต่างๆ: 134
ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชม: 74382
ดาวน์โหลด: 6873

รายละเอียด:

ชีวประวัติอิมามฮะซัน
ค้นหาในหนังสือ
  • เริ่มต้น
  • ก่อนหน้านี้
  • 134 /
  • ถัดไป
  • สุดท้าย
  •  
  • ดาวน์โหลด HTML
  • ดาวน์โหลด Word
  • ดาวน์โหลด PDF
  • ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชม: 74382 / ดาวน์โหลด: 6873
ขนาด ขนาด ขนาด
ชีวประวัติอิมามฮะซัน

ชีวประวัติอิมามฮะซัน

ผู้เขียน:
ภาษาไทย

อัตชีวประวัติอิมามมะศูมีน 2

อิมามฮะซัน(อ)

เขียนโดย

ศาสตราจารย์เชคอะลีมุฮัมมัด อะลีดุคัยยิล

๑

บทนำ

ในเมื่อประชาชาติทั้งหลายต่างให้ความสำคัญต่อวิถีชีวิตของบุคคลสำคัญและบรรพชนที่ยิ่งใหญ่ของตนโดยได้มีการอนุรักษ์ไว้ซึ่งอนุสรณ์ทั้งหลายของคนเหล่านั้นและยกย่องคนเหล่านั้นไว้ให้คงอยู่ในฐานะที่ต้องรำลึกถึง และเป็นบทเรียนสำหรับอนุชนรุ่นต่อๆ มา

ด้วยเหตุนี้เอง เราจะเห็นว่า เรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่ส่งเสริมเอกลักษณ์ของประชาชาตินั้นๆ และนับเป็นสื่อในการประชาสัมพันธ์ของประชาชาตินั้นๆ ได้เป็นอย่างดี จึงจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับประชาชาติอิสลามที่จะต้องศึกษาชีวประวัติของบรรดาอิมามแห่งอะฮฺลุลบัยตฺ(อ)ตลอดจนจำเป็นจะต้องวิเคราะห์และติดตามอย่างใกล้ชิดกับเรื่องราวอันเป็นที่มาของบุคคลเหล่านี้ เพื่อที่ว่าจะได้มีการนำเอาความรู้

ผลงานและแบบอย่างในการดำเนินชีวิตของคนเหล่านั้นมาเป็นบรรทัดฐานแห่งชีวิตของตน เพื่อบรรลุสู่ความสุข ความเจริญ และประสบกับความดีงามอย่างแท้จริง ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการนำธงชัยของประชาชาติอิสลามมาโบกสะบัดอีกครั้งหนึ่งบนพื้นโลกนี้

หนังสือเล่มนี้จะรวบรวมชีวประวัติสั้นๆของอิมามท่านที่สองจากบรรดาอิมามแห่งอะฮฺลุลบัยตฺ(อ) นั่นคือ ท่านอะบีมุฮัมมัด อัล-ฮะซัน บิน

อะมีรุลมุมินีน(อ) โดยเราจะบันทึกบางฮะดีษและบางโองการที่เกี่ยวข้องกับอิมามท่านนี้ และเกร็ดชีวิตบางตอนของท่าน และเราจะกล่าวถึงคำปราศรัยและถ้อยคำบางตอนของท่านพอสังเขป

ซึ่งในตอนท้ายของบท เราจะสรุปลงด้วยคำสดุดีที่บรรดาสาวกชั้นผู้ใหญ่ นักปราชญ์ ตลอดจนบุคคลสำคัญที่มีต่ออิมาม(อ)ท่านนี้ อันเป็นคำยืนยันจาก

บุคคลเหล่านั้นที่มีต่อความดีงามและเกียรติยศอันยิ่งใหญ่ของท่าน

๒

หนังสือเล่มนี้มีจุดประสงค์ในการชี้นำให้คงไว้ซึ่งระเบียบแบบแผนของบรรดาอะฮฺลุลบัยตฺ ( อ) และเรียกร้องให้มีการดำเนินชีวิตตามแบบอย่างของคนเหล่านี้ ให้มีการสร้างจริยธรรมไปตามหลักจริยธรรมของคนเหล่านี้

อัล-กุรอานได้ประกาศว่า

“ จงกล่าวเถิดว่า นี่คือวิถีทางของฉัน ฉันเรียกร้องเชิญชวนยังอัลลอฮฺ โดยหลักฐานอันชัดแจ้ง ทั้งฉันเองและผู้ที่เชื่อถือตามฉัน มหาบริสุทธิ์ยิ่งเป็นของอัลลอฮฺ และฉันมิได้มาจากมวลผู้ที่ตั้งภาคี ” ( 1)

(1) ซูเราะฮ์ ยูซุฟ : 108

๓

ชีวประวัติ

อิมามฮะซัน บินอะลี(อ)

นามจริง

อัล-ฮะซัน (เป็นชื่อที่ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ(ศ)ตั้งให้)

ชื่อบิดา

ท่านอิมามอะลี อะมีรุลมุมินีน(อ)

ชื่อมารดา

ท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ อัซ-ซะฮฺรออ์(อ)

ชื่อตา

ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ(ศ)

ชื่อยาย

ท่านหญิงค่อดีญะฮฺ บินติ คุวัยลิด(ร.ฎ.)

ชื่อปู่

ท่านอะบูฏอลิบ บิน อับดุลมุฎฎอลิบ(ร.ฎ.)

ชื่อย่า

ท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ บินติ อะซัด บิน ฮาชิม(ร.ฎ.)

๔

น้องชายร่วมบิดามารดา

ท่านอิมามฮุเซน(อ)

น้องสาวร่วมบิดามารดา

ท่านหญิงซัยหนับ ท่านหญิงอุมมุ กุลศูม(อ)

สถานที่เกิด

ท่านเกิดที่เมืองมะดีนะฮฺ ในตอนกลางคืนของวันที่ 15 เดือน รอมฎอน

ฮิจญเราะฮ์ศักราชที่3

ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ(ศ) ได้มาหาท่าน แล้วกล่าวว่า

“ ข้าฯแต่อัลลอฮฺ ข้าฯขอให้พระองค์ทรงคุ้มครองเขา และบุตรของเขาให้พ้นจากมารร้ายชัยฎอนที่ถูกสาปแช่ง ”

แล้วท่านได้กล่าวคำอะซฺาน(ถ้อยคำเชิญชวนสู่การนมาซ) ที่หูข้างขวาและกล่าวคำอิกฺอมะฮฺ ( ถ้อยคำเชิญชวนให้เตรียมยืนนมาซ) ที่หูข้างซ้ายและตั้งชื่อให้ท่านว่า ฮะซัน แล้วทำการเชือดแกะเพื่อทำพิธีรับขวัญการกำเนิดของท่าน

บุคลิกลักษณะ

ท่านอิมามฮะซัน(อ) เป็นคนผิวขาว มีหนวดสีน้ำตาลอมแดง ดวงตากลมโต แก้มสองข้างเรียบ หนวดดก เคราดก คอเชิงระหง แข็งแกร่งบึกบึน ไหล่กว้าง สมส่วน รูปทรงปานกลาง เป็นคนที่มีใบหน้างดงาม ผมเป็นลอนดกดำ เรือนร่างสวยงาม

๕

การใช้ชีวิตอยู่กับบิดา

เป็นคนที่อยู่ใกล้ชิดผู้เป็นบิดาตลอดระยะเวลาทั้งชีวิต เคยออกทำสงครามด้วยกันสามครั้ง

คือ สงครามอัล-ญะมัล สงครามศิฟฟิน และสงครามอัน-นะฮฺรอวาน

สมญานาม

อะบูมุฮัมมัด (ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ(ศ)ให้สมญานามนี้)

ฉายานาม

อัต-ตะกี (ผู้สำรวมตน) อัซ-ซะกี (ผู้ชาญฉลาด) อัซ-ซิบฏ (ผู้สืบตระกูล)

ลายสลักบนแหวน

อัล-อิซซะตุ ลิล ลาฮิ วะฮฺดะฮฺ

(เกียรติยศเป็นของอัลลอฮฺเพียงพระองค์เดียว)

ภรรยาของท่านที่ปรากฏชื่อ

เคาละฮฺ บินติ มันศูร อัลฟะซารียะฮฺ, อุมมุ อิซฮาก บินติฎอลฮะฮฺ บินอับดุลลอฮฺ อัตตัยมีย์, อุมมุบิชร์ บินติ อะบีมัซอูด อัล-อันศอรี ,ญุอ์ดะฮฺ บินติ

อับดุลลอฮฺ อัตตัยมีย์, อุมมุบิชร์ บินติ อะบีมัซอูด อัล-อันศอรี ,ญุอ์ดะฮฺ

บินติ อัล-อัชอัษ และฮินด์ บินติอับดุลเราะฮฺมาน บินอะบีบักร์

บุตรชาย

ซัยดฺ ,อัล-ฮะซัน ,อัมร์, อัลกอซิม, อับดุลลอฮฺ, อับดุลเราะฮฺมาน, อัล-ฮะซัน และฏอลฮะฮฺ

๖

บุตรสาว

อุมมุลฮะซัน ,อุมมุลฮุเซน ,ฟาฏิมะฮฺ, อุมมุอับดิลลาฮฺ,ฟาฏิมะฮฺ ,

อุมมุซะละมะฮฺ และรุกฺอยยะฮฺ

การให้สัตยาบันต่อท่าน(อ)

ในวันที่ 21 เดือนรอมฎอน ปี ฮ.ศ. 40

คนรับใช้ของท่าน(อ)

ซะฟินะฮฺ (คนรับใช้ของท่านศาสดา)

อาลักษณ์ประจำตัวของท่าน(อ)

อับดุลลอฮฺ บินอะบีรอฟิอฺ

การทำสัญญาสงบศึก

ท่าน(อ)ทำสัญญาสงบศึกกับมุอฺาวิยะฮฺ ในวันที่ 15 เดือนญะมาดิล-อูลา ปี ฮ.ศ. 41 หลังจากพบกับความโลเลของสหายของท่าน

การวะฟาตของท่าน(อ).....

ท่านเป็นชะฮีดในวันที่ 7 เดือนเศาะฟัร ปี ฮ.ศ. 50

หลุมฝังศพของท่าน(อ)

ท่านอิมามฮุเซน(อ) ฝังท่าน(อ) ในสุสานอัลบะเกียะอฺ ข้างท่านย่าของท่านคือ ท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ บินติอะซัด(ร.ฎ.)ตามคำสั่งเสียของตัวท่านเอง

๗

ช่วงเวลาแห่งการเป็นอิมามของท่าน

ประมาณ 10 ปี

การทำลายหลุมฝังศพของท่าน(อ)

หลุมฝังศพของท่านถูกทำลายโดยฝีมือของพวกวะฮาบีในวันที่8 เดือนเชาวาล ปี ฮ.ศ.1344 พวกมันยังได้ทำลายหลุมฝังศพของบรรดาอิมาม(อ)ในสุสาน “ อัลบะเกียะอฺ ” ด้วย

๘

ในทัศนะของอัล-กุรอาน

มีโองการต่างๆ ในอัล-กุรอานเป็นจำนวนมากกล่าวถึงเรื่องราวของบรรดาอะฮฺลุลบัยตฺ(อ)โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของอัศฮาบุลกิซาอ์(ผู้ที่อยู่ในผ้าคลุม) ห้าท่าน ทำไมจะไม่เป็นเช่นนี้ ก็ในเมื่อท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ(ศ) ได้นำเอาความสำคัญของพวกเขามาเชื่อมโยงกับอัล-กุรอาน และได้กำหนดให้พวกเขามีฐานะเทียบเท่ากับอัล-กุรอาน ? ซึ่งท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ(ศ)ได้กล่าวว่า

“ แท้จริงฉันได้ละทิ้งสิ่งสำคัญที่หนักยิ่งสองประการไว้ นั่นคือ คัมภีร์ของอัลลอฮฺ(ซ.บ.)และแบบแผนของฉันแห่งอะฮฺลุลบัยตฺของฉัน ตราบใดที่ท่านทั้งหลายยึดมั่นในสิ่งทั้งสองนี้ พวกท่านจะไม่หลงผิดอย่าเด็ดขาดภายหลังจากสมัยของฉัน ”

ในบทนี้เราจะกล่าวถึง 4 โองการจากอัล-กุรอานที่เกี่ยวกับท่านอิมามฮะซัน(อ)

1. จากซูเราะฮ์ อาลิอิมรอน : 61

“ ดังนั้น ผู้ใดก็ตามที่ขัดแย้งกับเจ้าในเรื่องนี้ หลังจากที่ความรู้ได้มายังเจ้าแล้ว ก็จงกล่าวเถิดว่า พวกท่านจงมาซิ เราจะเรียกบรรดาลูกๆ ของเราและพวกท่านก็เรียกบรรดาลูกๆ ของพวกท่านมา และเราเรียกบรรดาสตรีของเรามา และพวกท่านก็เรียกบรรดาสตรีของพวกท่านมา และเราเรียกตัวตนของเรามา และพวกท่านก็เรียกตัวตนของพวกท่านมา ต่อจากนั้นเราจะกระทำการสาบานพิสูจน์ความจริงต่อกัน ดังนั้นเราจะขอให้การสาปแช่งของ

อัลลอฮฺพึงมีแด่บรรดาผู้ที่บิดเบือนความจริง ”

๙

ท่านมุสลิมและท่านติรมีซีย์ ได้รายงานคำบอกเล่าไว้ว่า :

ครั้งหนึ่ง มุอฺาวิยะฮฺได้พูดกับซะอัด บินอะบีวักก๊อศว่า

“ อะไรที่ยับยั้งมิให้ท่านประณามอะบูตูร๊อบ(ฉายานามของท่าน

อิมามอะลี) ?”

ซะอัดตอบว่า “ ฉันยังจดจำเรื่องราวสามประการที่ท่านศาสนทูต (ศ) ได้กล่าวไว้ได้ ฉันจึงไม่อาจด่าประณามเขาได้ และถ้าหากว่าเรื่องเหล่านั้นจะได้แก่ฉันเพียงประการเดียว ฉันก็จะพอใจยิ่งกว่าได้อูฐสีแดง ”

ว่าแล้วเขาก็นับสองประการแรกให้ฟัง ต่อจากนั้นก็กล่าวว่า :

เมื่อโองการนี้ถูกประทานลงมาว่า :

“ จงกล่าวเถิดว่า พวกท่านจงมาซิ เราจะเรียกบรรดาลูกๆ ของเรามา และพวกท่านก็เรียกบรรดาลูกๆ ของพวกท่านมา และเราเรียกบรรดาสตรีของเรามา และพวกท่านเรียก บรรดาสตรีของพวกท่านมา และเราเรียกตัวตนของเรามา และพวกท่านเรียกตัวตนของพวกท่านมา ต่อจากนั้นเราจะ

กระทำการสาบานเพื่อพิสูจน์ความจริงต่อกัน ดังนั้นเราจะขอให้การสาปแช่งของอัลลอฮฺพึงมีแก่บรรดาผู้บิดเบือนความจริง ”

ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ(ศ) ได้เรียกอะลี(อ) ฟาฏิมะฮฺ(ร.ฎ.) ฮะซัน(อ)

ฮุเซน(อ) มา แล้วกล่าวว่า

“ ข้าฯแต่อัลลอฮฺ เขาเหล่านี้คือบริวารของข้าฯ ” ( 1)

ท่านชัยคฺซุลัยมานได้กล่าวไว้หลังจากยกโองการนี้มาอธิบายแล้วว่า :

ท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ) ได้นำท่านอะลี(อ) ท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ(อ) ท่านฮะซัน(อ) และท่านฮุเซน(อ) มาพิสูจน์ความจริงเพื่อให้ได้ความหมายตามโองการที่ว่า “ ตัวของเรา ” อันหมายถึงท่านอะลี ( อ)

๑๐

โดยที่คำพูดของท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ) ได้ให้หลักฐานในข้อนี้ว่า :

“ เพื่อให้บรรดาลูกหลานของวะลีอะฮฺได้สิ้นสุดยุติลง หรือมิฉะนั้นฉันก็จะส่งบุคคลหนึ่งซึ่งเปรียบเสมือนเป็นตัวตนของฉันไปยังพวกเขา (หมายถึงท่านอะลี(อ)) ”

ดังนั้นโองการนี้จึงบ่งชี้ถึงบุคคลเหล่านี้โดยเฉพาะ ซึ่งไม่มีมนุษย์คนใดเทียบเทียมกับพวกเขาในข้อนี้ได้เลย(2)

----------------------------------------------------------------

(1 ) อัล - ฟุศูลุล - มุฮิมมะฮฺ หน้า 109 อัล - อิศอบะฮฺ เล่ม 2 หน้า 509

(2 ) ยะนาบีอุล - มะวัดดะฮฺ หน้า 44

๑๑

2. จาก ซูเราะฮฺ อัล-อะฮฺซาบ : 33

“ อันที่จริงแล้ว อัลลอฮฺเพียงทรงประสงค์เพื่อการขจัดความมีมลทินออกไปจากสูเจ้า โอ้อะฮฺลุลบัยตฺ และเพื่อทรงชำระขัดเกลา สูเจ้าให้บริสุทธิ์อย่างแท้จริง ”

ท่านวาษิละฮฺ บิน อัล-อัซกออฺได้กล่าวว่า :

วันหนึ่งฉันเข้าไปพบท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ)ที่บ้านของท่านหญิงอุมมุซะละมะฮฺ(ร.ฎ.) แล้วปรากฏว่า ท่านฮะซัน(อ) ได้เข้ามา ท่านศาสดา(ศ)ให้เขานั่งลงบนตักข้างขวา แล้วก้มลงจุมพิตเขา

จากนั้นท่านฮุเซน(อ)ก็เข้ามาอีก ท่านก็ให้เขานั่งบนตักข้างซ้าย แล้วก้มลงจุมพิตเขา ต่อจากนั้นท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ(ร.ฎ.)ก็เข้ามา ดังนั้นท่านจึงให้นางนั่งข้างหน้าท่าน แล้วท่านก็เรียกท่าน อะลี(อ)ให้เข้ามา แล้วอ่านโองการนี้ว่า :

“ อันที่จริงแล้ว อัลลอฮฺเพียงแต่ประสงค์เพื่อการขจัดมลทินออกไปจากสูเจ้า โอ้อะลฺลุลบัยตฺและเพื่อทรงชำระขัดเกลาสูเจ้าให้สะอาดบริสุทธิ์อย่างแท้จริง ” ( 3)

---------------------------------------------------------

(3)อะซะดุล- ฆอบะฮฺ เล่ม 2 หน้า 20

๑๒

ท่านอะฮฺมัดและท่านฏ็อบรอนีได้รายงานเรื่องนี้ไว้จากการบอกเล่าของท่านอะบี ซะอีดว่า

ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ(ศ)ได้กล่าวว่า

“ โองการนี้ถูกประทานในเรื่องของบุคคล 5 คนคือ ฉัน อะลี ฮะซัน

ฮุเซน และฟาฏิมะฮฺ ”

ท่านอิบนุ อะบีชัยบะฮฺ ท่านอะฮฺมัด และท่านติรมีซีย์ ก็ได้รายงานไว้และระบุว่า : มีสายสืบในการรายงานที่ดี ท่านอิบนุญะรีรฺ ท่านอิบนุล มันศูร ท่านฏ็อบรอนี และท่านฮากิม ระบุว่า :เป็นเรื่องที่ถูกต้องจากคำบอกเล่าของ ท่านอะนัสที่ว่า :

แท้จริง ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ(ศ) เดินผ่านมาบ้านของท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ(ร.ฎ.) ขณะออกไปนมาซในยามเช้าแล้วกล่าวว่า

“ นมาซเถิด อะฮฺลุลบัยตฺ ”

“ อันที่จริงแล้วอัลลอฮฺเพียงแต่ประสงค์ ที่จะขจัดความมีมลทินออกไปจากสูเจ้าและทรงชำระขัดเกลาสูเจ้าให้สะอาด บริสุทธิ์อย่างแท้จริง ”

ในรายงานจากท่านอิบนุ มัรดุวียะฮฺ ซึ่งได้รับการบอกเล่ามาจาก

อะบีซะอีด อัล-คุดรีย์ ได้กล่าวว่า :

แท้จริงท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ(ศ)ได้ออกไปที่ประตูบ้านของท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ(อ)ในยามเช้าตรู่เป็นเวลาถึง 40 วัน แล้วกล่าวว่า

“ ขอให้ความสันติสุข ความเมตตา และความจำเริญของอัลลอฮฺได้พึงมีแก่พวกเจ้าเถิด โอ้อะฮฺลุลบัยตฺ นมาซเถิด เพื่ออัลลอฮฺจะทรงเมตตาพวกเจ้า อันที่จริงแล้ว อัลลอฮฺเพียงแต่ทรงประสงค์เพื่อการขจัดความมีมลทินออกไปจากสูเจ้า โอ้ อะฮฺลุลบัยตฺ และทรงชำระขัดเกลาสูเจ้าให้สะอาดบริสุทธิ์ ”

๑๓

และอีกรายงานหนึ่งมาจากคำบอกเล่าของท่านอิบนุอับบาซว่า “ เจ็ดเดือน ”

ส่วนในรายงานที่บันทึกโดยท่านอิบนุญะรีรฺ ท่านอิบนุลมันศูรฺ และท่านฏ็อบรอนีระบุว่า “ แปดเดือน ” ( 4)

ท่านอิบนุอับบาสได้บอกเล่าไว้อย่างยืดยาวว่า : ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ(ศ) ได้นำเอาผ้าของท่านมาวางลงบนตัวของท่านอะลี(อ) ท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ(ร.ฎ.) ท่านฮะซัน(อ) ท่านฮุเซน(อ) แล้วกล่าวว่า :

อัลลอฮฺ(ซ.บ.) ผู้ทรงมีความจำเริญอย่างสูงสุดทรงมีโองการว่า :

“ อันที่จริงแล้วอัลลอฮฺเพียงแต่ทรงประสงค์เพื่อขจัดความมีมลทินออกไปจากสูเจ้าและทรงขัดเกลาสูเจ้าให้สะอาดบริสุทธิ์อย่างแท้จริง ” ( 5)

----------------------------------------------------

(4 ) อัซอาฟุร - รอฆิบีน ภาคผนวกของหนังสือนูรุล - อับศ็อร หน้า 111

อัช- ชะรอฟุล มุอับบัด ลิอาลิมุฮัมมัด หน้า 68

ตัซกิเราะตุล- ค่อวาศ หน้า 224

อัล- อิศอบะฮฺ หน้า เล่ม 2 หน้า 509

อิกมาลุดดีนหน้า เล่ม 1 หน้า 394

ซีรุอะอฺลามิล- นุบะลาอ์ เล่ม 2 หน้า 97

อะฮฺลุลบัยตฺหน้า 33

(5 ) ยะนาบีอุล - มะวัดดะฮฺ หน้า 35

๑๔

แน่นอนที่สุดบรรดานักปราชญ์เจ้าของตำราซุนนะฮฺ และบรรณานุกรม ประวัติศาสตร์อิสลามทั้งหลายต่างก็กล่าวถึงโองการนี้และยืนยันว่าเป็นโองการที่ถูกประทานมาในเรื่องของอะฮฺลุลบัยตฺ(อ) เช่น ท่านมุสลิม

ท่านติรมีซีย์ ท่านอะฮฺมัด บินฮัมบัล ท่านคูลาบีย์ ท่านฆ็อซซานีย์ ท่านฮากิม ท่านอะบูฮาติม ท่านฏ็อบรอนี ท่านอับดุลฮะมีด ทำนองเดียวกับตำราต่าง ๆ ของบรรดานักปราชญ์ต่อไปนี้

3. จากซูเราะฮฺ อัช-ชูรอ : 23

“ จงกล่าวเถิดว่า ฉันมิได้ขอจากพวกท่านซึ่งรางวัลใดๆ เพื่อการนั้นนอกจากความจงรักภักดีในญาติสนิท ”

ท่านอิบนุอับบาสได้กล่าวว่า : ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ(ศ)ได้รับการซักถามว่า

“ ใครบ้างที่จำเป็นแก่พวกเราในการให้ความรักแก่พวกเขา ?”

ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ(ศ)กล่าวตอบว่า “ อะลี ฟาฏิมะฮฺ และบุตรชายสองคนของเขาทั้งสอง ” ท่านกล่าวอย่างนี้ถึง 3 ครั้ง (6)

ท่านซะอีด บินญุบัยรฺ ได้รายงานจากคำบอกเล่าของท่านอิบนุ อับบาส (ขอให้อัลลอฮฺทรงมีความปิติชื่นชมต่อท่านทั้งสอง) ว่า :

เมื่อโองการนี้ถูกประทานลงมาว่า :

“ จงกล่าวเถิดว่า ฉันมิได้ขอจากพวกท่านซึ่งรางวัลใดๆ เพื่อการนั้น นอกจากความจงรักภักดีในญาติสนิท ”

๑๕

พวกเขากล่าวว่า “ ข้าแต่ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ (ศ) ใครบ้างที่จำเป็นแก่พวกเราในการให้ความจงรักภักดีแก่พวกเขา ?”

ท่านตอบว่า “ อะลี ฟาฏิมะฮฺ ฮะซัน และฮุเซน ” ( 7)

มีรายงานจากท่านอะบี อัล-ฮะซัน กล่าวว่า :

บิดาของข้าได้เล่าเรื่องให้ข้าฟัง อันเป็นคำบอกเล่ามาจากปู่ของข้า ซึ่งเล่ามาจากท่านอะมีรุลมุมินีน อะลี(อ) ว่า :

ครั้งหนึ่งพวกมุฮาญีรีน และพวกอันศ็อรได้มาร่วมชุมนุมกัน ณ

ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ ( ศ) แล้วกล่าวว่า

“ แท้จริงสำหรับท่าน โอ้ ศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ(ศ) ท่านมีสิทธิที่จะใช้จ่ายทุกประการในงานใช้สอยของท่าน และในบรรดาบุคคลที่เข้าพบท่านและนี่คือทรัพย์สินของเรา พร้อมทั้งเลือดของเรา

ขอให้ท่านโปรดพิจารณาตัดสินให้มันเป็นการชดใช้รางวัลโดยชอบเถิด โปรดมอบมาให้ตามที่ท่านต้องการและจงเอาไปตามที่ท่านต้องการ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น ”

--------------------------------------------------

(6 ) กัชฟุล - ฆุมมะฮฺ หน้า 95

(7 ) ยะนาบีอุล - มุวัดดะฮฺ หน้า 106

๑๖

ดังนั้น อัลลอฮฺ(ซ.บ.)จึงประทานให้มะลาอิกะฮฺ ผู้เป็นจิตอันบริสุทธิ์ลงมากล่าวว่า :

“ โอ้มุฮัมมัด จงกล่าวเถิดว่า ฉันมิได้ขอจากพวกท่านซึ่งรางวัลใด ๆ เพื่อการนั้น นอกจากความจงรักภักดีในญาติสนิท ”

แล้วพวกเขาก็ลุกออกไป บรรดาพวกหลอกลวง(มุนาฟิก) กล่าวว่า

“ อะไรที่เป็นเหตุให้ท่านศาสนทูตของอัลลอฮฺ(ศ) ถึงกับละทิ้งสิ่งของที่เราเสนอให้ท่านนอกจากเน้นให้เรามีความจงรักภักดีในญาติสนิทถัดจากท่าน แน่นอนเรื่องนี้หาใช่อื่นใดไม่นอกจากจะเป็นเรื่องโกหกที่กุขึ้นมาในที่ประชุม ”

นี่คือการใส่ร้ายป้ายสีที่ร้ายแรงที่สุด ดังนั้นอัลลอฮฺ(ซ.บ.)จึงมีโองการประทานลงมาอีกว่า

“ พวกเขากล่าวหาอัลลอฮฺในเรื่องที่เป็นความเท็จกระนั้นหรือ ดังนั้น

ถ้าหากอัลลอฮฺทรงประสงค์ พระองค์จะผนึกหัวใจของเจ้าก็ได้ แล้วอัลลอฮฺทรงลบล้างความผิดพลาด และสำแดงความจริงให้เป็นที่ปรากฏด้วยพจนารถของพระองค์ แท้จริงพระองค์คือผู้ทรงรอบรู้เกี่ยวกับสิ่งที่มีอยู่ในหัวอกทั้งหลาย ” ( อัช-ชูรอ : 24)

แล้วท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ(ศ)ได้ถามพวกเขาว่า

“ ยังมีคำพูดกันอีกหรือ ?”

พวกเขาตอบว่า “ แน่นอนที่สุด ในหมู่พวกเราบางคนพูดในสิ่งที่เรารังเกียจอย่างที่สุด ”

๑๗

แล้วท่านก็อ่านโองการนี้ให้พวกเขาฟัง พวกเขาถึงกับร้องไห้อย่างรุนแรงจนอัลลอฮฺ(ซ.บ.)ทรงมีโองการประทานมาว่า :

“ และพระองค์คือผู้ยอมรับการกลับตัวจากปวงบ่าวของพระองค์และทรงอภัยความผิดพลาดต่างๆ และทรงรอบรู้ในสิ่งที่พวกเขากระทำ ”

( อัช-ชูรอ: 25)( 8)

4. จากซูเราะฮฺอัร-เราะฮฺมาน : 22

“ พระองค์ทรงนำออกมาซึ่งไข่มุกและปะการังอันแวววาว ”

ท่านอิมามศอดิก(อ) กล่าวว่า “ ไข่มุกและปะการังอันแวววาวในโองการนี้ คือท่านอิมามฮะซันและอิมามฮุเซน ” ( 9)

--------------------------------------------------------

(8 ) ยะนาบีอุล - มะวัดดะฮฺ หน้า 45

(9 ) อัล - คิศอล หน้า 65

๑๘

ในฮะดีษของท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ(ศ)

ในกระบวนตำราที่บันทึกฮะดีษศอฮี้ฮฺ(ฮะดีษที่ถูกต้อง)และตำราที่รวบรวมฮะดีษจากสายสืบที่ดีเด่นทั้งหลายจะเต็มไปด้วย ฮะดีษต่างๆ ที่ท่านศาสดา(ศ)ได้กล่าวถึงอะฮฺลุลบัยต์(อ)ทั้งนั้น

และจะมีนักปราชญ์เป็นจำนวนมากอีกกลุ่มหนึ่งที่ได้รวบรวมฮะดีษต่าง ๆ เหล่านี้ออกมาทำเป็นเล่มเฉพาะ ขณะเดียวกันก็ยังมีกลุ่มอื่นๆ อีกที่รวบรวมฮะดีษเหล่านี้ไว้ในหนังสือเป็นส่วนหนึ่งที่แยกออกไปต่างหาก ในจำนวน

ฮะดีษเหล่านี้มีส่วนหนึ่งที่กล่าวถึงท่านอิมามฮะซัน(อ) โดยเฉพาะในฐานะที่เป็นหนึ่งในห้าท่านที่ได้ชื่อว่า “ อะฮฺลุลกิซาอ์ ” ( บุคคลแห่งผ้าคลุม) และเป็นหัวหน้าของผองบุรุษหนุ่มแห่งสวรรค์ ดังที่เราจะกล่าวถึงทั้งข้อนี้และข้ออื่นๆ

1. ท่านอะฮฺมัด บินฮัมบัล อิมามในมัซฮับ(นิกาย) หนึ่งของอิสลามได้รายงานไว้โดยอ้างถึงสายสืบที่รับคำบอกเล่ามาจากอะบูฮูรอยเราะฮฺว่า : ครั้ง

หนึ่งท่านศาสดา(ศ)ได้เข้ามานั่งในบ้านของท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ(อ)

ถึงตอนนี้ในคำบันทึกก็ได้กล่าวถึงเรื่องอีกเรื่องหนึ่งจนมาถึงประโยคที่ว่า : แล้วท่านฮะซัน ( อ) ได้เข้ามา ท่านได้กอดแนบอกของท่านไว้แน่นแล้วก้มลงจูบ พลางกล่าวว่า

“ ข้าแต่อัลลอฮฺ ข้ารักเขาและรักคนที่รักเขา ” ( 1)

------------------------------------------------------------

(1 ) อะอฺยานุช - ชีอะฮฺ 3 กอฟ 1 / 24

๑๙

2. ในหนังสือของท่านบุคอรี มีรายงานบอกเล่าจากท่านอะบูบักรว่า :

ฉันได้เห็นท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ(ศ)ยืนอยู่บนมิมบัรโดยมีท่านฮะซันอยู่กับท่านด้วย ท่านหันหน้ามาทางประชาชนครั้งหนึ่งและหันหน้าไปทางท่านฮะซันครั้งหนึ่งแล้วกล่าวว่า

“ แท้จริงลูกของข้าคนนี้คือประมุขคนหนึ่งหวังว่าอัลลอฮฺจะทรงปรับปรุงแก้ไขระหว่างมุสลิมสองกลุ่มโดยผ่านเขาผู้นี้ ” ( 2)

3. ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ(ศ)ได้กล่าวว่า

“ ฮะซันคือผู้สืบตระกูลทั้งหลาย(ของศาสดา) ” ( 3)

4. ท่านบุคอรีและท่านมุสลิมซึ่งเป็นนักปราชญ์อาวุโสสองท่านได้บันทึกรายงานที่บอกเล่ามาจากท่านบัรรออ์ว่า :

ฉันได้เห็นท่านศาสดา(ศ)ในขณะที่มีท่านฮะซัน(อ)อยู่บนต้นคอของท่าน แล้วท่านกล่าวว่า

“ ข้าแต่อัลลอฮฺ ข้ารักเขา ข้าขอให้พระองค์ทรงรักเขาด้วย ” ( 4)

-------------------------------------------------------------

(2 ) อัล - อิศอบะฮฺ เล่ม 1 หน้า 33

(3 ) อะซะดุล - ฆอบะฮฺ เล่ม 2 หน้า 13

(4 ) ตารีคุล - คุละฟาอ์ หน้า 188

๒๐