รู้จักกับขบวนการซุฟยานี ตอนที่ 3
รู้จักกับขบวนการซุฟยานี ตอนที่ 3
ซุฟยานีย์ในมิติมุมมองทางประวัติศาสตร์และยุทธศาสตร์ร่วมสมัย
ในยุคสุดท้ายของโลก มีการทำนายถึงการมาของมหาบุรุษผู้มาปลดปล่อย ชื่อของเขาถูกกล่าวถึงในนามที่แตกต่างกัน แต่ไม่ว่าจะมีความหลากหลายทางด้านความเชื่ออย่างไร สิ่งหนึ่งที่มีการกล่าวทำนายถึงตรงกันก็คือ ผู้ปลดปล่อยโลกจะมีบทบาทเหมือนกันคือ การทำให้โลกนี้ดำรงอยู่ด้วยธรรม และการขจัดภัยร้ายแห่งอธรรมให้หมดสิ้นไป ซึ่งสำหรับชาวมุสลิม ชื่อของเขาคือ “มะฮ์ดี”
มะฮ์ดี จึงเป็นตัวแทนของฝ่ายธรรมะในยุคสุดท้ายของศาสนาอิสลาม และแน่นอนว่าตามหลักฐานการรายงาน มีการรายงานถึงส่วนหัวของฝ่ายอธรรมด้วยเช่นกัน โดยผู้นำฝ่ายอธรรมในรายงานของอิสลามจะมีชื่อว่า “ซุฟยานี”
นักวิชาการอิสลามนิกายชีอะฮ์ได้ทำการสืบค้นน้ำหนักของหลักฐาน และได้ให้ข้อสรุปเป็นมติตรงกันว่า การปรากฎตัวของซุฟยานีก่อนการมาของอิมามมะฮ์ดีนั้น เป็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นในอนาคตของแน่นอน โดยความเคลื่อนไหวของเขาจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ของตะวันออกกลาง
ซุฟยานี คือใคร
หลักฐานชี้ว่า นายซุฟยานีคนนี้ จะสืบเชื้อสายมาจากตระกูลของอบูซุฟยานผู้ทำสงครามกับศาสดามูฮัมมัด และเป็นลูกหลานของหญิงกินตับ (ฮินด์) เขามี ลักษณะทางกายภาพ เป็นชายร่างกลาง มีศีรษะขนาดใหญ่ ใบหน้ามีรอยแผลเป็นที่เด่นชัดเจนทำให้ผู้ที่พบเห็นเข้าใจผิดว่าเป็นคนตาเดียว
เขาจะใช้ยุทธศาสตร์ การแสร้งทำเป็นคนเคร่งศาสนา เพื่อล่อลวงมวลชนมุสลิมให้คล้อยตาม
เขาจะแอบอ้างเรื่องศาสนาเพื่อสังหารผู้บริสุทธิ์ เป้าหมายสังหารของเขา คือ ทุกคนที่ไม่ได้อยู่หนทางเดียวกับซุฟยานี
หลักฐานยังชี้ว่า เขาจะการประกาศตั้งรางวัลค่าหัวสำหรับผู้ที่สามารถจับกุมหรือสังหารชาวชีอะฮ์ได้ ซึ่งสะท้อนถึงเจตนารมณ์ในการกวาดล้างศัตรูทางความคิดอย่างเป็นระบบ
เกิดอะไรขึ้นบ้างหลังจากการปรากฎตัวของซุฟยานีแและกองทัพฝ่ายอธรรม
เมื่อประมวลรายงานที่มีความน่าเชื่อถือ เราสามารถสรุปสิ่งที่ซุฟยานีย์และพลพรรคของเขา จะทำได้ดังนี้
1 กองทัพของซุฟยานีจะสังหารผู้คนในวาดียาบิส ,เขตชานเมืองของดามัสกัส และฮิมส์
2 กองทัฟซุฟยานีย์จะสังหารผู้คนในปาเลสไตน์และเข้ายึดครองแผ่นดินปาเลสไตน์
3 กองทัพซุฟยานีจะสังหารหมู่ผู้คนในอิรัค เช่น ในกูฟะฮ์และนะญัฟ
4 กองทัพซุฟยานีจะสังหารหมู่ผู้คนในมะดีนะฮ์ และจะเข้ายึดมักกะฮ์
5 กองทัพซุฟยานีจะเข้าปะทะและทำสงครามกับเยเมนและกองทัพจากคุโรซาน(อิหร่านในปัจจุบัน)นำโดยผู้เป็นเชื้อสายของศาสดามูฮัมมัด(ศ็อลฯ) ซึ่งถูกเรียกในคำทำนายว่า “ซัยยิดคุโรซานี”
6 ท้ายที่สุดกองทัพซุฟยานี จะถูกทำลาย สูญหายไปในแผ่นดิน ระหว่างทางมุ่งหน้าสู้กะบะฮ์ และตัวซุฟยานีย์ จะถูกกองทัฟของฝ่ายอิมามมะฮ์ดี(อ)จับกุมและประหารชีวิตในที่สุด
การที่หลักฐานชี้ว่า ซุฟยานี จะใช้วิธี “อ้าง” หรือ เสแสร้งว่าเป็นผู้เคร่งศาสนา ซุฟยานีจะอ้างอิสลามรูปแบบหนึ่งที่ไม่ใช่อิสลามในแบบที่ท่านศาสดามูฮัมมัด(ศ็อลฯ)ได้มอบให้ไว้แก่มนุษยชาติ โดยซัยยิดอาลีคาเมเนอีย์ ได้ถอดรหัส “การเสแสร้ง”นี้ และชี้ว่า
“อิสลามที่ซุฟยานีจะนำเสนอ คืออิสลามที่ยอมสยบต่ออำนาจเงินและอิทธิพลจักรวรรดินิยม (ท่านใช้คำว่า “อิสติกบาร” ซึ่งหมายถึง กลุ่มอำนาจที่กระทำการกดขี่ข่มเหงผู้อื่นด้วยบาปแห่งความยโสโอหัง ซึ่ง ณ ที่นี้คือ อเมริกาและไซออนิสต์) หรืออิสลามที่สูญเสียแก่นสารของตัวเอง”
จากคำกล่าวของซัยยิดอาลี คาเมเนอีย์ ทำให้เราเข้าใจได้ว่า ก่อนการมาของอิมามมะฮ์ดีนั้น
“จะมีกลุ่มหนึ่งที่อ้างตนว่านับถือศาสนาอิสลาม แต่หลงไหลในวัตถุเงินทอง ครองตนด้วยบาปแห่งโลภะ คนเหล่านี้เป็นผู้มีอำนาจในโลกอิสลามและยอมสยบและร่วมมือกับอำนาจอีกกลุ่มหนึ่งที่ถือครองบาปแห่งความยโสโอหังในการสังหารมุสลิมและผู้บริสุทธิ์เป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้ท่านยังกล่าวเตือนว่า "ผู้ไร้บะซีรัตจะถูกหลอกให้เข้าร่วมกับฝ่ายอธรรม (บาฏิล) โดยที่พวกเขาไม่รู้ตัว เช่นเดียวกับผู้ที่ไม่ใช่คนชั่วร้ายในอดีต แต่กลับต้องไปยืนอยู่ในแถวของศัตรูเพราะความเขลาเบาปัญญา”
กล่าวคือ ผู้ไร้บะซีรัต อาจถูกชักนำให้ไปอยู่ข้างฝ่ายบาฏิลโดยไม่รู้ตัว ไม่ใช่เพราะตั้งใจชั่ว แต่เพราะ อ่านสถานการณ์ไม่ออก และ แยกศาสนาแท้ออกจากศาสนาปลอมไม่เป็น
บะซีรัต คือ อะไร คำว่า บะซีรัต แม้รากศัพท์จะเกี่ยวกับ “การมองเห็น” แต่ในเชิงความหมายที่ใช้ในสนามความคิด หมายถึง ความสามารถในการ “มองทะลุ” วาทกรรมศาสนาที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือ,การแยกแยะ ศีลธรรม ออกจาก โฆษณาชวนเชื่อ และการวางท่าทีให้ถูกเวลา ถูกที่ และถูกบริบท ซึ่งจะเกิดกับผู้ที่นำเอาประวัติศาสตร์มาเป็นบทเรียน อุทาหรณ์ เช่น การนำเอาเหตุการณ์โศกนาฎกรรมในกัรบาลา มาเป็นอุทาหรณ์ และผู้ที่หมั่นขัดเกลาตนเองให้มีจิตใจสะอาดผ่องแผ้ว ผู้ที่ยึดมั่นศีลธรรมและครองตนอยู่บนรากฐานแห่งความสุจริต ผู้เข้าใจในสัจจะความจริง และมีทัศนะญาณในการเข้าใจเรื่องราวต่าง ๆ อย่างถูกต้อง
หากเรามองสถานการณ์ปัจจุบัน ก็จะพบว่า อุดมการณ์และแนวทางแบบซุฟยานีย์นั้น กำลังขับเคลื่อนและเกิดขึ้นอยู่ ณ ปัจจุบันด้วยเช่นกัน เพราะมีกลุ่มอำนาจที่สวมหัวโขนอิสลามจากเหล่าผู้นำอาหรับซึ่งกำลังเล่นบทเสแสร้งว่ายึดมั่นในศาสนา แต่แท้ที่จริงแล้วพวกเขาห่างไกลกับมัน พวกเขาลุ่มหลงในโลกวัตถุ ยอมสยบให้แก่อำนาจที่รุกรานผู้อื่น ถึงขั้นเห็นดีเห็นงามให้ใช้แผ่นดินของตน เป็นฐานเพื่อโจมตีมุสลิมด้วยกัน และจะทำเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆเพื่อกอดบาปแห่งความโลภและผลประโยชน์ของตนและพรรคพวกของตนไว้ จึงถึงเวลาที่เราจะต้องตระหนักและแยกแยะให้ชัดระหว่างอิสลามของนบีมูฮัมมัด(ศ็อลฯ) กับอิสลามของซุฟยานี
อ้างอิงข้อมูลจาก
- ราฮิม คอร์การ์. (2009). สมุดบันทึกเล่มที่ 28 (มะฮ์ดะวียัต ยุคแห่งการปรากฏ) (พิมพ์ครั้งที่ 3). กุม, อิหร่าน: สำนักพิมพ์ดัฟตัร นัชร มะอาริฟ.(ฝ่ายวิชาการสาขาหนึ่งจากสำนักผู้นำสูงสุด)
- ซัยยิด อาลี คาเมเนอี. (1990, 31 พฤษภาคม). สุนทรพจน์ในหัวข้อ: ในการปฏิวัติอิสลาม อิสลามอันบริสุทธิ์ของมุฮัมมัดได้เข้ามาแทนที่อิสลามแบบอเมริกัน. สำนักงานเผยแพร่ผลงานของท่านผู้นำสูงสุดแห่งอิหร่าน. (https://khl.ink/f/28198)

