สุนทโรวาทอิมามอะลี

สุนทโรวาทอิมามอะลี50%

สุนทโรวาทอิมามอะลี ผู้เขียน:
กลุ่ม: ห้องสมุดฮะดีษ
หน้าต่างๆ: 62

สุนทโรวาทอิมามอะลี
  • เริ่มต้น
  • ก่อนหน้านี้
  • 62 /
  • ถัดไป
  • สุดท้าย
  •  
  • ดาวน์โหลด HTML
  • ดาวน์โหลด Word
  • ดาวน์โหลด PDF
  • ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชม: 56884 / ดาวน์โหลด: 5326
ขนาด ขนาด ขนาด
สุนทโรวาทอิมามอะลี

สุนทโรวาทอิมามอะลี

ผู้เขียน:
ภาษาไทย

สุนทโรวาทของอิมามอะลี (อ.)

จากหนังสือ “นะฮ์ญุลบะลาเฆาะฮ์

จัดพิมพ์โดย สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม

คำนำ

ท่านอิมามอะลี (อ.) เป็นบุตรเขยของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) ท่านเป็นวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดของอิสลาม มิใช่เพียงแต่เป็นนักรบผู้ยิ่งใหญ่เท่านั้น แต่ท่านยังเป็นนักบุญผู้ยิ่งใหญ่อีกด้วย และท่านได้พลีอุทิศตนเพื่อรับใช้อิสลามในช่วงสมัยของท่านศาสดา (ศ็อลฯ) และตลอดชั่วชีวิตของท่าน

ในสมัยก่อนประเทศอาหรับมีชื่อด้านวาทะศิลป์ ท่านอิมามอะลี (อ.) เองก็เป็นนักพูดที่ยอดเยี่ยมที่สุดท่านหนึ่ง ถ้อยคำสุนทรพจน์และสุนทโรวาทต่างๆ เหล่านี้ถูกรวบรวมไว้ในฐานะที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า

“นะฮ์ญุลบะลาเฆาะฮ์” ซึ่งถูกรวบรวมไว้โดยนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ท่านหนึ่งคือท่าน ซัยยิด ริฎอ

เพื่อเป็นคุณประโยชน์แก่บุคคลทั่วไปที่ไม่มีโอกาสที่จะศึกษาได้จากผลงานอันยิ่งใหญ่นั้น

นักปราชญ์ส่วนมากจึงได้รวบรวมจัดพิมพ์ขึ้นต่างหาก เป็นการประมวลประโยคสั้นๆ ที่ได้คัดเลือกมาจากบทเทศนาและคติพจน์ในโอกาสต่างๆ ของท่านอิมามอะลี (อ.) มารวมไว้เป็นสุภาษิตหรือคติสอนใจ

 การรวบรวมครั้งแรกคือผลงานของ อบูอุสมาน อุมัร บินบะฮาร์ อัลญาอิซ อัลบัสริ เสียชีวิตในปี ฮ.ศ. ๒๔๔

ได้รวบรวมคติพจน์ต่างๆ ไว้ ๑๐๐ บท ในหนังสือ “มัยติกะลิมะฮ์” หนังสือดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์ในอียิปต์

ความพยายามของอีกท่านหนึ่งในการรวบรวมคติพจน์ดังกล่าวที่รู้จักกันในนามของหนังสือ “นัศรุลเลาลิ” โดยท่าน ซัยยิด อิมามซัยนุดดีน

อบูอัรริฎอ ฟัศรุลลอฮ์ หุซัยนี รอวันดี หนังสือเล่มนี้บรรจุคติพจน์ต่างๆ ของท่านอิมามอะลี (อ.) ไว้ถึง ๑, ๐๐๐ คติพจน์ และถูกจัดพิมพ์ขึ้นในกรุงเดลฮี (ประเทศอินเดีย)

การรวบรวมครั้งที่ ๓ รู้จักกันในนามหนังสือ

 “ฆุรอรุลฮิกาม วะดุรรอรุลกิลาม” โดยท่าน อับดุลวะฮีด บินมุฮัมมัด วะฮีดอะมีดิ อุลตะมีมิ หนังสือเล่มนี้บรรจุคติพจน์และสุภาษิตต่างๆ ของ

อิมามอะลี (อ.)ไว้หลายพันบท

 ในบทนำของหนังสือ ผู้รวบรวมได้เขียนไว้ว่า การรวบรวมของเขาเปรียบเสมือน “น้ำเพียงฝ่ามือเดียวที่ดึงออกมาจากสายธารใหญ่”

อีกประการหนึ่ง ย่อมเป็นไปไม่ได้ในการแปลถ่ายทอดใดๆ ที่จะทำให้มีอรรถรสและคุณภาพเหมือนอย่างต้นฉบับภาษาอาหรับ บรรดาผู้รู้ที่แตกฉานในภาษาอาหรับเท่านั้นที่จะซาบซึ้งในความเป็นเลิศของการใช้ภาษาของท่านอิมามอะลี (อ.) ในสำนวนอันสละสลวยของภาษาอาหรับที่คติพจน์ต่างๆ เหล่านั้นได้แฝงเร้นอยู่ แต่จำนวนของผู้รู้ภาษาอาหรับถึงขั้นแตกฉานนั้นก็มีน้อยคน ส่วนผู้ที่ไม่รู้ภาษาอาหรับก็ต้องอาศัยจากฉบับที่แปลมาเป็นภาษาต่างๆ

นาย เจ. เอ. แซทแมน ได้ถ่ายทอดวรรณกรรมอันยิ่งใหญ่นี้ออกมาเป็นภาษาอังกฤษให้กับประชาชน ผู้ใช้ภาษาอังกฤษโดยกำเนิด ท่านได้รับความช่วยเหลือจากหลายๆ ท่านที่ช่วยทำความเข้าใจให้กับท่านในความหมายของคติพจน์จากภาษาอาหรับที่เป็นต้นฉบับเดิม

ส่วนการถ่ายทอดเป็นภาษาอังกฤษนั้นเป็นของท่านเองล้วนๆ และได้รับการตรวจทานเปรียบเทียบอย่างระมัดระวังกับต้นฉบับภาษาอาหรับ

 ข้าพเจ้าอาจกล่าวได้ว่าการแปลครั้งนี้นับว่าดีที่สุดในภาษาอังกฤษเท่าที่ข้าพเจ้าได้เคยเห็นมา หนังสือนี้มีคุณค่าใหญ่หลวงแก่บรรดาผู้อ่าน โดยไม่คำนึงถึงเชื้อชาติและลัทธิทางศาสนา ทั้งนี้เพราะคติพจน์และสุนทโรวาทต่างๆ เหล่านี้ได้บรรจุไว้อย่างที่ไม่อาจปฏิเสธได้ซึ่งสัจธรรมอันเป็นนิรันดร์

ซัยยิด อบูมุฮัมมัด

สุนทรโรวาทอิมามอะลี

• ฉันไม่เคยสงสัยคลางแคลงในพระผู้เป็นเจ้าเลย ในเมื่อฉันได้เห็นพระองค์

• ฉันไม่เคยปฏิเสธพระผู้เป็นเจ้าเลย ในเมื่อฉันได้รู้จักพระองค์

• ผู้ใดรักตัวเขาเอง ผู้นั้นรู้จักพระผู้สร้างของเขา

• ศักดิ์ศรีอันรุ่งโรจน์พบได้ในการรับใช้พระผู้สร้าง ผู้แสวงหามันจากสิ่งถูกสร้างย่อมจะไม่พบมัน

• ถ้าท่านรักพระผู้เป็นเจ้า ก็จงสลายความหลงรักโลกนี้จากจิตใจของท่านเสีย

• โอ้พระผู้เป็นเจ้า มันช่างกว้างใหญ่ไพศาลเสียเหลือเกินในสิ่งที่เราได้ประจักษ์ถึงการสร้างสรรค์ของพระองค์ แต่ทว่ามันช่างเล็กน้อยเสียนี่กระไรเมื่อได้เปรียบเทียบกับสรรพสิ่งซึ่งอำนาจของพระองค์ได้ทรงซ่อนเร้นไว้

• จงเกรงกลัวพระผู้เป็นเจ้า เพราะพระองค์ทรงได้ยินทั้งหมดที่ท่านพูด และทรงรอบรู้ในความนึกคิดทั้งหมดของท่าน

• การยำเกรงต่อพระผู้เป็นเจ้า จักทำให้บุคคลปลอดภัย

• ออกไป! ออกไป! เป็นเพราะความเกรงกลัวต่อพระผู้เป็นเจ้า หากไม่แล้ว ฉันจะเป็นคนที่ฉลาดแกมโกงที่สุดในหมู่ชาวอาหรับทั้งมวล

• ฉันจะไม่แนะนำชักชวนท่านให้เคารพเชื่อฟังพระผู้เป็นเจ้า ก่อนที่ตัวฉันเองจะได้เคารพเชื่อฟังพระองค์ ฉันจะไม่ห้ามปรามพวกท่านในเรื่องการทำบาปทั้งปวง หากฉันมิได้ห้ามปรามตัวฉันเองก่อน

• พระผู้เป็นเจ้าจะทรงประทานความเมตตาแก่บุคคลที่ควบคุมความโน้มเอียงแห่งอารมณ์ของเขา ที่จะนำไปสู่ความไม่เชื่อฟังและละเมิดขัดขืน

• ความโปรดปรานเบื้องบนจะโปรยปรายลงสู่บุคคลผู้ซึ่งฟื้นฟูสัจธรรม ผู้พิฆาตความหลงผิด ผู้กระชากอำนาจของทรราชที่กดขี่ให้ต่ำลง และเชิดชูความยุติธรรมให้สูงส่ง

การอุทิศเพื่อพระผู้เป็นเจ้า

• รูปแบบที่ดีที่สุดของการพลีอุทิศเพื่อรับใช้พระผู้เป็นเจ้า คือการกระทำที่ไม่โอ้อวดโลกนี้

• ความเพียบพร้อมสมบูรณ์ไม่ใช่ของโลกนี้

• โลกนี้มิใช่อะไรอื่น เว้นแต่เป็นเงาของเมฆก้อนหนึ่ง และเป็นความฝันของคนหลับ ความปีติสุขและความโศกเศร้าระคนกัน น้ำผึ้งและยาพิษ

• ทรวงอกของโลกนี้ คือความตาย และเบื้องหลังของมัน คือความเจ็บไข้ได้ป่วย

• ผู้อาศัยทั้งปวงของโลกนี้ เป็นเพียงฝูงสุนัขที่เห่าหอนและสรรพสัตว์ที่รบกวนน่ารำคาญ ตัวหนึ่งกรรโชกเข้าใส่อีกตัวหนึ่ง ตัวแข็งแรงกัดกินตัวที่อ่อนแอ ตัวใหญ่สยบตัวน้อย พวกเขาเหล่านั้นเป็นประดุจดังปศุสัตว์ที่แบกสัมภาระ บ้างก็ถูกใส่บังเหียนควบคุมไว้ บ้างก็ถูกปล่อยอย่างอิสระ

• ขอสาบานด้วยพระนามของงอัลลอฮ์ว่า โลกนี้ในสายตาของฉันน่าจะถูกประณามเสียยิ่งกว่ากระดูกของหมูที่ปราศจากเนื้อ ในมือของคนขี้เรือนมันน้อยนิดเสียยิ่งกว่าใบไม้ใบหนึ่งในปากตั๊กแตนตัวหนึ่ง

• โลกนี้คือสถานที่พำนักที่ถูกล้อมรอบไว้ด้วยเครื่องมือลงโทษดุจแส้ และถูกสุมกองไว้ด้วยการทรยศคดโกงทุจริต สภาพของมันหากไม่อดทนอดกลั้นอย่างยิ่งแล้ว ผู้คนทั้งหมดที่เขาไปหามันจะพินาศย่อยยับ

• โลกนี้คือที่อาศัยที่กำลังเสื่อมทรามลงตามผู้อยู่อาศัยของมัน ที่ซึ่งพระบัญญัติถูกผสมปนเปด้วยสิ่งที่ผิดพระบัญญัติ ความดีผสมปนเปกับความชั่ว ความหวานชื่นผสมปนเปกับความข่มขื่น

• จงมองโลกนี้ด้วยสายตาของนักการศาสนาผู้สันโดษ มิใช่เหมือนเช่นบุคคลที่หลงรักคลั่งไคล้มันอย่างตาบอด

• โอ้โลก! ไปหลอกลวงผู้อื่นเถิด ฉันไม่ต้องการเจ้า ฉันได้ตัดขาดเจ้ามาสามครั้งแล้ว ฉันจะไม่แต่งงานกับเจ้าอีกต่อไปแล้ว

• โลกนี้ประดุจดังอสรพิษ สัมผัสของมันนิ่มนวล แต่การกัดของมันถึงกับตาย

มนุษย์

• มนุษย์เป็นสิ่งประหลาดมหัศจรรย์เสียเหลือเกิน เขามองเห็นได้ด้วยกับการช่วยเหลือของวัตถุทึบหนักแน่นหนาจำนวนมากมาย เขาพูดได้ด้วยกับการช่วยเหลือของเนื้อนิ่ม เขาได้ยินได้ด้วยกับการช่วยเหลือของชิ้นส่วนต่างๆ ของกระดูก และเขาหายใจเข้าออกได้ด้วยกับการช่วยเหลือของคอหอย

• ลูกหลานของอาดัมช่างขัดสนข้นแค้นเสียนี่กระไร เขาไม่รู้ช่วงแห่งวันทั้งหลายของเขา ไม่เข้าใจความเจ็บไข้ได้ป่วยของเขา การดัดต่อยของตัวเห็บก็จะทำให้เขาเจ็บปวดทรมานได้ เขาดมกลิ่นสาปเหงื่อไคลและไอจนถึงตาย

• โอ้ลูกหลานของอาดัม จะบังอาจคุยโม้ได้อย่างไร? ผู้ที่เริ่มต้นในฐานะเชื้อจุลินทรีย์ แล้วจบลงในฐานะซากศพ ผู้ที่ไม่สามารถชุบเลี้ยงตัวเองได้และไม่อาจหนีความตายได้?

• ทุกๆ วัน ทูตสวรรค์องค์หนึ่งจะร้องตะโกนว่า “โอ้มนุษย์ ผู้อยู่เบื้องล่างนั้นผลิตลูกหลานออกมาเพื่อตาย ก่อสร้างขึ้นมาเพื่อถูกทำลาย พวกท่านรวมตัวกันเพื่อการจำพราก”

ชีวิต

• ท่านจะปีติชื่นชมในชีวิตที่กำลังหดสั้นเข้าทุกๆ โมงยามได้อย่างไร?

• โอ้! ชั่วโมงทั้งหลายที่รีบเร่งเปลี่ยนไปเป็นวัน วันทั้งหลายไปสู่เดือนทั้งหลาย เดือนทั้งหลายไปสู่ปีทั้งหลาย และเวลาที่เปลี่ยนแปลงทั้งหลายเหล่านั้นเข้าไปสู่การทำลายล้างของชีวิตได้อย่างไร?

• บุคคลเหล่านั้นไปอยู่เสียที่ไหน? ผู้ที่เคยมีชีวิตยาวนานกว่าของท่าน บุคคลเหล่านั้นไปอยู่เสียที่ไหน? ผู้ที่ได้ละทิ้งอนุสรณ์สถานที่ใหญ่ที่สุดเอาไว้ ได้ก่อสร้างอาคารป้อมปราการ ได้เคยจัดองค์กรและประดับประดาตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง ไหนเล่าบรรดาผู้สั่งสมเหล่านั้น? ไหนเล่าผู้ที่วางแผนการณ์เหล่านั้น? กิสเราะฮ์อยู่ไหน? กัยสัร ตุบบา และฮิมยาร์อยู่ไหนเล่า?

• ความรุ่งโรจน์ทั่วทั้งโลก มิอาจถูกทำลายได้ด้วยความเสื่อมลงของโมงยาม• ความหวานชื่นแห่งชีวิตนี้อยู่ที่การแจกจ่ายให้ไปด้วยระเบียบวินัย

• ความพึงพอใจแห่งชีวิตนี้ เปรียบประดุจดังเงาของท่านเอง หากท่านหยุดมันก็หยุด หากท่านพยายามที่จะล้ำหน้ามัน มันก็จะเคลื่อนห่างออกไป

• เรื่องราวของชีวิตอันยาวนาน คือโรคภัยและความแก่ชราและอ่อนแอลง

• ผู้ใดมีชีวิตยาวนาน จะต้องคร่ำครวญให้แก่มิตรสหายของเขา

• ชีวิตคือศัตรูที่ท่านมิได้ก้าวร้าว ซึ่งท่านมิได้กดขี่ แต่มันกดขี่ท่าน ซึ่งท่านไม่เคยโจมตีมัน แต่มันโจมตีท่าน

• ชีวิตคือยาพิษที่บุคคลซึมซับมันไว้ หากผู้นั้นไม่รู้จักว่ามันคือยาพิษชนิดหนึ่ง

• ผู้ใดก็ตามที่เขายึดติดอย่างเหนียวแน่นอยู่กับชีวิตของเขาเอง ก็ย่อมจะเปิดตัวของเขาให้กลายเป็นเป้าของความโชคร้าย และความผันผวนแห่งชะตากรรม

• ความบกพร่องสามประการที่ทำให้ชีวิตไม่สามารถลงรอยกันได้ คือความพยาบาทเคียดแค้น ความอิจฉาริษยา และอุปนิสัยที่ชั่วร้าย

• ในความผันผวนของชีวิตเท่านั้น ที่บุคคลจะตัดสินคุณค่าของมนุษย์คนอื่นได้

• ชีวิตโลกนี้และชีวิตโลกหน้า เปรียบเสมือนคนที่มีภรรยาสองคน ในขณะที่ฝ่ายหนึ่งได้รับความพึงพอใจนั้น ย่อมหมายถึงความทุกข์ระทมของอีกฝ่ายหนึ่ง

• วันเหล่านั้นของท่านที่หมดไปแล้วย่อมผ่านเป็นอดีต วันเหล่านั้นที่กำลังคืบคลานมายังสงสัยอยู่เพราะฉะนั้นจงทำการงานในขณะที่ยังคงมีเวลาอยู่

• ความหยิ่งผยองที่มีต่อการครอบครองทรัพย์สมบัติอันเป็นสิ่งที่ไม่จีรัง ก่อกำเนิดมาจากความโง่เขลาเบาปัญญา

• จงคิดถึงการสิ้นสุดของมัน ความสุขในตัวของมันเองนั้นมีเพียงชั่วครู่ยาม ในขณะที่มีความชื่นชม

ยินดีอยู่กับสิ่งดีงามใดๆ จงนึกถึงความไม่จีรังของมันอยู่เสมอๆ

• ไม่มีความสุขทางโลกใดๆ เว้นเสียแต่จะต้องติดตามมาด้วยน้ำตา

• ที่ผ่านมาแล้วดูเหมือนว่าไม่เคยได้เกิดขึ้นมาเลย และอนาคตนั้นพร้อมแล้วที่จะเป็นไป

• การทดสอบที่แข็งกระด้างที่สุดคือสามสิ่งเหล่านี้ นั้นคือ การแบกภาระครอบครัวอันหนักอึ้ง ความขมขื่นของการเป็นหนี้สิน ความเจ็บไข้ได้ป่วยที่เรื้อรังยาวนาน

• โชคจากไปแม้เมื่อมันมา ชีวิตแตกร้าวถึงแม้มันประสานเข้าหากันแล้วก็ตาม

• เมื่อโชคหยิบยื่นแก่ท่าน มันให้ท่านยืมคุณสมบัติต่างๆ ของผู้อื่น และเมื่อมันหันหลังกลับไปจากท่าน มันก็ดึงเอาของของท่านไป

• หนึ่งในเครื่องหมายทั้งหลายของความโชคร้าย นั่นก็คือ การที่ต้องมีเพื่อนเลวจากคนต่ำทราม

๑๐

ความตาย

• ขณะที่ท่านมีชีวิต ท่านตาย

• ทุกลมหายใจของมนุษย์ คือการย่างก้าวไปสู่ความตาย

• ความตายรอคอยทุกสรรพสิ่งที่ถูกบังเกิดมาให้มีชีวิตอยู่ และทุกสรรพสิ่งต้องจบสิ้น

• ท่านคือเกมที่ความตายไล่ล่า ถ้าท่านยืนเฉยมันจะจับกุมท่าน ถ้าท่านหลบหนีมันจะไล่แซงท่าน

• มันน่าประหลาดใจที่ว่า ใครๆ ก็มักจะลืมความตาย ทั้งๆ ที่แม้จะเห็นกันอยู่ว่าจะต้องตายเหมือนคนอื่นก็ตาม

• คนที่รอคอยความตาย มักยอมตนให้กับการกระทำความดี

• ผู้ใดก็ตามที่ไม่ให้ความช่วยเหลือแก่พี่น้องของเขา จะถูกนับให้อยู่ในหมู่คนตาย

คนดี

• คนดีย่อมมีชีวิตอยู่ แม้เมื่อเขาถูกหามไปยังสุสานก็ตาม

• คนที่ดีที่สุด คือผู้ที่ให้ความช่วยเหลือรับใช้อย่างมากที่สุดแก่บรรดาผู้ที่มีฐานะเท่าเทียมกับเขา

• คนดี คือคนที่รู้จักคุณค่าในความสามารถของผู้อื่น

•คนดีขบถเพื่อต่อต้านความรุนแรงแต่แสดงตัวอย่างอ่อนโยนละมุนละไมและเป็นคนมีเหตุผล

๑๑

หากได้รับการปฏิบัติเป็นอย่างดี ส่วนคนเลวทรามหยาบช้าจะแข็งกระด้างและหยาบคาย เมื่อปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าความอ่อนโยนเมตตา แต่จะยอมหมอบราบคาบก็เฉพาะต่อหน้าความแข็งกร้าวเท่านั้น

• สิ่งหนึ่งที่ดีงามที่สุดในอากัปกิริยาของเสรีชน ก็คือการไม่ถือเอาความได้เปรียบในสิ่งที่เขารู้ว่าคนอื่นไม่มี

• บุคคลที่มีเกียรติ จะไม่แสดงตนโอหังในความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และหนักแน่นไม่ขยับเขยื้อนเหมือนภูเขาที่ถูกลมเหนือพัดกระหน่ำอย่างแรง ส่วนคนต่ำทรามถูกทำให้มัวเมาแม้ด้วยความสำเร็จเพียงเล็กน้อย อุปมาดั่งต้นหญ้าที่ต้องสั่นไหวแม้เพียงลมอ่อน

• สิ่งหนึ่งของความเจ็บปวดและลำบากใจที่สุดของคนดี ก็คือพันธะหน้าที่ที่จะต้องให้เกียรติแก่คนชั่วร้าย

• คนที่น่าสงสารที่สุด คือผู้รู้ที่อยู่ภายใต้คำสั่งของคนโง่เขลา คนที่มีธรรมชาติเป็นคนใจกว้างเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แต่ต้องถูกชี้นำโดยคนละโมบโลภมาก และคนที่มีคุณธรรมแต่ต้องถูกบงการโดยคนชั่วมั่ว

โลกีย์

• มนุษย์ประดุจดังมวลไม้ต่างๆ แม้ว่าน้ำที่ราดรดลงไปจะเป็นน้ำอย่างเดียวกัน แต่ผลที่ออกมาไม่เหมือนกัน

• มวลมนุษย์กำลังหลับใหล พวกเขาจะตื่นเมื่อพวกเขาตาย

• ผู้ที่ถูกตำหนิแล้วไม่ทำผิดอีกเลยจะมีสักกี่คน?

๑๒

คนชั่ว

• คนเลวที่สุด คือคนที่เห็นตนเองดีที่สุด

• คนชั่วคิดว่าคนอื่นๆ ไม่มีใครดีเลย เขาจะคิดได้อย่างไรว่าคนอื่นๆ มีในสิ่งที่ตัวเขาเองไม่มี?

• คนที่ยึดถือตนเองเป็นใหญ่ จะมองไม่เห็นความบกพร่องของตนเอง แต่เขาควรจะได้เรียนรู้ถึงความดีเลิศของอุปนิสัยของคนอื่นๆ เขาจะถูกทำให้รู้สึกผิดจากสิ่งที่เขารู้สึกในขณะนี้ว่า ในตัวเขาขาดสิ่งนั้น

• คนที่เลวที่สุด คือคนที่หลงใหลในความชั่วมั่วโลกีย์ โดยยึดถือว่าเป็นสิ่งหอมหวานชวนชื่นที่สุด

และมิได้ยับยั้งรั้งรอต่อความเกรงกลัวที่จะต้องเกลือกกลั้วกับสิ่งเลวร้ายนั้นเลย

• คนที่น่ารังเกียจที่สุด คือผู้ที่ตอบแทนความดีด้วยความชั่ว และผู้ที่น่ายกย่องที่สุด คือผู้ที่ตอบแทนแก่คนเลวด้วยการปฏิบัติอย่างโอบอ้อมอารี

• จงรีบเร่งอย่างเร่งด่วน เพื่อหลบหนีไปจากคนชั่วร้ายและคนหลงโลก

• พิษร้ายของชาติ คือนักปราชญ์ผู้ชั่วร้าย และผู้ปกครองที่ดกขี่ คือพิษร้ายแห่งความยุติธรรม

• คนที่น่ารังเกียจที่สุดในสายตาของพระผู้เป็นเจ้า คือคนเข็ญใจที่หยิ่งผยองหนึ่ง คนแก่ที่ล่วงละเมิดประเวณีหนึ่ง และนักปราชญ์ที่หลงระเริงสุรุ่ยสุร่าย

๑๓

คุณธรรม

• เสื้อคลุมแห่งคุณธรรม เป็นเกียรติคุณอันสูงสุด

• คุณธรรมคือกุญแจไขสู่ความสำเร็จ

• บุคคลเป็นผู้ศรัทธา ตราบเท่าที่เขายังมีคุณธรรม

• หัวหน้าของบรรดาคุณธรรม คือการควบคุมและระงับยับยั้งอารมณ์ต่างๆ ได้

ความชั่วร้าย

• คนชั่วร้ายชอบที่จะสนับสนุนความชั่วของคนอื่นๆ และจะมีข้อแก้ตัวอย่างมากมายสำหรับความชั่วของตนเอง

• ความชั่วที่น่าเกลียด คือการตกลงไปสู่ความไม่ดีงามของคนๆ หนึ่ง ซึ่งข้อบกพร่องนั้นก็มีอยู่ในตัวท่านเองเหมือนกัน

• สิ่งหนึ่งที่ชี้ให้เห็นถึงความเลวร้าย นั้นก็คือการก้าวร้าวกับคนดี

การเรียนรู้

หนังสือทั้งหลาย คือสวนของผู้รู้

• ผู้คงแก่เรียนย่อมมีชีวิตอยู่ แม้ภายหลังการตายของเขา แต่คนโง่ย่อมตายแม้ขณะยังคงมีชีวิตอยู่

• นักปราชญ์ย่อมรู้จักคนโง่ เพราะแต่ก่อนนี้ตัวเขาเองเคยโง่มาก่อน แต่คนโง่ย่อมไม่รู้จักนักปราชญ์เพราะเขาไม่เคยเป็นเช่นนั้นมาก่อน

๑๔

• ผู้ใดก็ตามที่ใจจิตใจของเขาครุ่นคิดพิจารณาแต่ความคิดที่ดี ย่อมเรียนรู้ที่จะจำแนกแยกแยะจุดต่างๆ ของความผิดพลาด

• ผู้รู้ที่แท้จริง คือบุคคลที่เข้าใจว่าสิ่งที่เขารู้นั้น แท้จริงแล้วมีเพียงเล็กน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับสิ่งที่เขาไม่รู้

ความรู้

• ไม่มีขุมคลังใด เหมือนอย่างความรู้

• อาณาจักรแห่งความรู้นั้นไม่มีขอบเขต

• หัวหน้าของสติปัญญาอันเป็นพรสวรรค์ คือความรู้

• ความรู้นำไปสู่ปัญญา ด้วยเหตุนี้ผู้ที่ได้รับการศึกษาจึงเป็นคนฉลาด

• ความมั่งมีจะลดน้อยถอยลงด้วยการจับจ่ายใช้สอย ในขณะที่ความรู้จะถูกทำให้เพิ่มพูนด้วยการเผยแผ่

• สิ่งที่หายาก คุณค่าของมันย่อมเพิ่มมากขึ้น ยกเว้นความรู้ ยิ่งกระจัดกระจายออกไปมากเท่าใด มันก็ยิ่งมีค่ามากขึ้นเท่านั้น

• ที่สุดของทั้งสองสิ่งนี้ ที่ไม่อาจบรรลุถึงได้ คือความรู้และความเข้าใจ

• ด้วยความรู้ทำให้ท่านปลอดภัย ด้วยความโง่ทำให้ท่านขาดทุน

• สัจธรรมคือคลังสมบัติที่กว้างใหญ่ไพศาล ซึ่งมันไม่เคยถูกใช้ให้หมดสิ้นไปได้ สติปัญญาคือเสื้อคลุมตัวใหม่ซึ่งไม่มีวันเก่า

• เสื้อคลุมแห่งความรู้ จะทำให้ท่านเป็นอมตะและดูไม่แก่

• จงแสวงหาให้ได้มาซึ่งความรู้ มันเป็นอาภรณ์ประดับตัวท่านหากท่านเป็นคนร่ำรวย และมันจะชุบเลี้ยงท่านหากท่านยากจน

๑๕

• บุคคลที่ปลอดภัยที่สุดในความรู้ของเขา คือผู้ที่ความเชื่อมั่นทั้งหลายของเขาไม่ถูกทำให้อ่อนแอลงโดยความสงสัย

• ความรู้ที่เป็นประโยชน์ที่สุด คือสิ่งที่ผู้หนึ่งนำมันไปสู่การปฏิบัติ

• จงเลือกส่วนที่ดีที่สุดของวิทยากรแต่ละสาขา ให้เหมือนอย่างผึ้งที่ดูดส่วนที่ละเอียดอ่อนที่สุดของดอกไม้

• จงติดตามแสวงหาความรู้ ที่ท่านอาจจะควรค่าแก่ตำแหน่งที่มีเกียรติอันน่าเคารพยกย่อง

• จงค้นหาความรู้ จงทำให้ตัวท่านเองเป็นผู้ที่รู้จักโดยผ่ายทางความรู้นั้น จงปฏิบัติมันแล้วท่านจะกลายเป็นผู้รู้เช่นกัน

• ประสบการณ์ คือความรู้ที่ได้รับมา

• ผู้ขาดประสบการณ์ ย่อมถูกหลอกอยู่บ่อยๆ

• กษัตริย์ได้รับความเคารพนับถือเพราะอำนาจของพระองค์ นักปราชญ์ได้รับความเคารพนับถือ

เพราะสิ่งที่เขารู้ ผู้ที่ทำความดีได้รับความเคารพนับถือเพราะการทำความดีต่างๆ ของเขา และหัวหน้าเผ่าชนได้รับความเคารพนับถือก็เพราะอายุของเขา

• จะรู้จักคนอื่นได้อย่างไร หากบุคคลนั้นยังไม่รู้จักตนเอง?

• จงอย่าเกลียดในสิ่งที่ท่านไม่รู้ เพราะความรู้อันเป็นส่วนที่ใหญ่กว่านั้นประกอบด้วยสิ่งที่ท่านไม่รู้

• ถ้าท่านบิดบังซ่อนเร้นในสิ่งที่ท่านรู้ ท่านจะถูกทึกทักว่าท่านไม่รู้อะไรเลย

๑๖

• บุคคลควรไต่ถามถึงเรื่องที่ตนไม่รู้ ไม่ควรอายที่จะกล่าวว่า “ฉันไม่รู้”

• มนุษย์มักเป็นปฏิปักษ์กับสิ่งที่เขาไม่รู้

• ภัยร้ายของความรู้ คือการไม่ปฏิบัติตามความรู้นั้น ภัยร้ายของแรงงาน คือการทำงานแต่ไม่สุจริต

ใจ

• การขว้างวิทยาการทิ้งไป ก็เสมือนกับการทุบทำลายไม้ที่ต่อเรือลำหนึ่งออกเป็นชิ้นๆ ซึ่งบรรดา

ผู้สร้างเรือลำนั้นพร้อมด้วยผู้เดินทางทั้งหมดที่โดยสารไปกับมันต้องจมลงจนหมดสิ้น

• ความรู้เช่นนั้นถือว่าผิวเผินมาก ซึ่งหลงเหลืออยู่เฉพาะบนปลายลิ้นของท่านเท่านั้น คุณธรรม

ภายในและคุณค่าของความรู้ คือสิ่งที่ท่านยึดถือปฏิบัติไปตามนั้น

การศึกษา

• แท้จริงแล้ว ท่านมีความจำเป็นในการศึกษาที่ดี มากเสียยิ่งกว่าชัยชนะที่นำมาซึ่งเงินทองและ

ทองคำ

• การศึกษาที่ดี ปกปิดแหล่งกำเนิดอันต่ำต้อย

• ผู้ที่ได้รับการศึกษา ย่อมมองเห็นด้วยกับจิตใจและวิญญาณ คนโง่เขลานั้นมองเห็นก็แต่เพียงกับ

ดวงตาทั้งสองของเขาเท่านั้น

• จงฟัง แล้วท่านจะสอนตัวท่านเอง จงนิ่งสงบเงียบ แล้วท่านจะไม่เสี่ยงเลย

• อุทิศชีวิตแก่ศาสนาโดยมิได้รับการสั่งสอนอบรม ก็เหมือนกับลาสีข้าวที่เดินวนเวียนไปรอบๆโดยไม่อาจออกไปจากที่นั้นได้

๑๗

• ผู้ที่ไม่รู้จักเรียนรู้อะไรเลย ย่อมไม่เคยถูกสอนสั่ง

• ผู้ใดก็ตามที่ไม่อดทนต่อความยากลำบากในการถูกสั่งสอนอบรม จะอยู่ในความต่ำต้อยแห่งอวิชชาตลอดไป

• ครูและนักเรียนมีส่วนร่วมเท่าๆ กัน ในรางวัลของพระผู้เป็นเจ้า

• บุคคลย่อมเรียนรู้ได้ด้วยการถามปัญหาต่างๆ

• การสอนที่ดีที่สุด คือการสอนที่จะแก้ไขตัวท่านเองให้ถูกต้อง

• การสอนที่มิได้แก้ไขตัวท่านให้ถูกต้อง ย่อมอยู่ในแนวทางที่ผิดพลาด

• บุคคลที่มีความสามารถน้อยที่สุด คือบุคคลที่สำแดงตัวเขาเองให้ปรากฏว่าไม่สามารถแก้ไขตัวเองห้ถูกต้องได้

• ทำตัวท่านเองให้เป็นผู้รับใช้ผู้รู้คนใดก็ได้ที่ท่านพบเจอ

ปัญญา

• คนฉลาด ต้องการวันละชั่วโมงทุกๆ วัน เพื่อจัดการสำรวจตรวจสอบมโนธรรมของเขาเอง และวางมาตรการกับสิ่งที่เขาได้รับรู้หรือสูญเสียไป

• จิตใจเป็นแหล่งของปัญญา ด้วยกับการสดับฟังในฐานะที่เป็นช่องทางของมัน

• ปรัชญาเป็นพฤกษาที่เจริญเติบโตในจิตใจ และดอกผลของมันผ่านออกมาทางคำพูด

• ความศรัทธาและปัญญาเป็นพี่น้องฝาแฝด พระผู้เป็นเจ้าไม่ทรงรับสิ่งหนึ่งที่ปราศจากอีกสิ่งหนึ่ง โดยปัญญาที่ทำให้บุคคลบรรลุถึงยอดแห่งกิจการงานทั้งหลาย

• พระผู้เป็นเจ้ามิได้ทรงประทานสิ่งใดให้แก่บรรดาผู้ถูกบังเกิดของพระองค์ที่วางอยู่สูงกว่าเหตุผล

• แท้จริงผู้ที่เห็นไปก่อนล่วงหน้า จะไม่ถูกกับดักของเล่ห์กล คนฉลาดก็จะไม่ถูกหลอกลวงด้วย

๑๘

ความโลภ

• การไว้เนื้อเชื่อใจต่อบุคคลใดก่อนที่จะรู้จักเขาดี ถือว่าขาดสติปัญญา

• ความหลงใหลในโลกีย์วิสัยเกิดขึ้นน้อย ในขณะที่ปัญญาเพิ่มมากขึ้น

• คนฉลาดพึ่งพาแรงงานของเขาเอง ส่วนคนโง่ไว้วางใจในความคิดเพ้อฝันต่างๆ

• ปราชญ์แสวงหาความสมบูรณ์ คนโง่แสวงหาทรัพย์

• สมมุติฐานของคนฉลาด ย่อมใกล้เคียงความถูกต้องมากกว่าความรู้ของคนโง่

• มันเป็นส่วนของคนฉลาดที่จะต้องเชื่อฟังผู้มีตำแหน่งเหนือเขา ให้ความเคารพแก่ผู้ที่มีความเท่าเทียมกับเขา และให้ความยุติธรรมแก่ผู้ที่ด้อยกว่าเขา

• ความมั่งคั่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือความมั่งคั่งแห่งสติปัญญาและการวินิจฉัยที่ยุติธรรม ความยากจนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือความยากจนจากความโง่เขลาและอวิชชา ส่วนความไม่น่าคบที่สุด นั้นคือความไร้สาระ หยิ่งยโส คดโกง และยกย่องตนเอง ความสูงส่งที่สุดของความดีมีศีลธรรม คือความประพฤติอันสุภาพอ่อนโยนและความดีงามแห่งวัฒนธรรม

• คนฉลาดคิดก่อนแล้วพูด ส่วนคนโง่พูดก่อนแล้วคิด

สติปัญญา

• ผู้มีสติปัญญา คือบุคคลที่รู้ว่าจะอยู่อย่างไรในวันนี้ที่จะมีความสุขมากกว่าเมื่อวันวาน

• เกี่ยวกับคุณสมบัติที่ดีของมนุษย์ สองประการที่มีชื่อเสียงคือ สติปัญญาและถ้อยคำ โดยประการแรกเขาจะทำประโยชน์ให้แก่ตัวเอง และในประการที่สอง เขาจะทำให้คนอื่นได้รับประโยชน์

๑๙

• สติปัญญาเป็นพรสวรรค์ตามธรรมชาติ และเพิ่มพูนขึ้นด้วยประสบการณ์และการสอน

• ไม่มีใครเลยที่เป็นผู้ครอบครองสติปัญญา แล้วจะถูกลดลงมาสู่ความยากจน

• เขาเป็นผู้มีเกียรติ ผู้ซึ่งใช้สติปัญญาอยู่เป็นประจำ

การพิจารณาตรึกตรอง

• บุคคลที่ครุ่นคิดพิจารณาถึงความโปรดปรานทั้งหลายของพระผู้เป็นเจ้า ย่อมประสบความสำเร็จ

• การครุ่นคิดพิจารณาของมนุษย์ เป็นกระจกส่องให้ตัวเขาได้เห็นการกระทำที่ดีและชั่วของเขาเอง

• ผู้ใดก็ตามที่มีพลังแห่งความตรึกตรอง ย่อมได้บทเรียนจากทุกๆ สิ่ง

• เรื่องต่างๆ ที่มืดมัว จะกลับกลายเป็นความกระจ่างชัดในความเพียรและครุ่นคิดพิจารณา

• การกระทำในสิ่งที่ได้พิจารณาไตร่ตรองแล้วเท่านั้น ที่จะทำให้กิจการงานทั้งหลายของท่านดำเนินไปได้ด้วยดี

• คิดใคร่ครวญก่อนที่ท่านจะลงมือกระทำ (การโจมตี)

• คิดใคร่ครวญก่อนที่ท่านจะพูด แล้วท่านจะหลีกเลี่ยงความผิดพลาดได้เช่นกัน

๒๐

อวิชชาและความโง่เขลา

• คนโง่ คือก้อนหินที่ไม่มีน้ำไหลออกมาจากมัน คือต้นไม้ที่กิ่งก้านสาขาของมันไม่เคยเขียวชอุ่ม คือดินที่เมื่อปลูกพืชพันธุ์แต่ไม่เคยผุดหน่อออกช่อมาให้เห็นเลย

• ความโง่เขลา เป็นศัตรูที่น่ารังเกียจที่สุดของท่าน

• คนโง่เขลา ทำอันตรายแก่มนุษย์มากกว่ามะเร็งในร่างกาย

• คนโง่เขลา มองไม่เห็นความผิดพลาดต่างๆ ของเขาเอง และดูถูกรังเกียจคำแนะนำ

• ความโง่ เป็นความเจ็บปวดที่ไม่อาจเยียวยาได้ เป็นเชื้อโรคหนึ่งที่ไม่สามารถจะรักษาได้

• คนที่โง่ที่สุด คือบุคคลที่เชื่อว่าตนเองเป็นผู้ที่ฉลาดที่สุด

• หนึ่งจากเครื่องหมายต่างๆ ของคนโง่ คือการเปลี่ยนความคิดเป็นประจำ

การพูด

• มนุษย์จะเป็นอะไรหากปราศจากการพูด? ภาพที่ถูกวาด หรือสัตว์ที่ถูกปล่อย!

• ไม่พูดเมื่อไม่ใช่เวลาสำหรับการพูด

• บ่อยครั้งที่ถ้อยคำได้ทิ่มแทงเหมือนดาบ

• บ่อยครั้งที่ถ้อยคำได้ทิ่มทะลวงลึกกว่าลูกศรทั้งหลาย

• บ่อยเพียงใดที่ถ้อยคำเพียงคำเดียว ได้ก่อให้เกิดสงคราม

• ลิ้นมีจุดหนึ่งที่คมกว่าหอกเสียอีก

๒๑

• คนกี่มากน้อยแล้วที่มีลิ้นบ่อนทำลาย

• ลิ้นของเพื่อนที่โง่เขลา คือกุญแจของเขาที่นำไปสู่ความตาย

• จงกลัวในคำพูดของท่าน มันเป็นลูกธนูที่พลาดเป้า

• ปกป้องศีรษะของท่านให้พ้นจากอุปสรรคทั้งหลายแห่งลิ้นของท่านเอง

• มือของลิ้นคือการเขียน

• ถ้อยคำเบาบนริมฝีปากและง่ายต่อความเข้าใจ คือการพูดที่คล่องแคล้ว

• จิตใจคือผู้คุมคลังสมบัติของลิ้น และลิ้นคือล่ามของมนุษย์ทั้งหลาย

• ลิ้นคือสัตว์ที่ดุร้ายป่าเถื่อน หากปล่อยมันเป็นอิสระมันก็จะทำร้ายท่าน

• เท้าที่สะดุดก่อให้เกิดบาดแผล และลิ้นที่พูดโง่ๆ ก่อให้เกิดความเสียหาย

• ทุกๆ คำพูดที่สองของคนโง่ คือคำกล่าวสบถสาบาน

• การพูดที่ดีที่สุด คือการพูดที่เหมาะสมกับการกระทำ

• การนิ่งเงียบเมื่อท่านสามารถที่จะพูดบางสิ่งบางอย่างได้อย่างฉลาดและมีประโยชน์ มันก็เลวพอๆกับการป่าวประกาศความคิดต่างๆ ที่ไม่ฉลาดและโง่เง่านั่นเอง

• หากท่านได้รับความมุ่งหวังและความเคารพแล้ว ก็จงตอบรับการคารวะและความหวังดีนั้นกลับคืนไปในลักษณะที่เหมาะสมที่สุด หากท่านได้รับการเกื้อกูล ก็จงให้คืนภาระผูกพันนั้นกลับไปในทำนองเดียวกันให้มากๆ แต่ผู้ใดที่รีบเร่งกระทำคุณความดีของเขาก่อน ก็ย่อมล้ำหน้าในคุณธรรมความดีอยู่เสมอ

๒๒

• การพูดที่ดีที่สุด คือการพูดที่ไม่ก้าวร้าวระคายหู และความเข้าใจในถ้อยคำเหล่านั้น ก็ไม่ทำให้สติปัญญาเมื่อยล้า

• การพูดด้วยความจริงใจ สร้างความเข้มแข็งให้แก่เหตุผลข้อโต้แย้งของบุคคลนั้น

• ไม่ต้องคำนึงว่าใครพูด แต่จงพิจารณาว่าเขาพูดอะไร

• อย่าประเมินค่าความคิดที่ดีงามให้ต่ำลง เพียงเพราะว่ามันมาจากบุคคลที่ไม่สำคัญ

• ถ้าคำปราศรัยและความคิดของผู้พูดอยู่ในภาวะสอดคล้องกัน ผู้ฟังก็จะยอมรับการพูดของเขา มิฉะนั้นแล้วก็จะไม่บังเกิดผลใดๆ

• จงพูดเพื่อทำให้ตัวท่านเองเป็นที่รู้จัก เพราะมนุษย์มักถูกซ่อนไว้ใต้ลิ้นของเขา

• มนุษย์ยิ่งพูดด้วยความจริงใจมากเท่าใด เขาก็จะได้รับความเคารพนับถือมากยิ่งขึ้นเท่านั้น

• คนโง่มักจะทำให้ตัวเองผิดพลาดไปในสามเรื่องดังนี้ การพูดถึงเรื่องต่างๆ ที่เขาไม่มีความรู้ การตอบก่อนที่เขาจะถูกถาม ความหุนหันพลันแล่นในการดำเนินงานต่างๆ ของเขา

• ผู้ใดก็ตามที่พูดในสิ่งที่เขาไม่สมควรพูด ก็จะต้องได้รับฟังในสิ่งที่เขาไม่ต้องการฟัง

• คำพูดเป็นเหมือนยารักษาโรค การให้ยารับประทานเพียงเล็กน้อยย่อมเป็นประโยชน์ แต่หากให้มากจนเกินไปก็ถึงตายได้

๒๓

• จงระมัดระวังในการวิพากษ์วิจารณ์ข้อเท็จจริงที่ท่านไม่รู้ถึงก้นบึ้งของมัน และไม่รู้อย่างแม่นยำถูกต้อง พึงควรละเว้น ทั้งนี้เพราะการพูดของท่านจะสะท้อนให้เห็นถึงสติปัญญาของท่าน และถ้อยคำทั้งหลายของท่านมันจะขยายให้เห็นถึงความรู้ของท่านด้วย

• พิษภัยของการปราศรัย คือความยืดยาว

• การพูดมากเกินไป เป็นที่น่าเบื่อหน่ายของเพื่อนฝูงของตนเอง

• จงหลีกเลี่ยงจากการพูดมากจนเกินไป ซึ่งจะก่อให้เกิดความผิดพลาดบ่อยๆ และน่าเบื่อ

• โสตประสาทไร้ประโยชน์เมื่อใจลอย

• หากท่านมิได้เป็นนักพูดที่รอบรู้และปราชญ์เปรื่องแล้ว ก็จงเป็นผู้ฟังที่ตั้งใจ

ความมุ่งร้าย การลอบกัด การใส่ร้ายป้ายสี

• จงละทิ้งการพูดมุ่งร้ายทั้งปวง หากจะอยู่ที่นั่นก็เพื่อการให้ความยุติธรรมตามสมควร หาไม่แล้วก็อย่าไปอยู่ที่นั้นเลย

• จงระวังการลอบกัด มันหว่านเมล็ดพันธุ์ทั้งหลายของความขมขื่น และแยกตัวท่านออกจากพระผู้เป็นเจ้าและมวลมนุษย์

• ผู้ใดก็ตามที่ฟังการใส่ร้ายป้ายสี ตัวเขาเองคือคนใส่ร้ายป้ายสี

• จงปกป้องตัวท่านให้พ้นจากคำพูดที่น่ารังเกียจ เพราะคำพูดเหล่านั้นจะทำให้หัวใจทั้งหลายลุกโชนด้วยความโกรธ

๒๔

สัจธรรม

• สัจธรรมคือทางวิบากที่สุด และความรู้คือมัคคุเทศก์ที่ดีที่สุด

• สัจธรรมคือการเยียวยารักษาที่ไม่เคยล้มเหลว

• สัจธรรมประดับถ้อยคำของบุคคล

• จงซื่อสัตย์ในคำพูดของท่าน และบริสุทธิ์ใจในการกระทำต่างๆ ของท่าน

• ความจริงที่ดีที่สุด คือการรักษาคำมั่นสัญญาทั้งหลาย

การพูดเท็จ

• เงียบใบ้เสียดีกว่าพูดเท็จ

• การพูดเท็จ เป็นการทรยศคดโกงและทุจริต

• สัจธรรมเพียงน้อยนิด พิชิตความหลงผิดมากมายได้ เหมือนอย่างไฟเพียงน้อยนิดที่สามารถเผาไหม้ฟืนกองใหญ่ได้ ฉันใดก็ฉันนั้น!

• ผู้พูดความจริงเป็นคนมีเกียรติ ส่วนผู้พูดเท็จเป็นคนที่น่าดูถูก

• ผู้ใดก็ตามที่ลือลั่นไปทั่วเพราะการพูดเท็จ จะเห็นได้ว่าความมั่นใจของคนทั้งหลายในตัวเขาจะเสื่อมลง

• จงหลีกเลี่ยงจากคนพูดเท็จ ถ้าท่านจำเป็นจริงๆ ที่จะต้องสัมพันธ์ติดต่อกับเขา ก็จงอย่าเชื่อว่าเขาถูกต้อง แต่อย่าให้เขาเห็นว่าท่านรู้ว่าเขาโกหก เพราะในไม่ช้าเขาจะเลิกคบกับท่านมากกว่าที่เขาจะเลิกโกหก

• เมื่อความจริงในเสื่อมลง ความหลงผิดก็เพิ่มขึ้น ลิ้นพูดถึงมิตรภาพ แต่หัวใจเต็มไปด้วยความจงเกลียดจงชัง

๒๕

• การหลอกลวงคนที่ไว้เนื้อเชื่อใจในตัวท่าน คือความอกตัญญู

การประจบสอพลอ

• มิใช่บทบาทของท่านศาสดาที่จะประจบสอพลอ

• จงอย่าประจบสอพลอ เพราะมันมิใช่เครื่องหมายของความศรัทธา

• ความสงบเงียบ คือสวนแห่งสมาธิ

• การนิ่งเงียบ ประดุจดังเครื่องประดับตัวท่านให้ดูเคร่งขรึม สงบเสงี่ยมพร้อมด้วยความมีเกียรติ

และเว้นท่านไว้จากการที่ต้องไปขอโทษอะไรกับใครทั้งสิ้น

• ความเงียบของคนโง่เขลา คือผ้าคลุมหน้าของเขา

• มากมายเพียงใดแล้วที่ความเงียบคือคำตอบ

• คำตอบที่คล่องแคล่วที่สุดของคนโง่ คือการนิ่งเงียบ

• การนิ่งเงียบเป็นสิ่งที่ดีกว่าการพูดคล่อง เมื่อมันไม่ใช่เวลาที่จะพูด

• การนิ่งเงียบที่ปราศจากความคิด นับเป็นเพียงความใบ้เท่านั้น

ความลับต่างๆ

• คนฉลาดมีกล่องมหัศจรรย์กล่องหนึ่ง ซึ่งในนั้นเก็บความลับต่างๆ ของเขาไว้ได้

• ผู้ใดก็ตามที่ฝากความไว้วางใจในความลับไว้กับคนอื่น ก็เท่ากับผู้นั้นตกลงใจที่จะลดคุณค่าของตัวเองลง

๒๖

•ผู้ใดก็ตามที่รู้สึกกระอักกระอ่วนที่จะเก็บความลับของตนเองไว้ ย่อมจะแสดงความอ่อนแอออกมาเสียมากกว่า ถ้าได้กุมความลับของผู้อื่นไว้

• ผู้ใดก็ตามที่เปิดเผยความลับของท่าน ย่อมก่อความเสียหายแก่ท่าน

• บุคคลที่รักษาความลับทั้งหลายของเขาไว้ได้ ย่อมสามารถควบคุมกิจการงานทั้งหลายของเขาไว้ได้อย่างสมบูรณ์แล้ว

ความหน้าไหว้หลังหลอก

• คนกลับกลอกทั้งหลาย คลุมตัวเองไว้ในความมดเท็จ

• คนกลับกลอกมีถ้อยคำหวานหู แต่มีจิตใจที่ขมขื่น

• ลิ้นของกลับกลอกนั้นสะอาด แต่มีความป่วยไข้ถูกซ่อนเร้นไว้ในหัวใจของเขา

การยกย่องสดุดี

• เรื่องจริงที่น่าเกลียดที่สุด คือการยกย่องสดุดีตนเอง

• คุยโวยกตัวเอง นับเป็นความล้มเหลวในการเคารพตนเอง

• จงระมัดระวังตัวท่าน ให้พ้นจากการรับฟังการยกย่องสดุดีตัวท่านในเรื่องที่เกินความจริง เพราะกลิ่นไอที่ฟุ้งออกมาจากการฟังเรื่องเช่นนั้นจะทำให้หัวใจเกิดความฉ้อฉลและต่ำทราม

๒๗

• จงระวังการยกย่องสรรเสริญบุคคลอื่นในคุณสมบัติต่างๆ ที่บุคคลนั้นไม่มี การกระทำต่างๆ ของเขาเป็นการทรยศต่อตัวเองและยังเป็นการโกหกท่านด้วย

• คนที่ยกย่องท่านในคุณสมบัติต่างๆ ที่ท่านไม่มี ต่อไปก็จะพบว่าบุคคลนั้นจะตำหนิติเตียนท่านในความผิดต่างๆ ที่ไม่ใช่ของท่าน

• คนที่สมควรจะถูกตำหนิมากที่สุดในการกระทำทั้งหลาย คือการยกย่องสดุดีคนต่ำช้าเลวทราม

• ยกย่องสดุดีคนชั่ว ถือเป็นบาปที่น่ารังเกลียดและน่าชัง

การพูดล้อเล่น และการหัวเราะเยาะ

• ความเกลียดชังกัน เกิดจากการพูดล้อเล่น

• การหัวเราะมากเกินไป จะทำให้เสื่อมเสียเกียรติยศ

• พูดตลกขบขันมากเกินไป แล้วท่านจะไม่อาจดึงกลับมาสู่เรื่องจริงจังได้

• จงหลีกเลี่ยงจากการพูดที่จะถูกหัวเราะเยาะ แม้แต่เพียงการพูดซ้ำตามถ้อยคำของผู้อื่นก็ตาม

ความทะลึ่งโอหัง

• ความทะลึ่งโอหัง ลดเกียรติคุณของมนุษย์

• ใบหน้าของคนทะลึ่งทะเล้นนั้น ช่างน่าเกลียดเสียยิ่งกว่าอะไรดี!

คำแนะนำ

• คนที่ฉลาดที่สุด คือคนที่ไม่รังเกียจคำแนะนำของบุคคลอื่น

๒๘

• จงยึดถือเอาคำแนะนำของคนฉลาด เช่นนั้นแหละที่จะพ้นจากข้อครหาและความเสียใจ

• จงปรึกษาแม้กับศัตรู ถ้าเขาเป็นคนฉลาด จงอย่าตามคำแนะนำของมิตรที่โง่เขลา

• จงปรึกษาหารือกับบรรดาปฏิปักษ์ของท่าน เพื่อที่จะเรียนรู้จากความคิดต่างๆ ของพวกเขา จน

ขยายไปถึงฝ่ายปฏิปักษ์ของพวกเขา และจุดสุดท้ายที่พวกเขาทั้งหลายกำลังแสวงหาอยู่

• จงนำทางตัวท่านเองด้วยตะเกียงส่องของบรรดาที่ปรึกษา ที่พวกเขาปฏิบัติในสิ่งที่พวกเขาได้ให้คำแนะนำไปแล้ว

• ผู้ใดก็ตามที่แสวงหาและปฏิบัติตามคำแนะนำของบุคคลอื่น จะหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดต่างๆ ได้อย่างมากมาย ผู้ใดก็ตามที่ไม่ปฏิบัติตามคำปรึกษาหารือแต่ปฏิบัติตามลำพังด้วยตนเอง ผู้นั้นย่อมสุ่มเสี่ยงต่อการกระทำที่ผิดพลาดได้อย่างมากมาย

• มีข้อกระตุ้นเตือนในหมู่พวกเราให้ทำการปรึกษาหารือ เพราะคำแนะนำของที่ปรึกษาถือเป็นความบริสุทธิ์ ในขณะที่บุคคลที่แสวงหาคำปรึกษาถูกผสมปนเปไปด้วยโลหะผสมอื่นๆ มาก่อนแล้ว

• การให้คำแนะนำแก่บุคคลอื่นอย่างเปิดเผยต่อสาธารณะ ก็เท่ากับเป็นการตำหนิติเตียนบุคคลนั้นไปในทันที

• โลกนี้จะเป็นที่ปรึกษาที่ดีที่สุดของท่าน ถ้าท่านทำตามคำแนะนำของมัน

• คนที่ให้คำแนะนำโดยที่ตัวเขาเองมิได้ปฏิบัติตามนั้น ก็เหมือนคันธนูที่ไร้สาย

๒๙

• คนที่ขายคำแนะนำของเขาให้ท่าน ก็เหมือนกับพ่อค้าที่เสนอดอกเบี้ยแพง

• บุคคลผู้แสวงหาคำแนะนำต่างๆ ย่อมเรียนรู้ที่จะยอมรับข้อผิดพลาดต่างๆ ไว้ด้วย

ความสันโดษ

• อยู่คนเดียวเสียดีกว่าที่จะอยู่กับเพื่อที่ชั่วช้า

• บุคคลที่อยู่คนเดียว ย่อมปลอดภัยและสุขสบายตลอดไป

• ผู้ที่รู้จักโลกนี้ ย่อมอยู่คนเดียว

• ผู้ที่รู้จักมนุษย์ ย่อมหลบหลีกจากมนุษย์

• บรรดาผู้คนที่รู้จักเรา แต่เรามักไม่รู้จักคุณค่าของพวกเขา

พระผู้เป็นเจ้าจะทรงประทานความมั่งคั่งให้แก่บุคคลผู้ซึ่งไม่แสวงหาสิ่งใดจากมวลมนุษย์

การให้

•ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของพระผู้เป็นเจ้า มิได้หมายความถึงการยกเลิกวิทยาญาณของพระองค์ จากความจริงเช่นนี้มันย่อมหมายความว่า พระองค์จะไม่ทรงอนุมัติให้กับทุกๆ การวอนขอ

๓๐

•บุคคลใดก็ตามที่ได้รับความโปรดปรานจากพระผู้เป็นเจ้า จะถูกเรียกร้องจากทั่วทุกสารทิศ ถ้าเขาแจกจ่ายสิ่งที่เขาได้รับความโปรดปรานให้เป็นไปตามเจตนารมณ์แห่งพระผู้เป็นเจ้า ความสุขของเขาก็จะยั่งยืนตลอดกาลนาน หากเขาไม่ปฏิบัติเช่นนั้น มันก็จะอยู่กับเขาเพียงชั่วคราวเท่านั้น

• จงอย่าอายที่จะต้องให้เพียงน้อยนิด เพราะการให้อย่างหลอกลวงก็เหมือนกับการให้เพียงน้อยนิด

• ส่วนของความใจกว้างที่ดีกว่า คือการให้อย่างรวดเร็ว

• จงให้แก่คนยากจนก่อนที่เขาจะขอ เพราะหากท่านทอดทิ้งเขาไว้ให้ขัดสนจนต้องยื่นมือขอเมื่อใดก็เท่ากับท่านได้ดึงเอาความเคารพในตัวเองของเขาออกไป ซึ่งมีค่ามากกว่าทานที่ท่านได้บริจาคไป

• จงอย่าพลัดวันประกันพรุ่ง ในสิ่งที่ท่านจะให้แก่คนๆ หนึ่งที่เขามีความต้องการ เพราะท่านไม่รู้ว่าในวันพรุ่งนี้อะไรที่รอคอยท่านและเขาอยู่

• สองสิ่งนี้เป็นของผู้โอบอ้อมอารีที่มีหัวใจกว้างขวาง นั่นคือการบริจาคทรัพย์สินของเขาและการพิทักษ์ปกป้องเกียรติของตนเอง

• ความใจกว้างประการสุดท้าย คือการลืมข้อกล่าวหาที่ท่านได้กระทำต่อบุคคลอื่น และการจดจำถึงสิทธิที่บุคคลอื่นมีเหนือตัวท่าน

• มนุษย์มีสองจำพวก คือคนใจกว้างที่ไม่ร่ำรวย และคนร่ำรวยที่ไม่บริจาคสิ่งใด

• ความร่าเริงแจ่มใส ย่อมเป็นเครื่องประดับของผู้โอบอ้อมอารีที่มีใจกว้างขวาง

๓๑

• มันจะนำความพึงพอใจที่เต็มไปด้วยความอดทนอดกลั้นมาสู่ตัวท่าน ในการที่ท่านได้ให้เสื้อคลุมตัวหนึ่งกับคนอื่น มากกว่าที่ท่านจะสวมใส่เอง

• แจกจ่ายออกไปให้กว้างขวางในสิ่งที่ท่านได้มันไว้เรียบร้อยแล้ว ดีกว่าที่จะสะสมสมบัติใหม่

• การให้ที่พักพิงแก่ผู้ลี้ภัย เท่ากับเป็นการให้ที่พักพิงแก่ตัวท่านเอง ให้พ้นจากการลงโทษในโลกหน้า

• การกระทำที่มีเกียรติสูงสุด คือการรับภาระหนี้สิ้นทั้งหลายของบุคคลอื่น และการดูแลเอาใจใส่แก่ผู้เป็นแขกของเขา

การทำความดี และความเมตตาปรานี

• จงกระตุ้นให้กระทำความดี และป้องกันการกระทำความชั่ว

• การทำความดี ทำให้ผู้หนึ่งเป็นคนรับใช้ของตนเอง แต่ผลประโยชน์ที่ควบคู่ไปกับการเหน็บแนมย่อมไร้ค่า

• โดยการทำความดี ท่านทำให้เสรีชนคนหนึ่งเป็นทาสรับใช้ท่าน

• ท่านไม่ควรวางผู้กระทำดีและผู้กระทำชั่วไว้บนพื้นฐานที่เท่าเทียมกัน เพราะนั้นจะทำให้ผู้กระทำความดีทอดทิ้งการทำความดี และเท่ากับเป็นการส่งเสริมคนชั่วให้อยู่ในความชั่วต่อไป

• จงอย่าตอบแทนความดีด้วยความชั่ว เพราะมันจะเป็นอุปสรรคขัดขวางการกระทำความดี

• ผู้ใดก็ตามที่ปฏิบัติโดยการกระทำความดี จะเห็นว่าความหนาวสะท้านนั้นถูกทำให้หวานชื่น

๓๒

• ผู้ใดก็ตามที่ปรึกษาด้านผลประโยชน์กับบุคคลที่ไม่สมควรปรึกษาย่อมเกิดความเสียหาย

• จงปกปิดความดีที่ท่านทำ แต่จงทำให้เป็นที่รู้กันทั่วไปในความดีที่ผู้อื่นกระทำต่อท่าน

ความฟุ่มเฟือยสุรุ่ยสุร่าย

• จงเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แต่ไม่ฟุ่มเฟือยสุรุ่ยสุร่าย

• จงเลิกความฟุ่มเฟือยสุรุยสุร่าย สำหรับคนฟุ่มเฟือยนั้นไม่มีผู้ใดยกย่องเขา ถึงแม้ในขณะที่เขากำลังให้อยู่ก็ตาม และไม่มีใครเมตตาสงสารเขาถึงแม้เขากำลังขอทานอยู่ก็ตาม

• ความหยิ่งไม่มีอะไรเลยเว้นแต่ความโง่ และความฟุ่มเฟือยสุรุ่ยสุร่ายนั้นเป็นมารดาของความขัดสนยากจน

• ทุนเล็กน้อยที่สุดก็เจริญงอกงามได้ด้วยกับความสุขุมรอบคอบ ในขณะที่ความฟุ่มเฟือยทำให้ทรัพย์สมบัติที่ใหญ่ที่สุดกระจัดกระจายหายไปได้

การตอบสนอง

• ผู้ใดหว่านความดีไว้ ย่อมเก็บเกี่ยวซึ่งรางวัลของเขา

• ผู้ใดหว่านพืชเช่นใด ย่อมเก็บเกี่ยวผลเช่นนั้น และบุคคลย่อมได้รับรางวัลตอบแทนตามสิ่งที่เขาได้กระทำไว้

• ผู้ใดปลูกพืชแห่งความดี ย่อมได้เก็บเกี่ยวผลที่หวานชื่นที่สุด

๓๓

ศิลปะการปกครองประเทศ

• ศิลปะการปกครองที่ดี ย่อมทำให้อำนาจเข้มแข็งขึ้น

• ผู้ที่ขาดศิลปะการปกครองที่ดี ย่อมไม่ควรค่าแก่การปกครอง

• ย่อมเป็นการถูกต้องที่ว่า ผู้ปกครองควรปกครองตัวเองให้ได้เสียก่อน ก่อนที่จะปกครองผู้ที่อยู่ใต้การปกครองทั้งหลายของเขา

• มันเป็นหน้าที่ของผู้ปกครอง ที่จะเลือกให้กับประชาชนในสิ่งที่เขาเลือกให้กับตัวเขาเอง

• ผู้ครองนครที่เลวที่สุด คือบุคคลที่บริสุทธิ์ไร้เดียงสาพากันหวาดกลัวที่จะเข้าพบเขา

• ประเทศที่เลวร้ายที่สุด คือประเทศที่พลเมืองผู้อาศัยอยู่ประเทศไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

• สิ่งที่ยากที่สุดของการปฏิรูปทางการเมือง คือการเปลี่ยนแปลงจารีตประเพณีต่างๆ ของพลเมือง

• ความเสื่อมของรัฐหนึ่งๆ เกิดมาจากบรรดาชนชั้นกลางที่ขึ้นสู่อำนาจ

• ชัยชนะของชนชั้นกลางเหล่านั้น จะนำกลุ่มชนชั้นสูงสูงที่ได้รับการเลือกสรรแล้วให้ตกต่ำลง

• ความเสื่อมของอาณาจักรปรากฏในตัวของมันเองดังนี้ การสูญเสียหลักการแล้วไปติดอยู่กับปลีกย่อยต่างๆ ทรชนคนชั่วได้เปรียบเหนือผู้อื่น คุณธรรมความดีไม่ได้รับการยกย่องสรรเสริญ

๓๔

ความยุติธรรม

• ไม่มีสิ่งใดที่ทำให้รัฐทั้งหลายเข้มแข็งได้เท่ากับความยุติธรรม

• ความยุติธรรมเป็นหลักการนำที่สำคัญของประชาชน

• หากปฏิบัติอย่างยุติธรรมแล้ว อำนาจของท่านจะคงอยู่ตลอดไป

• การบริจาคทานของอำนาจ คือความยุติธรรม

• การบริจาคทานของพระราชา คือการให้ความยุติธรรมแก่ผู้ถูกกดขี่

• ไม่มีผู้ปกครองที่ยุติธรรมคนใดที่ต้องการความช่วยเหลือจากหมู่สหายของเขา

• ความหายนะของประเทศ คือผู้รู้ที่หลงใหลในโลกีย์และทรราช

การกดขี่

• สามกลุ่มของมนุษย์ที่ถูกตัดขาดจากพรแห่งความโปรดปรานของพระผู้เป็นเจ้า นั่นคือบรรดาผู้กดขี่ กลุ่มบุคคลที่ช่วยเหลือสนับสนุนการกดขี่ กลุ่มบุคคลที่อดทนต่อการกดขี่

• บุคคลจะสมารถนอนหลับได้ หลังจากการตายของบุตรของตน แต่จะนอนไม่หลับภายใต้การกดขี่

• รูปแบบที่ดีที่สุดของความยุติธรรม คือการช่วยเหลือสงเคราะห์ผู้ถูกกดขี่ทั้งหลาย

• กษัตริย์ที่ดีที่สุด คือผู้ที่ขจัดการกดขี่และทำให้ความเป็นธรรมกลับคืนมาอีกครั้ง

๓๕

• สัตว์ป่าเถื่อนที่ฉีกเนื้อหนังออกเป็นชิ้นๆ และสวาปาม ย่อมเป็นที่พึงพอใจแก่ผู้ครองนครที่ชอบความรุนแรงและกดขี่ข่มเหงรังแก

• ผู้ปกครองที่กดขี่ผู้ที่อยู่ใต้การปกครองทั้งหลายของเขา แม้จะมีชีวิตอยู่ แต่ประชาชนเหล่านั้นปรารถนาที่จะเห็นเขาตาย

• ชั่วโมงแห่งการแก้แค้นของผู้ถูกกดขี่ น่าหวาดกลัวยิ่งกว่าชั่วโมงของการกดขี่ของเผด็จการเสียอีก

• จงหลีกเลี่ยงผู้กดขี่ ด้วยการขอความคุ้มครองจากพระผู้เป็นเจ้า ซึ่งไม่มีใครปกป้องท่านได้นอกจากพระผู้เป็นเจ้าเท่านั้น

• จงหลีกห่างจากการกดขี่ เพราะไม่มีผู้ปกครองที่กดขี่คนใดเลยที่จะได้สูดกลิ่นไอของสรวงสวรรค์

• เมื่อท่านพบเห็นผู้ที่ถูกกดขี่ ก็จงช่วยเหลือเขาต่อต้านผู้กดขี่

• ผู้ใดก็ตามที่สงสารตัวเอง ก็จงอย่ากดขี่ผู้อื่น

• ผู้กดขี่ความชอบธรรม คือผู้ที่ช่วยเหลือสนับสนุนความอยุติธรรม

• ผู้ใดก็ตามที่กดขี่ เขาก็จะถูกกดขี่

• การกดขี่และเผด็จการทรราช เป็นสหายที่เลวร้ายสำหรับโลกหน้า

ทรราช

• ผู้ปกครองที่กดขี่ คือความหายนะของประเทศทั้งหลาย

• อันตรายทั้งหลายจะติดตามทุกขณะในยามตื่นของผู้ปกครองที่กดขี่

• ผู้ใดก็ตามที่ขึ้นขี่ความเป็นทรราช จะได้เห็นการคุมบังเหียนของเขาต้องคล้ำคะมำลง

• บรรดารัฐมนตรีที่ชั่วร้าย ย่อมเป็นผู้ช่วยเหลือของผู้ปกครองที่กดขี่ และเป็นพี่น้องของบรรดาผู้กระทำความชั่ว

๓๖

• ผู้ใดเริ่มการปกครองที่กดขี่ จะเสียใจในไม่ช้า

ญาติพี่น้อง

• บ่อยครั้งที่พบว่า ญาติพี่น้องของท่านอยู่ห่างไกลจากท่านมากกว่าคนแปลกหน้าทั้งหลาย

• จงเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อญาติพี่น้องของท่าน จงให้เกียรติถ้าหากเขาเป็นคนฉลาด ให้เขาลำบากบ้าง ถ้าเขาเป็นคนโง่ จงช่วยเหลือเขาถ้าเขายากจน เพราะเขาอาจจะพิสูจน์ให้เห็นถึงการสนับสนุนท่านอย่างยิ่งใหญ่ที่สุด ทั้งในยามสุขสบายและยามทุกข์ยากของท่าน

• ความเกลียดชังกันในหมู่ญาติพี่น้อง ย่อมเป็นสาเหตุแห่งความเศร้าโศก มากเสียกว่าการถูกแมลงป่องต่อยเสียอีก

มิตรภาพ

• เพื่อนที่แท้จริง คือวิญญาณเดียวกันที่อยู่ในเรือนร่างที่แตกต่างกัน

• สิ่งใหม่ที่สุดมักดีที่สุด แต่เพื่อนที่ดีที่สุด คือเพื่อนที่เก่าแก่ที่สุด

• มิตรภาพย่อมได้มาด้วยความสัมพันธ์

• มิตรภาพ คือความเป็นพี่น้องที่ใกล้ชิดที่สุด

• ความสุภาพอ่อนโยนก่อให้เกิดมิตรภาพ

• หากมีความมั่นใจในพวกเขาเหล่านั้น ท่านก็จะมีความสุขในมิตรภาพของพวกเขา

๓๗

• จงใช้ชีวิตของท่านอย่างมีอิสระกับเพื่อนฝูงของท่าน แต่อย่าละทิ้งพวกเขาเพียงเพราะท่านต้องการที่จะอยู่อย่างสงบเพียงลำพัง

• ผู้ใดก็ตามที่ละทิ้งเพื่อนเพราะความผิดเพียงเล็กน้อย ก็เป็นการเสี่ยงที่จะอยู่อย่างปราศจากเพื่อน

• อย่าลืมที่จะให้เกียรติในสิทธิต่างๆ ของเพื่อนของท่าน บนพื้นฐานของความเป็นเพื่อนที่สนิทชิดเชื้อ เพราะหากเขาหยุดความเป็นเพื่อนกับท่าน ท่านก็จะเหยียบย่ำในสิทธิต่างๆ ของเขาทันที

• คนแปลกหน้า คือคนที่ไม่เคยมีเพื่อน

• ไม่ต้องแสวงหาที่จะมีเพื่อนมากเกินไป เพราะการทอดทิ้งเพื่อนคนนี้หรือคนนั้น ย่อมจะสร้างความเป็นศัตรูให้กับเขา เพื่อนฝูงก็เหมือนไฟ หากมากเกินไปก็เผาไหม้ ฉะนั้นเพียงน้อยคนย่อมเป็นคุณประโยชน์

• จงอย่าเลือกเอาศัตรูของเพื่อนของท่านมาเป็นเพื่อนของท่าน

• จงอย่าเป็นเพื่อนกับคนโง่ เพราะเขาจะทำให้ท่านเดือดร้อน ถึงแม้ว่าสิ่งที่เขากระทำให้นั้นดูว่าจะเป็นประโยชน์ก็ตาม

• มิตรที่ชั่วที่สุด คือผู้ยกยอปอปั้นท่านและแต่งแต้มสีสรรคความชั่วของท่านให้เห็นเป็นสิ่งดีงาม

• หากมิตรผู้หนึ่งที่จริงใจ แต่ภายหลังพบว่าเขาเป็นผู้ทรยศคดโกง ก็ย่อมเป็นความง่ายดายที่จะตัดสัมพันธ์กับเขา

• มีมิตรที่แท้จริงตั้งจำนวนเท่าใดแล้ว ที่ทำให้ผู้หนึ่งต้องปวดร้าวโดยมิได้ตั้งใจ

• บุคคลผู้นั้นย่อมมิใช่เพื่อนของท่าน หากท่านยังต้องการคนกลางมาไกล่เกลี่ยระหว่างเขากับท่าน

๓๘

• ถึงแม้ท่านจะมอบโลกทั้งใบ มันก็ยังไม่เป็นการเพียงพอที่จะเอาชนะในมิตรภาพของผู้กลับกลอกได้

• ในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน ผู้หนึ่งย่อมสามารถบอกได้ว่า ใครเป็นมิตรใครเป็นศัตรู

• เพื่อนที่เลวที่สุด ก็คือผู้ที่ไปมาหาสู่กับท่านยามรุ่งเรือง และละทิ้งท่านในยามตกอับ

• หากเพื่อนคนหนึ่งอิจฉาท่าน ดังนั้น เขาก็มิใช่เพื่อนที่แท้จริง

• ผู้หนึ่งยังมิอาจพิจารณาให้เป็นเพื่อนได้ จนกว่าจะได้ทำการทดสอบเขาด้วยกันสามโอกาส นั่นคือในยามจำเป็นเมื่ออยู่ลับหลังท่าน และเมื่อภายหลังจากที่ท่านตายไปแล้ว

• บรรดาผู้ที่มองหาท่านในย่ามรุ่งเรือง ย่อมละทิ้งท่านในยามขัดสน

• พี่น้องของท่าน ก็คือผู้ที่ช่วยเหลือท่านเมื่อท่านตกอยู่ในความยากลำบาก

• มันมีบ่อยครั้งสักขนาดไหน ที่คนรักและชอบพอกันคู่หนึ่ง หากเขาจะต้องแยกทางกันก็ยังจะดีเสียกว่าศัตรู

• ศัตรูเพียงคนเดียวก็ถือว่ามากพอแล้ว

• อย่าไปชิงชังศัตรู ถึงแม้เขาจะเป็นผู้อ่อนแอก็ตาม

• บุคคลที่ไม่สามารถแยกแยะความดีออกจากความชั่วได้ ก็คือศัตรูคนหนึ่งนั่นเอง

• จงอย่าให้ถูกหลอกด้วยกับอาชีพอันสุจริตของศัตรูคนใด เพราะศัตรูทุกคนนั้นเปรียบประดุจดังน้ำที่เมื่อมันถูกสาดเข้าไปในกองเพลิง มันจะทำให้เพลิงมอดลง

๓๙

• ศัตรูที่ได้แสดงออกถึงความเกลียดชังของเขาอย่างเปิดเผย ย่อมเป็นศัตรูที่ไม่มีความสำคัญอันใด

• การไว้ชีวิตแก่ศัตรู ทำให้อำนาจขจรขจาย

• หากมีการปรองดองกันในระหว่างศัตรูของท่านกับตัวของท่าน และท่านได้ให้คำสัตย์สาบานในกิจการของท่านกับมันแล้ว ก็จงให้เกียรติกับพันธสัญญาของท่าน จงเชื่อฟังแม้กับความชั่ว เพราะมันคือคุณธรรมของท่าน

• ผู้ใดก็ตามที่ละทิ้งฝ่ายของเขาไป ก็เท่ากับเป็นการช่วยเหลือศัตรูของเขา

ความกล้าหาญชาญชัย และความขลาดกลัว

• “ความกล้าหาญเยี่ยงชายชาตรี” คือถ้อยคำทั่วไปที่มันห้อมล้อมคุณสมบัติต่างๆ ไว้ทั้งหมด

• การบริจาคทานของความกล้าหาญ ก็คือการทำสงครามศาสนา

• แน่นอนยิ่งที่จุดจบอันมีเกียรติสูงสุดของชีวิตมนุษย์คนหนึ่ง ก็คือการตายในสนามแห่งเกียรติยศ

ฉันขอสาบานต่อพระองค์ผู้ทรงเก็บรักษาดวงวิญญาณของฉัน ว่าฉันปรารถนาที่จะถูกดาบฟันสักพันครั้งมากกว่าที่จะต้องนอนตายบนเตียงนอนของฉัน

• หากท่านมีความสามารถที่จะพินิจพิเคราะห์ได้ ท่านก็จะเห็นได้เป็นที่แน่นอนว่า ความกล้าหาญ

และสัจธรรมนั้นจะอยู่เคียงคู่กันเสมอ และความเท็จก็จะอยู่กับความขี้ขลาด

• ความกล้าหาญ คือเกียรติอันรุ่งโรจน์ และความขี้ขลาดเป็นความตกต่ำที่เห็นได้ชัด

๔๐

41

42

43

44

45

46

47

48

49

50

51

52

53

54

55

56

57

58

59

60

61

62