ชีวประวัติอิมามฮะซัน

ชีวประวัติอิมามฮะซัน28%

ชีวประวัติอิมามฮะซัน ผู้เขียน:
ผู้แปล: อัยยูบ ยอมใหญ่
กลุ่ม: ห้องสมุดศาสดาและวงศ์วาน
หน้าต่างๆ: 134

ชีวประวัติอิมามฮะซัน
  • เริ่มต้น
  • ก่อนหน้านี้
  • 134 /
  • ถัดไป
  • สุดท้าย
  •  
  • ดาวน์โหลด HTML
  • ดาวน์โหลด Word
  • ดาวน์โหลด PDF
  • ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชม: 64767 / ดาวน์โหลด: 5720
ขนาด ขนาด ขนาด
ชีวประวัติอิมามฮะซัน

ชีวประวัติอิมามฮะซัน

ผู้เขียน:
ภาษาไทย

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

14

15

16

17

18

19

20

21

22

23

24

25

26

27

28

29

30

31

32

33

34

35

36

37

38

39

40

41

42

43

44

45

46

47

48

49

50

51

52

53

54

55

56

57

58

59

60

สุภาษิต :

โอสถบำบัดโรค

ชีวิตของบรรดาอิมาม(อ)แห่งอะฮฺลุลบัยตฺนั้นคือ พลังที่นำมวลมุสลิมไปสู่วิถีทางของอัลลอฮฺ(ซ.บ.) และความปิติชื่นชมยังพระองค์และเป็นการเน้นให้มีการเชื่อฟังปฏิบัติตามพระองค์ กล่าวคือ บรรดาอิมาม(อ) เป็นสื่อในเรื่องเหล่านี้ทุกๆ วิถีทาง แบบแผนชีวิตของบรรดาอิมาม(อ)มิได้เป็นเพียงบทเรียนอย่างเดียวเท่านั้น หากยังหมายความไปถึงคำปราศรัย พินัยกรรม คำสั่งเสีย

จดหมาย ดังที่บรรดานักประวัติศาสตร์ได้ รวบรวมถ้อยคำของพวกท่านมาบันทึกไว้โดยสังเขป

ด้วยพระนามแห่งอัลลอฮฺ(ซ.บ.)พระองค์ทรงเป็นพยานได้ว่า

ไม่มีเรื่องราวของผู้ใดมีรายละเอียดเสมอเหมือนกับบรรดาท่านเหล่านั้น เรื่องราวเหล่านี้คือ คลังแห่งคำสอน และเป็นโอสถหลายขนานสำหรับบำบัดรักษาโรคต่าง ๆ ทางสังคมของพวกเรา และเป็นการเรียกร้องเชิญชวนสู่สัจธรรมและความดีงาม

ในบทนี้เราจะเสนอสุภาษิตบางประการจากถ้อยคำของท่านอิมามฮะซัน(อ) ดังนี้

1. จงอย่าเร่งให้ความบาปต้องพบกับบทลงโทษ แต่จงหาวิธีทางอย่างใดอย่างหนึ่งมาแก้ไขในระหว่างนั้น

2. การหยอกล้อจะกัดกร่อนบารมี แต่การเพิ่มบารมีอยู่ที่การนิ่งเงียบ

3. โอกาสที่ดีมักจะจากไปอย่างรวดเร็ว และกลับมาช้าเสมอ

๖๑

4. ความสุขจะไม่เป็นที่รับรู้เสมอในยามที่มันมีอยู่ แต่มันจะเป็นที่รู้จักทันทีที่มันจากไป

5. จะปรึกษาหารือกับคนกลุ่มใดก็จะเป็นไปตามแนวชี้นำของคนกลุ่มนั้น

6. คนเลวย่อมไม่รู้คุณของความดีงาม

7. ความดีที่ไม่มีความชั่วใดๆ แอบแฝงได้แก่ การรู้คุณค่าของความโปรดปราน และอดทนต่อความทุกข์ยาก

8. ความอับอายยังให้ความเจ็บน้อยกว่าไฟนรก

9. มนุษย์จะวิบัติด้วยเหตุ 3 ประการ การทะนงตัว ความโลภ

และการริษยา

การทะนงตัว คือ การทำลายศาสนา และด้วยเหตุนี้เองอิบลิสจึงถูกสาปแช่ง

ความโลภคือ ศัตรูของตนเองและด้วยเหตุนี้ที่อาดัม(อ)ถูกขับออกจากสวรรค์

การริษยาคือ ที่ตั้งของความชั่ว และด้วยเหตุนี้ที่กอบีลสังหารฮาบีล

๖๒

10. ไม่มีการมีมารยาทใดสำหรับคนที่ไร้ปัญญา ไม่มีลักษณะของชายชาตรีสำหรับคนที่ไม่มีความมุ่งมั่นเอาจริงเอาจัง ไม่มีความละอายใดสำหรับคนที่ไม่มีศาสนา สุดยอดแห่งการมีปัญญาคือการพบปะพูดคุยกับผู้คนด้วยลักษณะที่สวยงาม ด้วยกับปัญญาเท่านั้นที่จะเข้าถึงซึ่งโลกทั้งสอง ผู้ใดที่ไม่ใช้สติปัญญา เขาก็จะไม่สามารถเข้าถึงซึ่งโลกนี้ และโลกหน้า(1)

11. จริยธรรมที่สูงสุดยอดมี 10 ประการ

( 1) รักษาสัจจะไว้โดยวาจา

( 2) รักษาสัจจะไว้โดยความเดือดร้อน

( 3) บริจาคแก่ผู้ขอ

( 4) มีมารยาทที่ดีงาม

( 5) มีความบากบั่นในการทำงาน

( 6) มีไมตรีต่อญาติมิตร

( 7) มีเมตตาธรรมต่อเพื่อนบ้าน

( 8) รู้จักเคารพสิทธิของผู้อื่น

( 9) ให้เกียรติต่อแขก

( 10) หัวใจของสิ่งเหล่านี้คือความละอาย

12. การสูญเสียสิ่งที่ต้องการดีกว่าการขอจากคนที่มิได้เป็นเจ้าของในสิ่งนั้นจริง(2)

๖๓

13. ฉันไม่เห็นผู้อธรรมคนใดที่ละม้ายคล้ายคลึงกับผู้ถูกอธรรม มากกว่าผู้ที่อิจฉาริษยา

( หมายความว่า ผู้มีจิตอิจฉาริษยานั้นมีสภาพเป็นทั้งผู้อธรรม (ต่อผู้อื่น) และตัวเองก็ถูกอธรรมจากการอิจฉาริษยานั้น)(3)

14. จงเอาความรู้ของเจ้าสอนผู้อื่นและจงศึกษาความรู้จากคนอื่น เมื่อนั้นความร้อนของเจ้าจะแข็งแกร่ง และเจ้าจะรู้ในสิ่งที่ไม่เคยรู้(4)

15. แท้จริงอัลลอฮฺ(ซ.บ.)ทรงรำลึกถึงเจ้าอยู่ ดังนั้นเจ้าจงรำลึกถึงพระองค์ และทรงเลี้ยงดูเจ้าอยู่ ดังนั้นจงขอบคุณต่อพระองค์

16. ถ้ากิจกรรมอันเป็นนะวาฟิล(ที่ควรแก่การกระทำ)จะทำลายกิจกรรมอันเป็นวาญิบ ( ข้อบังคับ) เจ้าก็จงละทิ้งนะวาฟิลนั้นเสีย

17. ผู้ใดที่เตือนสติตัวเองอยู่เสมอ หลังจากการเดินทางเขาก็ถูกยอมรับ

18. ระหว่างพวกเจ้ากับคำตักเตือน แท้จริงมันคือม่านแห่งเกียรติยศ

19. ใครที่แสวงหาการเคารพภักดี เขาก็จะได้รับการขัดเกลา

20. การตัดขาดจากความรู้ คือข้อบกพร่องของผู้ศึกษาเล่าเรียน(5)

21. สิ่งที่ดีที่สุดของความดีงามคือมารยาทที่ดี(6)

๖๔

----------------------------------------------------

(1 ) อะอฺยานุช - ชีอะฮฺ 4 กอฟ 107 / 1

(2 ) อัลฮะซัน บินอะลี ของอัลดุล - กอดิร อะหมัด อัล - ยูซุฟ ห้า 60

(3 ) มะฏอลิบุซซุอุล หน้า 69 พิมพ์ครั้งที่ 1

(4 ) กัซฟุล - ฆุมมะฮฺ หน้า 170

(5 ) ตะฮัฟฟุล - อุกูล หน้า 169

(6 ) อัล - คิศอล หน้า 29

คำตอบอันชาญฉลาดของท่านอิมามฮะซัน(อ)

ในบทนี้เราขอนำเสนอการตอบปัญหาของท่านอิมามฮะซัน(อ)ในเรื่องที่เกี่ยวกับอัคลาค ( จริยธรรมอันดีงาม) การรู้จักพระผุ้เป็นเจ้าและกิริยามารยาทอันงดงาม คำตอบของท่านอิมาม (อ) นี้

ท่านจะไม่เห็นมันในหนังสือเล่มอื่นๆ ที่เกี่ยวกับอัคลาค หรือแม้แต่หนังสือของนักปราชญ์แห่งอิสลามเลย บางปัญหาที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ บิดาของท่านคือท่านอะลี อะมีรุลมุมินีน(อ) ได้เคยถามท่านอิมามฮะซัน(อ)แล้ว ท่านก็กล่าวถึงความประเสริฐอันสูงส่งของท่านอิมาม(อ) ยกย่องต่อตำแหน่งอันสูงสุดของท่านอิมาม(อ) อันเป็นการแสดงให้เห็นถึงความดีงามเป็นพิเศษของท่าน

ดูเหมือนว่าบางคำถามยากมากถึง ขนาดที่ว่าไม่น่าจะมีคำตอบเลยเกี่ยวกับคำถามนั้น เช่นคำถามของกษัตริย์โรมัน ซึ่งมันไม่เป็นการง่ายเลยที่จะตอบคำถามเหล่านั้น แต่ทว่าบรรดาอิมามแห่งอะฮฺลุลบัยตฺ(อ)นั้น พวกเขาได้รับการเรียนรู้และการสั่งสอนมาจากบรรพบุรุษของเขา ซึ่งมาจากท่านญิบรออีล อันได้รับมาจากอัลลอฮฺ(ซ.บ.)นั่นเอง

๖๕

เราจะกล่าวถึง บางคำตอบของท่านอิมามฮะซัน(อ)สำหรับคำถามต่าง ๆ ในบางเรื่อง ณบัดนี้

ถาม-ตอบ เรื่องที่ 1.

ท่านอะลี อะมีรุลมุมินีน(อ)ผู้เป็นบิดาของท่านอิมามฮะซัน(อ)ได้ถามลูกของท่านดังนี้

ถาม “ โอ้ ลูกรัก สิ่งกีดขวาง คืออะไร? ”

ตอบ “ สิ่งกีดขวางก็ คือ การป้องกันความเลวร้ายด้วยการกระทำความดี ”

ถาม “ การมีเกียรติ คืออะไร? ”

ตอบ “ คือการดูแลวงศาคนาญาติ และการยอมรับความผิด ”

ถาม “ ความเป็นชายชาตรี คืออะไร ?”

ตอบ “ คือการรู้จักหักห้ามใจตัวเอง และการรู้จักใช้ทรัพย์สิน ”

ถาม “ ความเลวทราม ต่ำช้า คืออะไร ?”

ตอบ “ การพิจารณาแบบมักง่าย และขัดขวางผู้ต่ำต้อย ”

ถาม “ สิ่งที่น่ายกย่องคืออะไร ?”

ตอบ “ การอุตสาหพยายามทั้งในยามลำเค็ญและยามสุขสบาย ”

ถาม “ การตระหนี่ คืออะไร ?”

ตอบ “ คือการที่ท่านเห็นสิ่งที่มีอยู่ในมือเป็นความสิ้นเปลือง

(ถ้าจะจ่ายไป) ส่วนสิ่งที่จ่ายไปแล้วถือเป็นความสูญเสีย ”

ถาม “ ภราดรภาพคืออะไร ?”

ตอบ “ ความซื่อสัตย์ต่อสัญญาทั้งในยามทุกข์ยากและเดือดร้อน ”

๖๖

ถาม “ ความขี้ขลาดคืออะไร ?”

ตอบ “ กล้าต่อกรกับเพื่อนฝูง แต่หนีจากศัตรู ”

ถาม “ สิ่งที่ถือว่าเป็นโชคดีคืออะไร ?”

ตอบ “ ความปรารถนาในการสร้างตักฺวา และการอยู่ตามสมควรในโลกนี้ ”

ถาม “ ความอดทน อดกลั้นคืออะไร ?”

ตอบ “ การระงับความโกรธ และควบคุมตนเองได้ ”

ถาม “ ความร่ำรวยคืออะไร ”

ตอบ “ ความพึงพอใจต่อสิ่งที่อัลลอฮฺ (ซ.บ.) จัดสรรให้แม้เพียงน้อยนิด อันที่จริงแล้วความร่ำรวยก็คือจิตใจที่รู้จักพอ ”

ถาม “ ความยากจนคืออะไร ?”

ตอบ “ ความปรารถนา อยากได้ในทุกสิ่ง ”

ถาม “ อุปสรรคคืออะไร ?”

ตอบ “ ความทุกข์ยากแสนลำเค็ญ ”

ถาม “ ความทุกข์คืออะไร ?”

ตอบ “ คำพูดของท่านไม่ได้ให้ความหมายอะไรแก่ตัวท่านเลย ”

ถาม “ ความสง่างามคืออะไร ?”

ตอบ “ การให้แม้อยู่ในสภาพมีหนี้สิน ”

ถาม “ ความรับผิดชอบอยู่ที่ไหน ?”

ตอบ “ การพูดในสิ่งที่มิได้พิสูจน์ ”

ถาม “ ความดีคืออะไร ?”

ตอบ “ การให้ในยามที่ถูกฉ้อฉล และอภัยในยามที่ถูกประทุษร้าย ”

๖๗

ถาม-ตอบ เรื่องที่ 2

ท่านอิมามฮะซัน(อ)ถูกถามถึงของสิบชนิดที่มีบางชนิดแข็งแกร่งกว่าอีกชนิดหนึ่ง

ท่านอิมามฮะซัน(อ)ตอบว่า

“ สิ่งที่แข็งแกร่งที่สุดที่อัลลอฮฺ(ซ.บ.)ทรงสร้างมาคือหิน และสิ่งที่แข็งยิ่งกว่ามันก็คือเหล็ก หินจะถูกตัดด้วยกับเหล็ก สิ่งที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเหล็กก็คือไฟ เพราะมันจะหลอมละลายเหล็ก สิ่งที่มีอานุภาพมากกว่าไฟก็คือน้ำ สิ่งที่เหนือกว่าน้ำก็คือก้อนเมฆ สิ่งที่เหนือกว่าก้อนเมฆก็คือลม ซึ่งมันจะพัดพาก้อนเมฆไป สิ่งที่มีอำนาจเหนือกว่าลมก็คือ มะลาอิกะฮฺที่ทำหน้าที่ดูแลเรื่องลม สิ่งที่มีอำนาจเหนือกว่ามะลาอิกะฮฺองค์นั้นก็คือ “ มะลิกุ้ลเม้าตฺ ” ที่ทำหน้าที่ปลิดวิญญาณของมะลาอิกะฮฺองค์นั้น สิ่งที่เหนือกว่า “ มะลิกุ้ลเม้าตฺ ” ก็คือ “ ความตาย ” ซึ่งมันจะปลิดชีวิตของ “ มะลิกุ้ลเม้าตฺ ” เอง

แต่สิ่งที่มีอานุภาพเหนือความตายก็คือคำสั่งของ “ อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ” ที่จะฝังความตายเอาไว้ ”

ถาม-ตอบเรื่องที่ 3.

ท่านอิมาม(อ)ถูกถามจากบุคคลหนึ่งว่า

ถาม “ ใครเป็นผู้ใช้ชีวิตได้ดีเลิศที่สุดในหมู่มนุษย์ ”

ตอบ “ ผู้ที่ให้มนุษย์มีส่วนร่วมในการใช้ชีวิตของเขา ”

ถาม “ ใครเป็นผู้ดำรงชีวิตที่เลวที่สุด ”

ตอบ “ คือผู้ที่ไม่ปล่อยให้ใครเข้ามาร่วมในการใช้ชีวิตของเขาเลย แม้แต่คนเดียว ” ( 1)

( 1) อัล-ฮะซัน บินอะลี ของอับดุล-กอดิร อะฮฺมัด อัล-ยูซุฟ หน้า 62

๖๘

ถาม-ตอบเรื่องที่ 4.

มุอาวิยะฮฺ ถามท่านอิมามฮะซัน(อ)ว่า

“ โอ้ อะบามุฮัมมัด มีอยู่สามสิ่งที่ฉันไม่พบว่า จะมีใครอธิบายมันให้ฉันฟังได้เลย ”

ท่าน(อ) ถามว่า “ เช่นอะไรบ้าง ?”

เขาตอบ “ ความเป็นชายชาตรี เกียรติยศ และความเอื้อเฟื้อ ”

ท่านอิมาม(อ) ตอบว่า

“ ความเป็นชายชาตรีก็คือการที่ชายคนนั้นแก้ไขปรับปรุงตัวในเรื่องกิจการศาสนา และการดำรงไว้ซึ่งทรัพย์สินที่ดีงาม มีการให้ทาน และทักทายด้วยสลาม ให้ความรักใคร่ต่อคนทั้งหลายเกียรติยศหมายถึงการให้ก่อนได้รับการร้องขอ มีคุณธรรมเป็นกุศล ให้อาหารเป็นทาน ความเอื้อเฟื้อคือ มีความกลมเกลียวกับญาติ ปกป้องคุ้มครองกันในยามที่ถูกภาวะที่ถูกรังเกียจ อดทนในยามที่ได้รับความเดือดร้อน ” ( 2)

( 2) ตารีคอัล-ยะอฺกูบี เล่ม 2 หน้า 215

ถาม-ตอบเรื่องที่ 5.

ท่านอิมามฮะซัน(อ)ถูกถามถึง “ เรื่องการนิ่งเงียบว่าเป็นอย่างไร ?”

ท่าน(อ)ตอบว่า “ การนิ่งเงียบที่ถูกต้องหมายถึง การปกปิดความลับ การตบแต่งรูปโฉมภายนอก กระทำสิ่งหนึ่งอย่างสบายใจ ผู้ที่ร่วมพูดคุยอยู่ด้วยรู้สึกปลอดภัย ” ( 3)

( 3) มะฏอลิบุซ-ซุอูล หน้า 69

๖๙

ถาม-ตอบเรื่องที่ 6

กษัตริย์แห่งโรมเขียนจดหมายถึงมุอฺาวิยะฮฺ ถามปัญหาสามข้อคือ

1- สถานที่ที่เป็นกึ่งกลางของท้องฟ้า

2- เลือดหยดแรกที่ตกบนโลก

3- สถานที่ขึ้นของดวงอาทิตย์

เขาไม่สามารถให้คำตอบได้ จึงขอร้องให้ท่านอิมามฮะซัน(อ)ช่วยตอบปัญหานี้

ท่าน(อ)ตอบว่า “ กึ่งกลางของท้องฟ้าอยู่ที่ “ อัล-กะอฺบะฮฺ ” เลือดหยดแรกคือเลือดของท่านหญิง “ เฮาวาอ์ ” สถานที่ขึ้นของดวงอาทิตย์คือดินแดนแห่งทะเลที่ท่านนบีมูซา (อ) ใช้ไม้เท้าฟาด ” ( 4)

( 4) อัล-มะนากิบ เล่ม 2 หน้า 152

ถาม-ตอบเรื่องที่ 7

ท่านอิมามฮะซัน(อ)ได้ตอบคำถามกษัตริย์แห่งโรมอีกครั้งหนึ่งที่ถามท่านว่า “ อะไรที่ไม่มีทิศทางสำหรับตน ใครที่ไม่มีญาติสำหรับเขา ?”

ท่าน(อ)ตอบว่า “ ที่ไม่มีทิศทางสำหรับตนคืออัล-กะอฺบะฮฺ ผู้ที่ไม่มีเครือญาติสำหรับเขาคือพระผู้อภิบาล ” ( 5)

(5 ) อัล - มะนากิบ เล่ม 2 หน้า 152

๗๐

ถาม-ตอบเรื่องที่ 8.

ชาวชาม(ซีเรีย)คนหนึ่งถามท่านอิมามฮะซัน(อ)

ถาม “ ความห่างกันระหว่างสัจธรรมกับความไม่ถูกต้องมีมากน้อยเพียงใด ?”

ตอบ “ ห่างกันสี่นิ้วมือ กล่าวคือ อะไรที่ท่านเห็นด้วยตานั่นคือสัจธรรม ส่วนอะไรที่ได้ยินกับหูอันนั้นส่วนมากจะไม่ถูกต้อง ”

ถาม “ ความห่างกันระหว่างความศรัทธา (อีหม่าน) กับความเชื่อมั่นอย่างแน่วแน่ (ยะกีน) มีเท่าใด ?”

ตอบ “ ห่างกันสี่นิ้วมือ กล่าวคือความศรัทธาคือเชื่อในสิ่งที่ได้ยินมา ส่วนความเชื่อมั่นอย่างแน่วแน่นั้นคือเชื่อในสิ่งที่เห็นมา ”

ถาม “ ระหว่างฟ้ากับพื้นดินห่างกันเท่าไหร่ ?”

ตอบ “ เท่ากับเสียงร้องเรียกของคนที่ถูกอธรรม กับการทอดสายตาไปมอง ”

ถาม “ ทิศตะวันออกกับทิศตะวันตกห่างกันเท่าใด ?”

ตอบ “ เท่ากับระยะทางเดินของดวงอาทิตย์ ” ( 6)

(6 ) อัล - มะนากิบ เล่ม 2 หน้า 152

๗๑

ถาม-ตอบเรื่องที่ 9.

ครั้งหนึ่งท่านอิมามฮะซัน(อ)นั่งอยู่ในมัสญิด มีประชาชนอยู่รายล้อมท่าน มีชายคนหนึ่งก้าวเข้ามาในมัสญิด แล้วเขาก็พบว่ามีคนๆ หนึ่งกำลังพูดถึงท่านศาสนทูต(ศ)อยู่ ซึ่งมีผู้คนนั่งอยู่ด้วย เขาก็เดินไปหาชายคนนั้นแล้วถามว่า

“ จงบอกฉันซิว่า ใครคือชาฮิด(ผู้เป็นพยาน) และใครคือมัชฮูด(ผู้ได้รับการเป็นพยาน) ”

ชายคนที่หนึ่งตอบว่า

“ ชาฮิดหมายถึงวันศุกร์ มัชฮูดหมายถึงวันอะร่อฟะฮฺ ”

ชายคนนั้นก็เดินไปถามชายคนที่สองที่ในมัสญิดด้วยว่า

“ ชาฮิดและมัชฮูดหมายถึงอะไร ?”

ชายคนที่ถูกถาม ตอบว่า

“ ชาฮิดคือวันศุกร์ ส่วนมัชฮูดคือวันแห่งการเชือดกุรบานในพิธีฮัจญ์ ”

เขาจึงเดินไปถามชายคนที่สามในปัญหาเดียวกัน

ชายคนที่สามตอบว่า

“ ชาฮิดหมายถึง ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ(ศ)ส่วนมัชฮูดหมายถึงวันฟื้นคืนชีพ ; ดังที่ฉันได้ยินโองการของอัลลอฮฺ (ซ.บ.) ที่ว่า:

“ โอ้ผู้เป็นนบี แท้จริงเราได้ส่งเจ้ามาเพื่อเป็นสักขีพยาน(ชาฮิด) เป็นผู้แจ้งข่าวดี และเป็นผู้ตักเตือนให้ระวังภัย ”

๗๒

และโองการที่ว่า :

“ วันนั้นที่เป็นศูนย์รวมของประชาชน และนั่นคือวันที่ได้รับการเป็นพยานยืนยัน(มัชฮูด) ”

ชายผู้ตั้งคำถามได้ถามคนทั้งหลายว่า “ พวกเขาสามคนคือใคร ?”

คนที่อยู่ในมัสญิดตอบว่า “ ชายคนแรกคือท่านอิบนุอับบาส ชายคนที่สองคือ ท่านอิบนุอุมัร ชายคนที่สามคือท่านอิมามฮะซัน บุตรของอะลี อิบนิ

อะบีฏอลิบ (อ) ” ( 7)

(7 ) นูรุล - อับศ็อร หน้า 173

ถาม-ตอบเรื่องที่ 10.

ท่านอิมามฮะซัน(อ)ถูกถามเกี่ยวกับเรื่องการเมือง

ท่าน(อ)ตอบว่า “ การเมือง คือการที่ท่านจะต้องดูแลรักษาส่วนที่เป็นสิทธิของอัลลอฮฺ สิทธิของคนที่มีชีวิตอยู่ และสิทธิของคนที่ตายไปแล้ว

ในส่วนที่เป็นสิทธิของอัลลอฮฺนั้น หมายถึงท่านจะต้องปฏิบัติในสิ่งที่พระองค์ทรงใช้ และหลีกห่างจากสิ่งที่พระองค์ทรงห้าม

ในส่วนที่เป็นสิทธิของคนที่มีชีวิต ก็คือท่านจะต้องดำรงไว้ซึ่งสิทธิหน้าที่ของท่านเพื่อพี่น้อง ประชาชนของท่าน อย่าล่าช้าจากการรับใช้เหล่าข้าบริวารของท่าน และจะต้องทำหน้าที่อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ต่อผู้ปกครอง

เท่าๆ กับที่ทำหน้าที่อย่างบริบูรณ์ต่อข้าทาษบริวาร ต้องสลัดทิ้งความชิงชังออกไปในยามประสบกับอุปสรรคในเส้นทางที่ราบเรียบ

๗๓

ในส่วนที่เป็นสิทธิของผู้ตายนั้น ก็คือจะต้องรำลึกถึงความดีงามของเขาและโกรธคนที่มุ่งร้ายต่อเขา ดังนั้นสำหรับพวกเขาแล้วมีพระผู้อภิบาลทำหน้าที่ตัดสินตอบแทนอยู่ ” ( 8)

(8 ) ฮะยาตุล - อิมามฮะซัน บินอะลี ( อ ) ของอัล - กุรชี เล่ม 1 หน้า 143

ถาม-ตอบเรื่องที่ 11.

มุอาวิยะฮฺได้ถามท่านอิมามฮะซัน(อ) ว่า

“ อะไรที่จำเป็นบ้างในเรื่องการปกครองของเรา ?”

ท่านอิมามฮะซัน(อ)ตอบว่า

“ มันคือเรื่องที่ท่านนบีซุลัยมาน(อ) บุตรของนบีดาวูด(อ)ได้กล่าวไว้ ”

มุอาวิยะฮฺ ถามว่า

“ ท่านนบีซุลัยมาน(อ)กล่าวไว้อย่างไร ?”

ท่านอิมามฮะซัน(อ)ตอบว่า

“ ท่านนบี(อ)กล่าวกับสาวกคนหนึ่งของท่านว่า :

“ เจ้ารู้หรือไม่ว่า หน้าที่ที่จำเป็นสำหรับกษัตริย์ในการปกครองคืออะไรบ้าง และอะไรบ้างที่ไม่เป็นอันตรายแก่เขาในยามที่เขาปฏิบัติ

นั่นคือ เขาต้องยำเกรงต่ออัลลอฮฺ(ซ.บ.) ทั้งในยามลับและในยามเปิดเผย ต้องยุติธรรมทั้งในยามโกรธและยามพึงพอใจ ต้องเข้าหาทั้งคนยากจนและคนร่ำรวย ต้องไม่แสวงหาทรัพย์สินในทางมิชอบ ต้องไม่ใช้จ่ายทรัพย์สินอย่างฟุ่มเฟือยสุรุ่ยสุร่าย สิ่งบำเรอความสุขทางโลกจะต้องไม่นำอันตรายมาสู่เขา ในยามที่เขาอยู่ตามลำพัง ” ( 9)

(9 ) ตารีคอัล - ยะอฺกูบี เล่ม 2 หน้า 202

๗๔

ถาม-ตอบเรื่องที่ 12.

ครั้งหนึ่งท่านอิมามฮะซัน(อ)กำลังเวียนฏ่อว๊าฟบัยตุลลอฮฺอยู่ มีชายคนหนึ่งเข้ามาถามท่านว่า

“ คำว่าอัล-ญะวาด(ผู้เอื้ออารี) หมายความว่าอย่างไร ?”

ท่านอิมาม(อ)ตอบว่า “ คำถามของท่านมีความหมายสองแง่ กล่าวคือ

ถ้าถามในแง่ของผู้ถูกสร้าง อัล-ญะวาด หมายถึง ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างสมบูรณ์ตามหลักเกณฑ์ข้อบังคับที่มีต่อตัวเอง เพราะคนตระหนี่หมายถึงคนที่ตระหนี่ในสิ่งที่เป็นหน้าที่และข้อบังคับของตัวเอง แต่ถ้าท่านถามในแง่ของผู้สร้าง อัล-ญะวาดหมายถึงผู้ที่จะประทานให้ก็ได้ ไม่ให้ก็ได้ เพราะว่าถึงแม้พระองค์จะให้อะไรแก่บ่าวคนหนึ่ง พระองค์ก็ให้แก่เขาซึ่งสิ่งของที่มิได้เป็นของเขา และถ้าพระองค์จะไม่ประทานให้ ก็เป็นสิทธิของพระองค์เพราะสิ่งนั้นก็มิได้เป็นของเขาเหมือนกัน ” ( 10)

(10 ) ฮะยาตุล - อิมามฮะซัน บินอะลี ของอัลกุรชี เล่ม 1 หน้า 144

ถาม-ตอบเรื่องที่ 11.

ชายคนหนึ่งถามท่านอิมามฮะซัน(อ)ว่า

“ โอ้บุตรของท่านศาสดา โปรดกล่าวถึงคุณลักษณะของพระผู้อภิบาลให้ฉันฟัง ให้เหมือนกับที่ฉันกำลังมองเห็นพระองค์ซิ ”

๗๕

ท่านอิมาม(อ)สะดุ้งเล็กน้อย แล้วแหงนศีรษะขึ้นมาพลางกล่าวว่า

“ ข้าขอสรรเสริญต่ออัลลอฮฺ พระองค์ไม่มีการเริ่มต้นตามที่เข้าใจกัน พระองค์ไม่มีสภาวะสุดท้ายอันเป็นที่สิ้นสุด ไม่มีอะไรมีมาก่อน

ไม่มีขอบเขตใดๆ อยู่ข้างหลัง ไม่มีระยะทางเพื่อไปหา

ไม่เป็นเรือนร่างเพื่อแยกส่วน ไม่มีความแตกต่างกันในคุณลักษณะ

หนึ่งๆ ที่ยุติได้ ไม่มีปัญญาใดเข้าถึงและวาดมโนภาพได้ ไม่ปรากฏบนสิ่งใดๆ และไม่แอบแฝงภายในสิ่งใดๆ ไม่ทอดทิ้งอะไรโดยไม่มีพระองค์ทรงสร้างสิ่งนั้น แล้วทรงให้การเริ่มต้นอันวิจิตรพิศดาร ทรงให้ความพิศดารแก่สิ่งที่ทรงให้การเริ่มต้น และทรงกระทำตามที่พระองค์ทรงประสงค์ นี่คือพระผู้อภิบาลแห่งสากลโลก ” ( 11)

(11 ) อัต - เตาฮีด หน้า 46

ถาม-ตอบเรื่องที่ 14.

มีเรื่องเล่าว่า ท่านอิมามฮะซัน(อ) อาบน้ำแล้วออกจากบ้านอย่างสง่าผ่าเผย เรือนร่างทุกส่วนสะอาด มีพาหนะเดินทางที่ดี มีเสบียงเป็นสัดส่วนอย่างเรียบร้อย ใบหน้าของท่านผ่องใส บุคลิกลักษณะของท่านมีสง่าราศีบริบูรณ์งามเด่น ให้การต้อนรับคนทั้งหลายด้วยความปราณียิ้มแย้มแจ่มใส เบิกบาน มีผู้ตัดสินแล้วว่าความสุขอยู่ที่ความยุติธรรมของท่าน

ท่านขี่ม้าตัวใหญ่ที่สมบูรณ์ ท่านเดินไปท่ามกลางการต้อนรับเป็นแถวเรียงราย ถ้าหากท่านอับดุลมะนาฟ(ปู่ทวดของท่าน) ได้เห็นท่านคงอดไม่ได้ที่จะต้องภาคภูมิใจบรรพบุรุษทั้งหลายของท่านจะต้องปลาบปลื้มเป็นล้นพ้น

๗๖

ในเส้นทางที่ท่านเดินมีชาวยิวที่แร้นแค้นคนหนึ่งพำนักอยู่ เขาประสบความล้มเหลวด้วยสาเหตุต่างๆ มีความเป็นอยู่ที่ตกต่ำ รายได้น้อย ขาดแคลนอาหารถึงขนาดหนังหุ้มติดกระดูก อ่อนระโหยโรยแรงถึงขนาดทรงตัวเกือบไม่ได้ และเลวยิ่งกว่านั้นสิ่งที่เขารักคือนกพิราบตัวหนึ่ง ยามดวงอาทิตย์ขึ้นแดดก็แผดเผาจนไหม้เกรียม ความเป็นอยู่ของเขาสุดแสนทรมาน เป็นอยู่อย่างนี้มานานแสนนาน เขาถือถังน้ำที่เต็มปริ่ม ในขณะนั้นหัวใจของเขาแข็งกร้าว เมื่อได้แลเห็นคนๆ หนึ่งปรากฏว่าท่านอิมาม(อ)หยุดยืนอยู่ต่อหน้าเขา เขากล่าวว่า

“ ข้าแต่ท่านผู้เป็นบุตรของศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ จงให้ความเป็นธรรมต่อฉันด้วย ”

ท่านอิมาม(อ)ย้อนถามว่า “ เรื่องอะไรหรือ ?”

เขาตอบว่า “ ท่านตาของท่านเคยกล่าวว่า “ โลกนี้คือคุกของผู้ศรัทธา แต่เป็นสวรรค์ของผู้ปฏิเสธ (กาฟิร) ”

“ ในเมื่อท่านเป็นผู้ศรัทธา ส่วนฉันเป็นผู้ปฏิเสธ แล้วไฉนฉันจึงเห็นว่าโลกนี้เป็นสวรรค์สำหรับท่าน ท่านช่างมีความสุขและมีความอิ่มเอิบกับรสชาดของมันเสียเหลือเกิน แต่ดูไปแล้วมันกลับเป็นคุกสำหรับฉันเสียมากกว่า เพราะมันทำลายชีวิตฉันเสียยับเยิน มันให้แต่ความยากจนข้นแค้นแก่ฉันตลอดมา ”

เมื่อท่านอิมาม(อ)ได้ยินเช่นนั้น ท่านก็อธิบายให้ความสว่างแก่เขา โดยเผยคำตอบออกมาจากความรู้อันเปรียบดังขุมคลังแห่งความรู้ของท่าน

๗๗

ท่านอธิบายให้แก่ชาวยิวผู้เข้าใจผิดคนนั้นว่า

“ โอ้ท่านผู้อาวุโส ถ้าหากท่านได้แลเห็นสิ่งที่อัลลอฮฺ(ซ.บ.)ทรงสัญญาไว้กับฉันและบรรดาผู้ศรัทธาไว้ในปรโลก อันเป็นสิ่งที่สายตามองไม่เห็น หูไม่ได้ยิน แน่นอนที่สุดท่านจะรู้ได้เลยว่า ชีวิตในโลกนี้ก่อนที่ฉันจะย้ายไป มันเป็นเพียงแค่สถานที่กักกันเท่านั้น และถ้าหากท่านสามารถมองเห็น

สิ่งที่อัลลอฮฺ(ซ.บ.)สัญญาไว้กับท่านและผู้ปฏิเสธทุกคนในปรโลกแล้วไซร้ จะเห็นว่ามันคือไฟนรกอันร้อนแรงลุกโชติช่วง เป็นการลงโทษอันถาวรแน่นอนที่สุด ท่านต้องจะเห็นว่า โลกที่ท่านอาศัยอยู่ขณะนี้คือสวรรค์อันกว้างใหญ่ มีศูนย์รวมแห่งความโปรดปรานพร้อมบริบูรณ์ ” ( 12)

(12 ) กัซฟุล - ฆุมมะฮฺ หน้า 163

๗๘

คำวิงวอน

บทคำวิงวอนขออันเป็นส่วนเฉพาะตัวของบรรดาอิมามแห่งอะฮฺลุลบัยตฺ(อ)นั้น ทุกท่านต่างก็มีคำวิงวอนอย่างมากมายโดยได้รับการเก็บรักษาไว้เพียงจำนวนหนึ่งบรรดานักปราชญ์ได้รวบรวมบทดุอาอ์ของบุคคลเหล่านี้ไว้ในตำราต่าง ๆ เป็นอันมาก

นอกจากนี้ ในความหมายของบทดุอาอ์ดังกล่าวยังมีเรื่องการสรรเสริญอัลลอฮฺ(ซ.บ.) การแสดงความนอบน้อมต่อพระองค์ ถ่อมตนอย่างสุดซึ้งต่อพระองค์ อันหมายถึงเป็นศูนย์รวมแห่งคำสอนต่างๆ ทั้งจริยธรรม มารยาท ความรู้ในเรื่องราวของพระผู้เป็นเจ้า และความสมบูรณ์ต่างๆ ใน

บทนี้เราจะกล่าวถึงบทดุอาอ์ของท่านอิมามฮะซัน(อ) อย่างสั้นๆ บางประการ

บทที่ 1.

ครั้งหนึ่งมุอาวิยะฮฺได้นำชาวกุเรชกลุ่มหนึ่งมาหาท่าน โดยมีจุดประสงค์เพื่อทำร้ายท่าน ท่านอิมามฮะซัน(อ) ได้วิงวอนขอดุอาอ์ว่า

“ ข้าแต่อัลลอฮฺ ข้าขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้พ้นจากความชั่วร้ายของคนเหล่านั้น ฉันขอให้พระองค์ปกป้องการทำร้ายโดยคนเหล่านี้ และขอความช่วยเหลือจากพระองค์เกี่ยวกับคนเหล่านี้ ขอให้โปรดปกป้องข้าให้พ้นจากพวกเขา ไม่ว่าโดยวิธีใดที่พระองค์ทรงประสงค์ และฉันก็ปรารถนาด้วยอำนาจและพลังของพระองค์ ข้าแต่พระผู้ทรงเมตตายิ่งกว่าผู้มีความเมตตาใดๆ ” ( 1)

(1 ) ชัรฮฺ นะฮฺญุลบะลาเฆาะฮฺ เล่ม 2 หน้า 101

๗๙

บทที่ 2.

เมื่อท่านอิมามฮะซัน(อ)ไปถึงประตูมัสญิด ท่านแหงนศีรษะขึ้นแล้ว

กล่าวว่า

“ ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า แขกของพระองค์มาถึงประตูของพระองค์แล้ว ข้าแต่ผู้ทรงไว้ซึ่งความดีงาม คนที่ทำความผิดพลาดมาหาพระองค์แล้ว ขอได้โปรดสลัดความน่าชังที่มีอยู่ในตัวข้าออกไปโดยความดีงามที่มีอยู่

ณ พระองค์ด้วยเถิด ข้าแต่พระผู้ทรงเกียรติยิ่ง ” ( 2)

(2 ) อัล - มัดค็อล อิลา เมาซูอะติล - อะตะบาต อัล - มุก็อดดะซะฮฺ หน้า 18

บทที่ 3.

ท่านอิมามฮะซัน(อ)ได้สอนดุอาอ์บทหนึ่งให้แก่ผู้ที่ได้รับความไม่เป็นธรรม วิงวอนขอเพื่อป้องกันผู้อธรรม หลังจากนมาซสองร็อกอะฮฺแล้ว ซึ่งปรากฏว่าเป็นที่ได้รับการตอบสนอง ดังนี้

“ ข้าแต่พระผู้ทรงไว้ซึ่งความเข้มงวดแห่งสถานการณ์ที่เป็นไป ข้าแต่ผู้ทรงพลัง ข้ามีความ

ต่ำต้อยต่อเกียรติยศของพระองค์ยิ่งกว่าอะไรทั้งหมดที่ทรงสร้างมา ขอได้โปรดปกป้องข้าให้พ้นจากความชั่วร้ายของ ( ให้กล่าวนามศัตรู) …… ตามที่พระองค์ทรงประสงค์ ” ( 3)

(3 ) อัล - มุจญตะนา มินัดดุอาอิล - มุจยตะบา หน้า 3

๘๐

81

82

83

84

85

86

87

88

89

90

91

92

93

94

95

96

97

98

99

100

101

102

103

104

105

106

107

108

109

110

111

112

113

114

115

116

117

118

119

120

พวกบะนีฮาชิมประสงค์จะเข้าไปสู้ แต่ท่านอิมามฮุเซน(อ)ได้ร้องตะโกนห้ามพวกเขาว่า

“ อัลลอฮฺ อัลลอฮฺ โอ้บะนีฮาชิมอย่าได้ทำลายคำสั่งเสียของฮะซันพี่ชายของข้าเลย ”

แล้วท่านก็หามมัยยิตไปที่อัล-บะเกียะอฺ ฝังท่านไว้ใกล้กับหลุมฝังศพของท่านย่า ท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ บินติอะซัด(ขออัลลอฮฺทรงโปรดประทานความปิติชื่นชมแก่ท่าน)

พวกวะฮาบีรู้สึกเสียใจมากที่ไม่ทันได้มีส่วนร่วมในการทำร้ายมัยยิตของท่านอิมามฮะซัน ( อ) พร้อมกับบรรพชนของพวกเขาในอดีต ฉะนั้น พวกเขาจึงติดตามท่านอีกในภายหลัง กล่าวคือ

พวกเขาได้ทำลายสุสานของผู้ทรงเกียรติ ด้วยความแค้นเคืองที่ติดพันอยู่ อันเป็นการกระทำ เช่นศัตรูของอัลลอฮฺ และศาสนทูตของพระองค์ เป็นการละเมิดต่อบรรดามุสลิมทั้งมวล ใครเล่าที่ถือว่าโลกนี้มีความสำคัญสำหรับพวกเขามากกว่าอัลลอฮฺ จนถึงกับมอบศีรษะของนบียะฮฺยา บินซ์ะกะรียา(อ)

ให้กับหัวโจกอันธพาลผู้ยิ่งใหญ่ในหมู่บะนีอิซรออีล ทำลายสุสานของอะฮฺลุลบัยตฺ(อ)ท่ามกลางสายตาและการได้ยินได้ฟังของมุสลิมโลก

บรรดานักประวัติศาสตร์อิสลามส่วนหนึ่งบันทึกเรื่องที่ท่านหญิงอาอิชะฮฺ

ขี่ล่อเข้าขัดขวางมัยยิตของท่าน อิมามฮะซัน(อ)ใกล้กับสุสานของท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ(ศ)ผู้เป็นตาของท่านอิมามเอง ท่านอิบนุอะบิล-ฮะดีด บันทึกไว้ในชัรฮฺ นะฮญุล-บะลาเฆาะฮฺ เล่ม ๔ หน้า๑๘ , บิฮารุล-อันวาร เล่ม ๑๐ หน้า ๑๓๓ , อัดดัมอะตุซ-ซากิบะฮฺ เล่ม ๒ หน้า ๒๕๒ และมะกอติลุฏฏอลิยีน หน้า ๕๒

๑๒๑

บันทึกของนักปราชญ์

และบุคคลสำคัญ

บันทึกต่อไปนี้เป็นของบรรดาสาวกชั้นผู้ใหญ่ และคนในยุคถัดมาตลอดถึงบรรดานักปราชญ์และบุคคลสำคัญบางท่านที่กล่าวสดุดียกย่องในเกียรติคุณของท่านอิมามฮะซัน(อ)

ถึงแม้ว่าจะมีคำสรรเสริญ ยกย่องโดยบุคคลระดับอาวุโสของปวงปราชญ์ในเกียรติคุณของท่านอิมาม(อ)อย่างมากมายเพียงใด ก็ใช่ว่าจะทดแทนคำสดุดีที่อัลลอฮฺ(ซ.บ.)มอบให้แก่ท่านได้ไม่นั้นคือ

กรณีที่พระองค์ทรงขจัดมลทินทั้งปวง และบันดาลให้ท่านมีฐานะเป็นผู้บริสุทธิ์ และทดแทนไม่ได้เช่นกันที่ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ(ศ) ได้ยกย่องท่านไว้ว่า ท่านคือประมุขของชายหนุ่มชาวสวรรค์

เราจะกล่าวถึงคำสดุดีของบุคคลเหล่านั้นดังนี้

๑. ท่านอิมามฮุเซน(อ)ยืนที่เชิงสุสานของพี่ชายท่านด้วยความโศกเศร้าแล้วกล่าวว่า

“ โอ้อะบามุฮัมมัด อัลลอฮฺทรงประทานความเมตตาต่อท่าน ถ้าหากท่านยังอยู่ แน่นอนท่านจะสามารถนำสัจธรรมต่อสู้กับความหลงผิดได้ ท่านสามารถอุทธรณ์ต่ออัลลอฮฺเกี่ยวกับความบกพร่องในดินแดนบริสุทธิ์ด้วยความคิดที่ดีงาม ท่านสามารถรักษาโลกอันยิ่งใหญ่ได้เพียงด้วย

ความช่วยเหลือแต่น้อยนิด ท่านสามารถมอบให้มันได้ เพียงด้วยมือสองข้างอันบริสุทธิ์ ท่านสามารถปกป้องมันให้พ้นจากศัตรูของท่านได้โดยง่าย แน่นอนยิ่งท่านคือบุตรผู้สืบเชื้อสายของท่าน

๑๒๒

ศาสดา(ศ) ได้ดูดน้ำนมแห่งวิทยปัญญาโดยวิญญาณบริสุทธิ์แห่งทิพยสถานทั้งสวนสวรรค์และความสถานพร อัลลอฮฺ(ซ.บ.)ทรงยกย่องทั้งเราและพวกท่านให้ได้รับรางวัล ณ พระองค์ และทรงประทานให้แก่เรา และพวกท่านโดยพระองค์ ” ( ๑)

๒. เมื่อท่านอิมาม(อ)ถูกฝังแล้ว ท่านมุฮัมมัด บินอะลีอัล-ฮะนะฟียะฮฺน้องชายคนหนึ่งของท่านได้ยืนขึ้นใกล้สุสานแล้วกล่าวว่า

“ แน่นอนที่สุด ฉันมีความภูมิใจอย่างยิ่งในตอนที่ท่านมีชีวิต และรู้สึกว่าถูกเชือดเฉือนเมื่อท่านจากไป แน่นอนวิญญาณที่ประเสริฐได้แก่วิญญาณที่ได้รับการหุ้มห่อโดยผ้ากะฝั่นของท่าน

แน่นอนผ้ากะฝั่นที่ประเสริฐยิ่งคือผ้าที่ได้หุ้มห่อเรือนร่างของท่าน ทำไมจะไม่ใช่ก็ในเมื่อท่านคือเสาหลักของทางนำ เป็นทายาทของบรรดาผู้สำรวม เป็นหนึ่งในห้าของบุคคลแห่งผ้าคลุม ฉันได้รับรู้สัจธรรมและการสำรวมตนจากท่าน ฉันได้ดูดดื่มน้ำนมแห่งศรัทธามาจากท่าน ท่านได้รับการเลี้ยงดูมา

ในอุ้งตักของอิสลาม ท่านมีความดีเลิศทั้งในยามมีชีวิตอยู่และยามที่วายชนม์ไปแล้ว ถึงแม้ว่าจิตใจของเราจะไม่มีความสุขเพราะการจากไปของท่าน ก็ขอให้อัลลอฮฺ(ซ.บ.)ประทานความเมตตาแก่ท่านเถิด...โอ้อะบามุฮัมมัด ” ( ๒)

( ๑) ฮะยาตุล-อิมามฮะซัน บินอะลี เล่ม ๒ หน้า ๔๔๐

๓. ครั้นหนึ่งมุอฺาวิยะฮฺกล่าวกับท่านอับดุลลอฮฺ บินญะอฺฟัร(ร.ฎ.)ว่า “ ท่านคือประมุขแห่งบะนีฮาชิม ”

ท่านอับดุลลอฮฺ กล่าวตอบว่า “ ประมุขแห่งบะนีฮาชิมคือฮะซันและฮุเซน ” ( ๓)

๑๒๓

๔. ท่านอุษมาน บินอัฟฟาน(ร.ฎ.)เคยกล่าวกับท่านอิมามฮะซัน(อ) ท่านอิมามฮุเซน(อ) และท่านอับดุลลอฮฺ บินญะอฺฟัร(ร.ฎ.)ว่า

“ ท่านจงดูดดื่มวิชาความรู้กันให้อิ่มเอม และจงแนบแน่นอยู่กับความดีงามและวิทยปัญญาเถิด ” ( ๔)

( ๒) มุเราวิญุซ-ซฺะฮับ เล่ม ๓ หน้า ๗

( ๓) อัล-ฮะซัน บินอะลีของกามิล ซุลัยมาน หน้า ๑๗๓

( ๔) อัล-คิศอล หน้า ๑๓๖

๕. ท่านอะนัส บินมาลิก(ร.ฎ.)กล่าวว่า “ ในหมู่พวกเขาไม่มีใครละม้ายคล้ายคลึงท่านศาสดา ( ศ) ยิ่งไปกว่าท่านอิมามฮะซัน (อ) ” ( ๕)

๖. ท่านอะบูฮุร็อยเราะฮฺ(ร.ฎ.)กล่าวว่า “ ฉันรักคนนี้ (อิมามฮะซัน) อย่างไม่เสื่อมคลายหลังจากที่ฉันเห็นท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ (ศ) กระทำเหมือนกับที่ท่านกระทำ ” ( ๖)

ท่านได้กล่าวอีกว่า “ ฉันไม่เคยรักใครมากกว่าท่านฮะซัน บินอะลี ” ( ๗)

๗. ท่านอะบูบักเราะฮฺ บินอุบัยดฺ(ร.ฎ.) เมื่อได้ทราบข่าวการเสียชีวิตของท่านอิมาม(อ) เขากล่าวว่า

“ ให้ประชาชนทั้งหลายหมดไปเพราะการตายของท่าน จะเป็นความดีงามอย่างมากมายกว่าขอให้อัลลอฮฺทรงเมตตาต่อท่าน ” ( ๘)

๘. ท่านอะบีญะฮีฟะฮฺกล่าวว่า “ ฉันเคยเห็นท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ (ศ) แล้ว ปรากฏว่าท่านอิมามฮะซันเหมือนกับท่านมากที่สุด ” ( ๙)

๑๒๔

๙. มุอฺาวิยะฮฺปรึกษากับอะบุล-อัซวัด อัด-ดะอูลี ถึงการโต้ตอบท่านอิมามฮะซัน(อ) แต่อะบุล-อัซวัดได้ห้ามไว้ และกล่าวว่า

“ เขาคือคนที่เพียบพร้อม เชี่ยวชาญในชั้นเชิงต่าง ๆ ของคนอาหรับมากที่สุด มีความเป็นอยู่ที่มีเกียรติ มีตระกูลที่ประเสริฐ ดังนั้นจงอย่าได้กระทำเลย โอ้ท่านอะมีรุลมุมินีน ” ( ๑๐)

( ๕) อัล-อิชตีอฺาบ ภาคผนวกของหนังสืออัล-อิศอบะฮฺ เล่ม ๑ หน้า ๓๗๖

( ๖) นูรุล-อับศ็อร หน้า ๑๗๑

( ๗) มะฏอลิบุซ-ซุอุล หน้า ๖๔

( ๘) ฮะยาตุล-อิมามฮะซัน เล่ม ๒ หน้า ๔๓๒

( ๙) อัล-อิศอบะฮฺ เล่ม ๑ หน้า ๓๒๙

๑๐. ท่านอัมรฺ บินอิซฮาก(ร.ฎ.)กล่าวว่า “ คนที่ฉันชอบฟังให้เขาพูดจนไม่อยากให้หยุดเลยนั้นคือ ท่านฮะซัน บินอะลี และฉันไม่เคยได้ยินถ้อยคำอันน่ารังเกียจจากเขา แม้แต่ครั้งเดียว ” ( ๑๑)

๑๑. อับดุลลอฮฺ บินซุบัยรฺ ได้กล่าวถึงคนที่มีลักษณะคล้ายท่านศาสดา(ศ)มากที่สุดว่า

“ ฉันจะบอกพวกท่านว่าใครคือคนที่เหมือนท่านศาสดา(ศ)มากที่สุดและเป็นที่รักของท่านมากที่สุด เขาคือฮะซัน บุตรของอะลี ฉันเคยเห็นเขาเข้ามาในขณะที่ท่านกำลังสุญูดอยู่ แล้วขึ้นขี่คอท่าน ท่านมิได้เอาเขาลงเลยจนกระทั่งเขาลงมาเอง ” ( ๑๒)

๑๒๕

๑๒. ท่านฮะซัน บัศรี(ร.ฎ.)ได้เขียนจดหมายถึงท่านว่า “ พวกท่านคือคนในตระกูลบะนีฮาชิม เป็นลำนาวาแห่งประชาชาติ เป็นขุมวิชาการอันไพโรจน์ เหมือนเรือนบีนุฮฺ (อ) ที่ผู้ศรัทธาขึ้นขี่และมวลมุสลิมปลอดภัย ” ( ๑๓)

( ๑๐) อะอฺยานุชชีอะฮฺ ๔ กอฟ ๑/๑๐๑

( ๑๑) บิฮารุล-อันวารฺ เล่ม ๑๐ หน้า ๙๙

( ๑๒) อัล-อิศอบะฮฺ เล่ม ๑ หน้า ๓๒๙

( ๑๓) ตะฮัฟฟุล-อุกูล หน้า ๑๖๖

๑๓. ท่านมันศูร บินร็อยยานกล่าวว่า “ ท่านคือคนมีตระกูลที่ประเสริฐที่สุด ” ( ๑๔)

๑๔. มุอฺาวิยะฮฺ บินอะบีซุฟยาน กล่าวกับคนที่เอนเอียงจาก ท่านอิมามฮะซัน(อ)ว่า

“ ฉันเคยเห็นท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ(ศ)ป้อนอาหารให้เขา ด้วยลิ้นของท่าน อัลลอฮฺ(ซ.บ.)จะไม่ลงโทษลิ้นและริมฝีปากใดที่ท่านศาสนทูต(ศ)ได้ใช้ลิ้นของท่านป้อนอาหารให้ ” ( ๑๕)

๑๕. ท่านมุฮัมมัด บินซีรีนกล่าวว่า “ บางครั้งท่านฮะซัน บินอฺะลีเคยให้รางวัลกับชายคนหนึ่งมากถึง ๑๐๐ , ๐๐๐ ดิรฮัม ” ( ๑๖)

๑๖. ท่านวาศิล บินอฺะฏออฺกล่าวว่า “ ท่านฮะซัน บินอะลี (อ) มีเครื่องหมายของอัมบิยาอ์ และมีราศีของกษัตริย์อยู่ในตัว ” ( ๑๗)

๑๒๖

๑๗. เมื่อมุอาวิยะฮฺทราบข่าวเกี่ยวกับการวายชนม์ของอิมามฮะซัน(อ)นั้น เขาได้กล่าว ตักบีร ( ถวายความเกรียงไกรแก่อัลลอฮฺ) ขึ้นในคฤหาสน์อันรโหฐานของเขา ครั้นแล้วบรรดาผู้คนที่อยู่ในคฤหาสน์ก็พากันตักบีรตามเขาเป็นการใหญ่ ต่อจากนั้นประชาชนที่อยู่ในมัสญิดใกล้ ๆ ก็พากัน

ตักบีรตามพวกเขาที่อยู่ในคฤหาสน์ไปด้วย

( ๑๔) อัล-มะนากิบ เล่ม ๒ หน้า ๑๗๐

( ๑๕) อัล-ฮะซัน บินอฺะลี ของกามิล ชุลัยมาน หน้า ๑๗๕

( ๑๖) อัล-ฮะซัน บินอฺะลี ของอับดุล-กอดิร อะฮฺมัต ยูซุฟ หน้า ๕

( ๑๗) อัล-มะนากิบ เล่ม ๒ หน้า ๑๗๐

นางฟาคิตะฮฺ บินติกอรีเซาะฮฺ บินอัมรฺ บินเนาฟัล บินอับดุลมะนาฟ ได้ออกมาดูที่กรอบหน้าต่างของนาง แล้วถามมุอาวิยะฮฺว่า

“ ข้าแต่ท่านอะมีรุลมุมีนีน ขอให้อัลลอฮฺทรงคุ้มครองท่านเถิด มีข่าวอะไรที่ทำให้ท่านปลื้มใจกันหรือ ”

มุอาวิยะฮฺตอบว่า “ ข่าวการตายของฮะซัน … .”

นางกล่าวว่า “ อินนา ลิลลา วะอินนา อิลัยฮิ รอญิอูน(แท้จริงเราเป็นสิทธิของอัลลอฮฺ และแท้จริงต้องกลับคืนสู่พระองค์) ”

แล้วนางก็ร้องไห้พลางกล่าวว่า “ นายของมวลมุสลิมและบุตรของธิดาของท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ (ศ) วายชนม์เสียแล้ว ”

มุอาวิยะฮฺกล่าวว่า “ ขอสาบานด้วยพระนามของอัลลอฮฺที่เจ้าทำไปน่ะดีแล้ว เพราะเขานั้นเหมาะสมที่เจ้าจะต้องร้องไห้ให้แก่การจากไปของเขา ” ( ๑๘)

๑๒๗

๑๘. ท่านมุฮัมมัด บินอิซฮาก เคยกล่าวไว้ว่า “ หลังจากที่ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ (ศ) ได้สิ้นไปแล้ว ไม่เคยมีใครสักคนที่มีบารมีถึงระดับที่ท่านฮะซัน (อ)มี ปรากฏว่าท่านอิมามอะลี(อ)ยังเปิดทาง ที่ประตูบ้านของท่านให้แก่เขา ถ้าเขาออกไปในตอนที่ท่านนั่ง ท่านจะต้องหลีกทางให้แก่

เขา ยามใดที่เขาเดินผ่านผู้คนที่อัลลอฮฺ(ซ.บ.)สร้างมา คนทั้งหลายต้องยกย่องให้การต้อนรับเขา กล่าวคือ เมื่อใครรู้ก็จะลุกขึ้นยืน เมื่อเขาเดินผ่านประชาชนเพื่อเข้าบ้านของเขา แน่นอนที่สุดฉันเคยเห็นเขากำลังเดินอยู่ในเส้นทางที่จะไปมักกะฮฺ ไม่เคยมีใครเลยที่เห็นเขาแล้วจะไม่ลงมาจากพาหนะ

แล้วเดินตาม ฉันเคยเห็นแม้กระทั่งซะอัด บินอะบีวักก็อศยังต้องเดินตาม ” ( ๑๙)

( ๑๘) มุเราวิญุซ-ซฺะฮับ เล่ม ๓ หน้า ๘

( ๑๙) อัน-มะนากิบ เล่ม ๒ หน้า ๑๔๘

๑๙. ท่านมุฮัมมัด บินฏ็อลฮะฮฺ อัช-ชาฟิอีย์ ได้กล่าวว่า “ อัลลอฮฺคือผู้ทรงประทานให้แก่เขาซึ่งธรรมชาติแห่งความรู้แจ้ง ที่สามารถชี้แนะแนวทางอันเป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระองค์ทรงประทานให้แก่เขาซึ่งทัศนคติที่ถูกต้องแม่นยำอย่างสอดคล้องกับหลักการของศาสนา ทรงประทาน

บุคลิกภาพอันเพียบพร้อมไปด้วยจริยธรรมตามลักษณะแห่งความรู้ของพระองค์ให้แก่เขา ” ( ๒๐)

๒๐. ท่านชัมซุดดีน ยูซุฟ บิน กอซาฆอลี อัล-ฮะนะฟีย์ (หลานของอิบนุ อัล-เญาซี)ได้กล่าวว่า “ ท่านอิมามฮะซัน (อ)คือหนึ่งในบรรดาผู้ทรงคุณธรรมระดับสูง ท่านมีปัญญาอันเจิดจ้า ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ(ศ) ทรงรักท่านอย่างยิ่งเลยทีเดียว ” ( ๒๑)

๑๒๘

๒๑. ท่านชัยคุลอิสลาม ชะฮาบุดดีน บินอัลฮะญัร ได้กล่าวว่า “ ท่านฮะซัน บินอะลี บินอะบีฏอลิบ บินอับดุลมุฏฏอลิบ บินฮาชิม บินอับดุล-มะนาฟอัล-ฮาชีมี เป็นผู้สืบตระกูลของท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ (ศ) เป็นมิ่งขวัญของท่านอะมีรุลมุมินีน ท่านมีนามว่า “ อะยูมุฮัมมัด ” ถือกำเนิดใน

วันที่ ๑๕ ของเดือนรอมฎอน …… .”( ๒๒)

๒๒. ท่านอัล-ฮาฟิซ อัล-มุฮัดดิษ ยูซุฟ บินอับดุลลอฮฺ บินมุฮัมมัด บินอับดุลบัร อัล-กุรฏบีย์ อัล-มาลิกีย์ ได้กล่าวว่า “ ท่านอิมามฮะซัน (ขออัลลอฮฺทรงเมตตาท่าน) คือ คนมีความโอบอ้อมอารี มีความถ่อมตน และมีเกียรติคุณยิ่ง ความถ่อมตัวของท่านก็ดี เกียรติคุณของท่านก็ดีนำท่านให้ละทิ้ง

การแสวงหาความสุขทางโลก เพราะพลังแห่งการแสวงหาสิ่งที่มีอยู่ ณ อัลลอฮฺ ” ( ๒๓)

( ๒๐) มะฏอลิบุซ-ซุอูล หน้า ๖๕

( ๒๑) ตัซกิเราะตุล-ค่อวาศ หน้า ๑๑๑

( ๒๒) อัล-อิศอบะฮฺ เล่ม ๑ หน้า ๓๒๘

๒๓. ท่านอัล-ฮาฟิซ อิมาดุดดีน อะบุลฟิดาอฺ อิศมาอีล บินอุมัร อิบนุกะษีร ได้กล่าวถึงเรื่องราวเมื่อตอนที่ชาวกูฟะฮฺให้สัตยาบันต่อท่านอิมามฮะซัน(อ)ว่า

๑๒๙

“ ถ้าหากพวกเขารู้ แน่นอนที่สุด เท่ากับพวกเขาได้ให้เกียรติกับสิ่งที่อัลลอฮฺ(ซ.บ.)ได้ประทานให้แก่พวกเขา อันเนื่องมาแต่การที่พวกเขาได้ให้สัตยาบันแก่บุตรของธิดาแห่งท่านศาสนทูตของอัลลอฮฺ(ศ) ผู้เป็นหัวหน้าของมวลมุสลิม เป็นหนึ่งในบรรดานักปราชญ์ระดับศอฮาบะฮฺ นี่คือ

หลักฐานประการหนึ่งที่แสดงว่า ท่านคือหนึ่งในจำนวนคอลีฟะฮฺ อัร-รอชิตีน ” ( ๒๔)

๒๔. ท่านอิซซุดดีน อะบุลฮะซัน อะลี (อิบนุ อัล-อะษีร) ได้กล่าวว่า “ ท่านฮะซัน บินอะลี บินอะบีฏอลิบ บินอับดุลมุฏฏอลิบ บินฮาชิม บินอับดุลมะนาฟ อัลกุรอยช์ อัล-ฮาชีมี คือ ท่านอะบูมุฮัมมัด ผู้สืบตระกูลของท่านศาสดา (ศ) มารดาของท่านคือ ท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ บุตรีองค์ศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ (ศ) ประมุขของเหล่าสตรีแห่งสากลโลก ท่านคือ ประมุขของบุรุษหนุ่มชาวสวรรค์ เป็นมิ่งขวัญของท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ (ศ) เป็นคนที่คล้ายคลึงกับท่านมากที่สุด ท่านทำการเชือดสัตว์เป็นพลีเนื่องในวาระครบรอบ ๗ วัน ในการเกิดของท่าน ท่านได้โกนผมให้และบริจาคทาน เงินในอัตราน้ำหนักเท่าเส้นผมของท่าน และเป็นหนึ่งในห้าของบุคคลแห่งผ้าคลุม ” ( ๒๕)

( ๒๓) อัล-อิซตีอาบ ภาคผนวกหนังสืออัล-อิศอบะฮฺ เล่ม ๑ หน้า ๓๗๐

( ๒๔) อัล-บิดายะฮฺ วันนิฮายะฮฺ เล่ม ๘ หน้า ๑๖

๑๓๐

๒๕. ท่านอัล-ฮาฟิซ ญะมาลุดดีน อัซ-ซะยูฏี ได้กล่าวว่า “ ท่านฮะซัน บินอะลี บิน อะบีฏอลิบ (ขอให้อัลลอฮฺทรงมีความปิติชื่นชมต่อท่าน) คือท่านอะบูมุฮัมมัด ผู้สืบตระกูลของท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ (ศ) และเป็นมิ่งขวัญของท่าน เป็นค่อลีฟะฮฺคนสุดท้ายของท่านตามที่บัญญัติไว้ ”

( ๒๖)

๒๖. ท่านชัมซุดดีน มุฮัมมัด บินฏูลูน ได้กล่าวว่า “ อันดับสองในหมู่พวกเขาคือ ท่านฮะซันบินอะลี บินอะลีฏอลิบ อัล-กุร็อยชี อัล-ฮาชีมี อัล-มะดะนี คือ อะบูมุฮัมมัด ผู้สืบตระกูลของท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ (ศ) และเป็นมิ่งขวัญของท่าน เป็นบุตรของท่านฟาฏิมะฮฺ บุตรีของท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ (ศ) นางผู้เป็นประมุขของเหล่าสตรีในสากลโลก (ขอให้อัลลอฮฺทรงประทานความปิติชื่นชมแก่ท่าน) ”

และได้กล่าวอีกว่า “ ปรากฏว่าท่านอิมามฮะซัน (ร.ฎ.) นั้นมีความละม้ายคล้ายคลึงท่านศาสดา (ศ)มากที่สุด ท่านศาสดา(ศ)จึงเอานามของท่านมาตั้งเป็นชื่อของท่านฮะซัน(ร.ฎ.) ท่านศาสดา ( ศ) ได้ตั้งชื่อนี้ให้แก่ท่านอิมามฮะซัน (ร.ฎ.) และได้ทำการเชือดสัตว์เป็นพลีในวาระวันเกิดครบรอบ

๗ วัน ท่านโกนศีรษะให้ และสั่งให้นำเงินเท่ากับอัตราน้ำหนักเส้นผมของท่านฮะซัน(ร.ฎ.)บริจาค ท่านคือหนึ่งในจำนวนห้าคนแห่งบุคคลในผ้าคลุม ” ( ๒๗)

( ๒๕) อะซะดุล-ฆอบะฮฺ เล่ม ๒ หน้า ๙

( ๒๖) ตารีคุล-คุละฟาอ์ หน้า ๑๘๘

( ๒๗) อัล-อะอิมมะตุล-อิษนาอะซัร หน้า ๖๓

๑๓๑

๒๗. ท่านค็อยรุลดีน ซัรกะลี ได้กล่าวว่า “ ท่านฮะซัน (อ) เป็นคนมีสติปัญญาดี เป็นคนโอบอ้อมอารี มีความรักใคร่แต่สิ่งที่ดีงาม เป็นคนที่ดีที่สุด ทางด้านการเจรจาอย่างมีเหตุผล ปรากฏว่ามุอาวิยะฮฺเคยสั่งเสียให้คนของตนหลีกเลี่ยงจากการพูดคุยกับคนทั้งสอง ได้แก่ ท่านฮะซัน บินอะลี

และท่านอับดุลลอฮฺ บินอับบาซ เนื่องจากเขาทั้งสองเป็นคนมีเหตุผลสูง ชาวอิรักให้สัตยาบันแก่ท่านในตำแหน่งผู้ปกครอง หลังจากที่บิดาของท่านเสียชีวิตในปี ฮ.ศ. ๔๐ ” ( ๒๘)

๒๘. ท่านมุฮัมมัด ริฎอ อัล-มิศรี ได้กล่าวว่า “ เขาคือประมุขของชายหนุ่มชาวสวรรค์และเป็นมิ่งขวัญท่านศาสดา (ศ) และคล้ายคลึงท่านมากที่สุด ” ( ๒๙)

๒๙. ท่านอับดุลกอดีร อะฮฺมัด ยูซุฟ ได้กล่าวว่า “ ท่านทั้งหลายจะต้องเป็นนักอ่านที่มีความคิดเกี่ยวกับพื้นฐานที่ว่าท่านฮะซัน บินอะลี ผู้เป็นบุตรของธิดาของท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ ( ศ) ได้เป็นที่เชื่อถือว่า เป็นอิมามมะอฺศูมคนหนึ่ง พวกเขาถือว่าคนเหล่านี้มีสิทธิมากกว่าคนอื่น ใช่แต่เท่านั้น พวกเขาคือผู้รับช่วงในการเผยแผ่อิสลาม และรักษาซุนนะฮฺ และบทบัญญัติของมุฮัมมัด

ภายหลังท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ(ศ)สิ้นชีวิตแล้ว เนื่องจากพวกเขาเป็นเครือญาติที่ใกล้ชิดที่สุด มีจิตวิญญาณที่สะอาดที่สุด และมีความเข้าใจในพระคัมภีร์ที่ถูกประทานมา ” ( ๓๐)

( ๒๘) อัล-อะอฺลาม เล่ม ๑ หน้า ๒๓๐

( ๒๙) อัล-ฮะซันวัลฮุเซน ของมุฮัมมัด ริฎอ อัล-มิศรี หน้า ๘

( ๓๐) อัล-ฮะซัน บินอะลี โดย อับดุลกอดิร อะฮฺมัด ยูซุฟ หน้า ๔๒

๑๓๒

หมายเหตุท้ายเล่ม

หนังสือเล่มนี้ได้บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับชีวประวัติของท่านอิมามอะบีมุฮัมมัด อัล-ฮะซัน(อ โดยสรุป ได้มีการกล่าวถึงโองการต่างๆ

จากอัล-กุรอานที่ถูกประทานมาในเรื่องที่เกี่ยวกับท่าน และอ้างถึงรายงานฮะดีษของท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ(ศ)ที่กล่าวถึงท่าน ต่อจากนั้นก็ได้เปิดเผยถึงเรื่องราวเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตและจริยธรรมของท่านโดยสังเขป อีกทั้งยังได้รวบรวมไว้ซึ่งถ้อยคำและสุภาษิตของท่านมาบันทึกบางส่วน และให้ข้อวิเคราะห์เกี่ยวกับเหตุผลการทำสนธิสัญญาสันติภาพของท่าน และสภาพแวดล้อมโดยทั่วไปที่ประสบแก่ท่านในช่วงเวลานั้น

ในตอนสรุป เราได้เสนอถ้อยคำของเหล่าบรรดานักปราชญ์และบุคคลสำคัญที่กล่าวถึงท่านไว้เป็นกรณีพิเศษ

จากการเสนอสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มา หวังว่าคงจะเป็นการเชิญชวนท่านผู้อ่านทั้งหลายให้ศึกษาในพื้นฐานของบรรดาอิมามแห่งอะฮฺลุลบัยตฺ(อ) และปฏิบัติตามการชี้นำของท่านเหล่านั้นและแสวงหาแสงสว่างจากการดำเนินชีวิตของท่าน ดังโองการที่ว่า

“ จงกล่าวเถิดว่า ถ้าหากสูเจ้ารักอัลลอฮฺ ดังนั้นจงปฏิบัติตามฉัน แล้วอัลลอฮฺจะทรงรักสูเจ้าและทรงอภัยโทษให้แก่สูเจ้าสำหรับความบาปของสูเจ้าและอัลลอฮฺทรงให้อภัย ทรงเมตตาปรานี

เสมอ ” ( ๓๒)

( ๓๒) ซูเราะฮฺ อาลิ อิมรอน: ๓๑

๑๓๓

สารบัญ

บทนำ

ในทัศนะของอัล-กุรอาน

ในฮะดีษของท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ(ศ) ๑๙

บัญญัติเกี่ยวกับตำแหน่งค่อลีฟะฮฺของท่านอิมามฮะซัน(อ) ๒๒

อิมามฮะซัน(อ) กับการเคารพภักดี(อิบาดะฮฺ) ๒๕

แบบแผนชีวิตอิมามฮะซัน(อ) รากฐานเดียวกับท่านศาสดา(ศ) ๒๘

คุณธรรมและความเผื่อแผ่ของอิมามฮะซัน(อ) ๓๒

คำปราศรัยอันทรงเกียรติของอิมามฮะซัน(อ) ๓๗

คำปราศรัยเรื่องที่ ๑ ๓๗

คำปราศรัยเรื่องที่ ๒ ๔๐

คำปราศรัยเรื่องที่ ๓ ๔๑

คำปราศรัยเรื่องที่ ๔ ๔๓

คำปราศรัยเรื่องที่ ๕ ๔๔

คำปราศรัยเรื่องที่ ๖ ๔๔

คำปราศรัยเรื่องที่ ๗ ๔๕

คำปราศรัยเรื่องที่ ๘ ๔๖

พินัยกรรม : ๔๙

บันทึกแห่งประวัติศาสตร์ ๔๙

จดหมายจากท่านอิมามฮะซัน(อ) ๕๓

จดหมายฉบับที่ ๑ ๕๓

จดหมายฉบับที่ ๒ ๕๘

จดหมายฉบับที่ ๓ ๕๙

สุภาษิต : ๖๑

โอสถบำบัดโรค ๖๑

คำตอบอันชาญฉลาดของท่านอิมามฮะซัน(อ) ๖๕

ถาม-ตอบ เรื่องที่ ๑ ๖๖

ถาม-ตอบ เรื่องที่ ๒ ๖๘

ถาม-ตอบเรื่องที่ ๓ ๖๘

ถาม-ตอบเรื่องที่ ๔ ๖๙

ถาม-ตอบเรื่องที่ ๕ ๖๙

ถาม-ตอบเรื่องที่ ๖ ๗๐

ถาม-ตอบเรื่องที่ ๗ ๗๐

ถาม-ตอบเรื่องที่ ๘ ๗๑

ถาม-ตอบเรื่องที่ ๙ ๗๒

ถาม-ตอบเรื่องที่ ๑๐ ๗๓

ถาม-ตอบเรื่องที่ ๑๑ ๗๔

ถาม-ตอบเรื่องที่ ๑๒ ๗๕

ถาม-ตอบเรื่องที่ ๑๑ ๗๕

ถาม-ตอบเรื่องที่ ๑๔ ๗๖

คำวิงวอน ๗๙

บทที่ ๑ ๗๙

บทที่ ๒ ๘๐

บทที่ ๓ ๘๐

บทที่ ๔ ๘๑

บทที่ ๕ ๘๒

บทที่ ๖ ๘๓

การตอบสนองต่อคำวิงวอน ๘๔

สนธิสัญญาสันติภาพ ๘๖

วายชนม์ ๑๑๗

บันทึกของนักปราชญ์ ๑๒๒

และบุคคลสำคัญ ๑๒๒

หมายเหตุท้ายเล่ม ๑๓๓

๑๓๔