ชีวประวัติอิมามฮะซัน

ชีวประวัติอิมามฮะซัน28%

ชีวประวัติอิมามฮะซัน ผู้เขียน:
ผู้แปล: อัยยูบ ยอมใหญ่
กลุ่ม: ห้องสมุดศาสดาและวงศ์วาน
หน้าต่างๆ: 134

ชีวประวัติอิมามฮะซัน
  • เริ่มต้น
  • ก่อนหน้านี้
  • 134 /
  • ถัดไป
  • สุดท้าย
  •  
  • ดาวน์โหลด HTML
  • ดาวน์โหลด Word
  • ดาวน์โหลด PDF
  • ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชม: 64761 / ดาวน์โหลด: 5720
ขนาด ขนาด ขนาด
ชีวประวัติอิมามฮะซัน

ชีวประวัติอิมามฮะซัน

ผู้เขียน:
ภาษาไทย

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

14

15

16

17

18

19

20

๕. ท่านอะสามะฮฺ บินซัยดฺ กล่าวว่า : คืนวันหนึ่งฉันมีความจำเป็นต้องเข้าพบท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ(ศ) ปรากฏว่าท่านกำลังมีกิจธุระสำคัญอยู่อย่างหนึ่ง แต่ฉันไม่ทราบว่ามันคืออะไร ครั้นเมื่อฉันเสร็จจากกิจธุระที่จำเป็นของฉันแล้ว ฉันก็กล่าวว่า

“ ท่านกำลังยุ่งอยู่กับกิจการที่สำคัญอันใดหรือ ?”

ซึ่งขณะนั้นทั้งท่านฮะซันและท่านฮุเซนก็ติดอยู่ที่สะเอวของท่านทั้งสองข้าง ท่านกล่าวว่า

“ ก็ลูกชายทั้งสองคนของฉัน และของลูกสาวของฉันนี่ไงล่ะ ข้าแต่อัลลอฮฺ แท้จริงพระองค์ทรงรู้ว่า ข้ารักเขาทั้งสอง ”

( ท่านกล่าวอย่างนี้ถึงสามครั้ง)(๕)

๖. ท่านฮะมูวัยนี ได้รายงานตามคำบอกเล่าจากสายสืบของเขาที่ได้รับคำบอกเล่ามาจากท่านอะมีรุลมุมินีน(อ)ว่า : แท้จริงท่านศาสดา(ศ)ได้จับมือของท่านฮะซันและท่านฮุเซน(ขอให้อัลลอฮฺทรงมีความปิติชื่นชมต่อท่านทั้งสอง) แล้วกล่าวว่า

“ ผู้ใดรักฉัน และรักคนทั้งสองนี้ และรักบิดาของคนทั้งสองนี้ และรักมารดาของคนทั้งสองนี้ เขาจะอยู่ร่วมกับฉันในวันฟื้นคืนชีพในระดับที่เป็นฐานะของฉัน ” ( ๖)

------------------------------------------------------

(๕ ) มะนากิบ อะมีรุลมุมินีน ( อ ) โดยอิบนุ อัล - มะฆอซะลี หน้า ๓๗๔

(๖ ) ฟะรออิดุซ - ซัมฏีน เล่ม ๒ หน้า ๓๖

๒๑

บัญญัติเกี่ยวกับตำแหน่งค่อลีฟะฮฺของท่านอิมามฮะซัน(อ)

ในบทนำก่อนเริ่มต้นชีวประวัติของท่านอะมีรุลมุมินีน(อ) นั้น เราได้เสนอประมวลบัญญัติของท่านศาสนทูตผู้ยิ่งใหญ่(ศ)(๑) ที่ให้ไว้กับบรรดา

อิมามทั้ง ๑๒ ท่าน(อ) ซึ่งในตอนนั้นเราได้กล่าวถึงฮะดีษไปทั้งสิ้น ๔๔

ฮะดีษ

(๑)ควรจะกล่าวไว้ด้วยว่า ประชาชาติอิสลามทั้งหลายไม่อาจอ้างได้เลยว่า

มีบัญญัติมาในเรื่องตำแหน่งของค่อลีฟะฮฺของบุคคลต่างๆ ภายหลังจากท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ (ศ) จวบจนถึงบรรดาค่อลีฟะฮฺในราชวงศ์

อับบาซียะฮฺ แต่ในขณะเดียวกันนั้น ท่านก็สามารถพบเห็นประมวลบัญญัติว่าด้วยตำแหน่งอิมามแก่บรรดาอะฮฺลุลบัยตฺ(อ)ได้ และนี่คือส่วนหนึ่งจากข้อแม้อีกมากมายของพวกเขา

ในขณะเดียวกันบรรดาฮะดีษดังกล่าวเหล่านั้นก็มีบัญญัติเกี่ยวกับท่าน

อิมามฮะซัน(อ)และอิมามฮุเซน(อ) โดยเฉพาะอีกด้วย เช่น ฮะดีษของท่าน

ศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ(ศ)ที่กล่าวว่า

“ บุตรชายสองคนของฉันนี้เป็นอิมามอยู่เสมอไม่ว่าในยามยืน หรือยามนั่ง ” ( ๒)

นอกจากว่าจะมีบัญญัติจากท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ(ศ)อย่างชัดเจนเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งเป็นอิมามของบรรดาอิมามเหล่านี้(อ) แล้ว

ท่านอิมามแต่ละท่านก็ได้บัญญัติแต่งตั้งอิมามท่านต่อๆ มาอีกด้วย

-----------------------------------------------------------

(๒ ) อัล - อิรชาด หน้า ๒๐๔

๒๒

ในบทนี้ จะกล่าวถึงประมวลบัญญัติจากท่านอะมีรุลมุมินีน(อ)ที่มีต่อตำแหน่งของท่านอิมามฮะซัน(อ) บางตอนคือ

๑. รายงานจากท่านซะลีม บินก็อยซ์ว่า :

ข้าขอยืนยันว่า ท่านอะมีรุลมุมินีน(อ)ได้สั่งเสียแก่ท่านฮะซัน(อ)ผู้เป็นบุตร และข้าขอยืนยันต่อคำสั่งเสียของท่านที่มีแก่ท่านฮุเซน(อ) และท่าน

มุฮัมมัด ฮะนีฟียะฮฺ และลูก ๆ ของท่านทั้งหมด และบรรดาผู้นำของบรรดา

ผู้ปฏิบัติตามและอะฮฺลุลบัยตฺของท่าน ต่อจากนั้นท่านได้มอบคัมภีร์และดาบแก่ท่านฮะซัน(อ) แล้วกล่าวว่า

“ โอ้ลูกรัก ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ(ศ)ได้มีบัญชาให้ข้าสั่งเสียไว้กับเจ้า และให้ข้ามอบคัมภีร์ของข้าและดาบของข้าให้แก่เจ้า เหมือนเมื่อตอนที่ท่านได้สั่งเสียแก่ข้า และมอบคัมภีร์และดาบของท่านให้แก่ข้าและได้สั่งข้าว่าให้สั่งเจ้าไว้ว่า ในยามที่ความตายจะมาถึงเจ้า เจ้าก็ต้องมอบมันให้แก่น้องชายของเจ้า นั่นคือฮุเซน ”

ต่อจากนั้นท่านก็ได้หันไปยังอิมามฮุเซน(อ) ผู้เป็นบุตรของท่านแล้วกล่าวว่า

“ ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ(ศ)ได้บัญชาให้เจ้ามอบมันต่อไปยังบุตรของเจ้าคนนี้ ”

ต่อจากนั้นท่านก็ได้จับมือของท่านอะลี บินฮุเซน(อ) แล้วกล่าวว่า

“ และท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ(ศ)ได้สั่งเจ้าว่า ให้มอบมันต่อไปยังมุฮัมมัด บินอะลี บุตรของเจ้า แล้วจงนำสลามจากท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ(ศ)และจากฉันฝากไปถึงเขาด้วย ” ( ๓)

---------------------------------------------------------

(๓ ) บินฮารุล - อันวารฺ เล่ม ๑๐ หน้า ๘๙

๒๓

๒. ท่านอัศบัฆฮฺ บินนะบาตะฮฺ ได้กล่าวว่า :

แท้จริงเมื่อครั้งที่ท่านอิมามอะลี(อ)ถูกอิบนุมุลญิม(ชายถูกสาปแช่ง)ฟันจนได้รับบาดเจ็บสาหัสนั้น ท่านได้เรียกหาท่านอิมามฮะซัน(อ) และท่าน

อิมามฮุเซน(อ) ให้เข้าไปหา แล้วกล่าวว่า

“ แท้จริงพ่อจะต้องเสียชีวิตในคืนนี้จึงขอให้เจ้าทั้งสองฟังพ่อไว้ให้ดี เจ้านั้น ฮะซันเอ๋ย ต้องเป็นทายาทของพ่อ (๔) และเป็นผู้ดำรงตำแหน่ง ภายหลังจากพ่อ ส่วนเจ้านั้น โอ้ ฮุเซน เจ้าต้องเป็นผู้ร่วมงานกับเขาในหน้าที่ทายาท จงเงียบเสียงและจงทำตามคำสั่งของเขาตราบเท่าที่เขายังอยู่ ครั้นเมื่อเขาอำลาจากโลกนี้ไปแล้ว เจ้าคือผู้พูดถัดจากเขาและเป็นผู้ดำรงตำแหน่งต่อจากเขา ”

( ๔) ข้อบัญญัติเกี่ยวกับตำแหน่งตามที่บรรดานักปราชญ์ระบุไว้ อย่างเป็นเอกฉันท์นั้น มีอยู่ว่า

ท่านอิบนุอับบาสได้ยืน ณ เบื้องหน้า ของท่านฮะซัน(อ)แล้วกล่าวว่า “ ท่านทั้งหลาย นี่คือบุตรแห่งศาสดาของพวกท่าน และเป็นทายาทแห่งอิมามของพวกท่าน ขอให้เชื่อถือ ตามเขา พวกเขากล่าวว่า

เขาเป็นที่รักของเรา และเขาทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จำเป็น แก่เราที่จะต้องรักเขา แล้วคนทั้งหลายก็เข้าทำการให้สัตยาบันต่อท่าน ดู อัล-อิรชาด หน้า ๑๙๒

แล้วท่านก็เขียนพินัยกรรมเป็นลายลักษณ์อักษรส่งเวียนไปยังสมาคมทั้งหลายของนักปราชญ์(๕)

ท่านอิบนุ อะบิลฮะดีด ได้กล่าวว่า : ท่านอิมามอะลี(อ)ได้มอบหมายตำแหน่งคอลีฟะฮฺให้แก่ท่านอิมามฮะซัน(อ) ในตอนที่ท่านจวนจะถึงแก่ชีวิต(๖)

-----------------------------------------------------

(๕ ) อิษบาตุล - ฮุดาฮ์ เล่ม ๕ หน้า ๑๔๐

(๖ ) ชัรฮฺ นะฮฺญุลบะลาเฆาะฮฺ เล่ม ๑ หน้า ๕๗

๒๔

อิมามฮะซัน(อ) กับการเคารพภักดี(อิบาดะฮฺ)

ถ้าจะกล่าวถึงบรรดาอิมามแห่งอะฮฺลุลบัยตฺ(อ)ที่ได้ทุ่มเทชีวิตจิตใจสู่การเคารพภักดีอยู่เป็นเนืองนิตย์ และการท่องบ่นคำวิงวอนภาวนาอันมากมาย ความมีเกียรติคุณและความดีงามเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต

มีจริยธรรมอันประเสริฐสูงสุดแล้ว คนเหล่านี้(อ)คือศูนย์แห่งความดีงามเป็นจุดสุดยอดสำหรับเกียรติคุณ ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ(ศ)ได้มอบมรดกทางด้านจริยธรรมอันสูงส่งให้แก่เขาเหล่านั้น และท่านได้ปลูกฝังคนเหล่านั้นให้อยู่กับแบบแผนชีวิตและครรลองชีวิตของท่าน พวกเขาจึงมีโอกาสรับเอามาซึ่งจริยธรรมอันสุดประเสริฐ และความมีบุคลิกภาพอันทรง

เกียรติ

เรื่องราวในภาคนี้จะว่าด้วย การเคารพภักดีของท่านอิมามฮะซัน(อ) ซึ่งไม่สามารถที่จะบรรยายให้ถึงที่สุดของความเหมาะสมได้ ทั้งในแง่ของความเหน็ดเหนื่อย ความบากบั่น พากเพียรความนบนอบและความอ่อนน้อมดังที่เราจะกล่าวถึงเพียงบางส่วนจากเรื่องนี้

๑. ท่านอิมามศอดิก(อ) ได้กล่าวว่า : บิดาของฉันได้รับคำบอกเล่ามาจากบิดาของท่าน(อ)ว่า :

แท้จริง ท่านฮะซัน บุตรของอะลี บินอะบีฏอลิบ(อ) นั้น เป็นคนที่ทำการเคารพภักดีมากที่สุดสำหรับคนในสมัยของท่าน อีกทั้งเป็นคนที่สมถะที่สุด และมีความดีเด่นที่สุดในหมู่พวกเขา

๒๕

เมื่อถึงเวลาไปบำเพ็ญฮัจญ์ ท่านจะเดินทางไปทำพิธีฮัจญ์ด้วยการเดินเท้า ถึงแม้ว่าบางทีท่านจะต้องเดินแบกของด้วยก็ตาม เมื่อท่านรำลึกถึงความตาย ท่านก็ร้องไห้ และเมื่อนึกถึงสุสานก็ร้องไห้ เมื่อนึกถึงการบังเกิดใหม่และการฟื้นคืนชีพก็ร้องไห้ เมื่อนึกถึงตอนเดินผ่านสะพานศิรอฎก็ร้องไห้

เมื่อนึกถึงการปรากฏตัวต่ออัลลอฮฺ(ซ.บ.) ท่านก็นึกถึงมันด้วยอาการหวาดกลัวตัวสั่นเสมอในเรื่องนั้นและในยามที่ท่านดำรงการนมาซ

ท่านจะทุ่มเทชีวิตจิตใจอย่างสุดซึ้งต่อพระผู้อภิบาลของท่าน เมื่อท่านรำลึกถึงสวนสวรรค์และนรก ท่านก็รบเร้าที่จะขอให้ปลอดภัย และวิงวอนขอสวนสวรรค์จากอัลลอฮฺ(ซ.บ.) และขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้พ้นจากไฟนรกทุกครั้งที่ท่านอิมามฮะซัน(อ)อ่านพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานถึงโองการที่เริ่มต้นว่า :

“ ยา อัยยุฮัลละซีนะอามะนู ”

ท่านจะตอบรับคำเรียกนี้เสมอ ไม่เคยขาดว่า

“ ข้าแต่อัลลอฮฺ ข้าขานรับแล้ว ”

ไม่ว่าท่านจะมองเห็นสิ่งใดรอบๆ ตัวท่าน ท่านก็จะต้องรำลึกอัลลอฮฺ(ซ.บ.)เสมอ เป็นคนที่มีวาจาซื่อสัตย์ที่สุด และเป็นคนที่พูดจาฉะฉานที่สุดในบรรดาคนสมัยนั้น(๑)

๒. ท่านอิมามฮะซัน(อ)เดินเท้าไปประกอบพิธีฮัจญ์ถึง ๒๕ ครั้ง โดยมีคนในตระกูลติดตามไปพร้อมกับท่านด้วย(๒)

-----------------------------------------------------

(๑ ) อามาลีย์ ของชัยค์ อัศ - ศ็อดดูก หน้า ๑๕๑

(๒ ) กัชฟุล - ฆุมมะฮฺ หน้า ๑๖๔ อัชอาฟุร - รอฆิบีน ภาคผนวกของหนังสือ นูรุลอับศ็อร หน้า ๑๗๖

๒๖

๓. เมื่อท่านอาบน้ำวูฎุอ์ ท่านจะทุ่มเทชีวิตจิตใจอย่างสุดซึ้ง ใบหน้าจะซีดเผือด เคยมีคนพูดกับท่านในเรื่องนี้ ท่านตอบว่า

“ เป็นหน้าที่อย่างแท้จริงสำหรับทุกคนที่จะยืนต่อเบื้องพระพักตร์ของพระผู้อภิบาลแห่งบัลลังค์อัรชฺ จะต้องมีสีหน้าซีดเผือด และทุ่มเทชีวิตจิตใจของตนลงไปอย่างสุดซึ้ง ”

เมื่อท่านมาถึงบริเวณประตูของมัสยิด ท่านจะเงยศีรษะขึ้น แล้วกล่าวว่า

“ ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้าของข้า แขกของพระองค์มาหยุดอยู่ที่ประตูของพระองค์แล้ว ข้าแต่พระผู้ทรงไว้ซึ่งคุณธรรม บัดนี้ผู้กระทำผิดมาหาพระองค์แล้ว ดังนั้นขอได้โปรดขจัดความน่าชังที่อยู่ในตัวของข้าออกไปด้วยความดีงามที่มีอยู่ ณ พระองค์เถิด โอ้ พระผู้ทรงเกีรยติยิ่ง ” ( ๓)

---------------------------------------

(๓ ) อะอฺยานุช - ชีอะฮฺ ๔ กอฟ ๑ / ๑๓

๒๗

แบบแผนชีวิตอิมามฮะซัน(อ) รากฐานเดียวกับท่านศาสดา(ศ)

แบบแผนชีวิตของท่านอิมามฮะซัน(อ)เป็นแบบแผนชีวิตอย่างเดียวกับท่านตา(ศ) และบิดาของท่าน(อ) เช่น การผ่อนปรนให้แก่คนทำความผิด การให้โอกาสแก่คนที่ประสบความเดือดร้อนถ่อมตัวอยู่เสมอ

อีกทั้งในด้านอื่นๆ อันเป็นแง่มุมของการดำเนินชีวิตที่ประเสริฐ พรั่งพร้อม

คุณลักษณะต่างๆที่มีเกียรติประชาชาติอิสลามในยุคปัจจุบันนี้จะใช้ความพยายามฝ่าอุปสรรคอย่างมากมายสักปานใด เพื่อจะมีโอกาสวางอยู่บนรากฐานของแบบแผนเหล่านี้ และเพื่อให้ได้มีโอกาสดำเนินชีวิตอยู่กับ

วิถีทางเส้นนี้ เพื่อนำเอาอดีตอันรุ่งโรจน์ ของตนกลับคืนมาสักครั้งหนึ่ง

ในบทนี้ เราจะขอกล่าวถึงแง่มุมบางประการจากแบบแผนชีวิตของท่าน

อิมามฮะซัน(อ)

๑. ท่านอิมามฮะซัน(อ)ได้กล่าวว่า

“ ประชาชาติอาหรับที่ฉันควบคุมอยู่จะให้สันติภาพแก่ผู้ที่ให้สันติภาพจะต่อสู้กับคนที่ต่อสู้ถึงกระนั้นฉันก็ละได้เพื่อแสวงหาความปิติชื่นชมยังอัลลอฮฺ(ซ.บ.) และสงวนไว้ซึ่งเลือดเนื้อของมวลมุสลิม ” ( ๑)

--------------------------------------------------------------

( ๑) อัซอาฟุร-รอฆิบีน ภาคผนวกของหนังสือ นูรุล-อับศ็อร หน้า ๑๗๓

๒๘

๒. ท่านมุบัรริด และท่านอิบนุ อาอิชะฮฺ กล่าวว่า : มีชาวซีเรียคนหนึ่งแลเห็นท่านอิมามฮะซัน(อ)ขี่พาหนะมา เขาก็เริ่มด่าว่าทันที ส่วนท่านฮะซัน(อ)มิได้โต้ตอบแต่ประการใด ครั้นพอเขาด่าเสร็จแล้ว ท่านฮะซัน(อ)ก็หันไปยิ้มกับเขาแล้วกล่าวว่า

“ โอ้ ท่านผู้อาวุโส ข้าพเจ้าคิดว่า ท่านคงเป็นคนแปลกหน้าอาจเข้าใจผิดได้ ถ้าท่านขอความเมตตาจากเรา เราจะมอบมันให้แก่ท่าน ถ้าท่านเอ่ยปากขอสิ่งใดเราก็จะตอบสนองแก่ท่าน ถ้าท่านขอคำแนะนำทาง เราก็จะนำทางให้แก่ท่าน ถ้าท่านต้องการขอให้เราช่วยแบกสัมภาระเราก็จะช่วยแบก

มันให้แก่ท่าน ถ้าท่านขัดสนเรายินดีให้ทุกอย่างแก่ท่าน ถ้าท่านถูกติดตามเราก็จะให้การอุปการะแก่ท่าน ถ้าท่านประสงค์ที่จะทำอะไรเรายินดีกระทำให้แก่ท่าน ถ้าท่านมุ่งตรงมายังเรา ท่านก็เป็นแขกของเราจนกว่า ท่านจะเดินทางจากไป เพราะว่าสถานที่ที่ต้อนรับอย่างอบอุ่นมีอยู่ที่เรา ความเอื้อเฟื้ออันกว้างขวาง และทรัพย์สินอันมหาศาลก็มีอยู่ที่เรา ”

เมื่อชายคนนั้นฟังท่านพูดจบ ก็ถึงกับร้องไห้แล้วกล่าวว่า

“ ฉันขอยืนยันว่า ท่านคือผู้ที่เป็นตัวแทนของอัลลอฮฺ(ซ.บ.) ในหน้าแผ่นดินของพระองค์อัลลอฮฺ(ซ.บ.)ทรงรู้ยิ่งว่า ที่ใดใครควรแก่การประทานคำสอนของพระองค์มา ตัวของท่านและบิดาของท่าน แต่ก่อนเป็นที่โกรธเกลียดของฉันมากที่สุดในบรรดาสรรพสิ่งที่อัลลอฮฺ(ซ.บ.)สร้างมา แต่

บัดนี้ท่านเป็นที่รักของฉันมากที่สุดในบรรดาสรรพสิ่งที่อัลลอฮฺ(ซ.บ.)สร้างมา ”

แล้วเขาก็เปลี่ยนมาขอเดินทางร่วมกับท่าน และเป็นแขกของท่านไปจนกระทั่งอำลาจากกันและเป็นคนที่มีความมั่นคงในความรักต่อบรรดา

อิมามทั้งหลายตั้งแต่บัดนั้น(๒)

๒๙

๓. ท่านอิมามฮะซัน(อ)เดินผ่านคนจนจำนวนหนึ่ง โดยที่คนเหล่านั้นก้มตัวลงที่พื้นดินซึ่งมีขนมปังหักตกอยู่ คนเหล่านั้นต่างก็เก็บขนมปังดังกล่าวมาเพื่อรับประทานกัน แล้วพวกเขาก็เรียกท่านให้เข้าไปร่วมรับประทานกับพวกเขาด้วย ท่านก็ตอบรับพวกเขาในเรื่องนี้พลางกล่าวว่า

“ แท้จริงอัลลอฮฺ(ซ.บ.)ไม่ทรงรักบรรดาผู้โอหังบังอาจ ”

ครั้นเมื่อรับประทานเสร็จแล้ว ท่านก็เชิญคนเหล่านั้นไปเป็นแขกของท่าน โดยที่ท่านจัดอาหารและเครื่องนุ่งห่มให้แก่คนเหล่านั้นด้วย(๓)

๔. เคยมีคนถามท่านอิมามฮะซัน(ขอให้อัลลอฮฺทรงประทานความปิติชื่นชมต่อท่าน)ว่าเพราะเหตุใดที่เราเห็นอยู่เสมอว่า ท่านไม่เคยขัดใจผู้ขอรับบริจาคเลย ทั้ง ๆ ที่ท่านเองก็ขาดแคลน ?

ท่านตอบว่า “ แท้จริงข้าพเจ้าคือผู้ขอต่ออัลลอฮฺ (ซ.บ.) ซึ่งข้าพเจ้าเป็นผู้ตั้งความหวังต่อพระองค์เหลือเกิน ข้าพเจ้าละอายใจมาก ถ้าหากข้าจะเป็นคนขอที่ขัดใจคนขอด้วยกัน แท้จริงอัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงประทานความโปรดปรานของพระองค์ให้แก่ข้าอยู่เสมอ ๆ และทรงสัญญากับข้าว่า ให้ข้ามอบความโปรดปรานของพระองค์แก่ประชาชนต่อไป ดังนั้นข้าจึงหวั่นเกรงว่า ถ้าหากข้าผิดสัญญา พระองค์ก็จะตัดขาดข้อสัญญากับข้าด้วย ” ( ๔)

๕. ท่านอิมามมูซา บินญะอฺฟัร(อ) กล่าวว่า “ ทั้งท่านอิมามฮะซัน (อ) และอิมามฮุเซน (อ) ไม่เคยยอมรับของขวัญชิ้นใด ๆ จากมุอาวิยะฮฺ บินอะบีซุฟยานเลย ” ( ๕)

-------------------------------------------------------------

๓๐

(๒ ) อัล - มะนากิบ เล่ม ๒ หน้า ๑๕๗ กัชฟุล - ฆ็อมมะฮฺ หน้า ๑๖๗ มะฏอลิบุซ - ซุอุล เล่ม ๒ หน้า ๑๒ บางประโยคแตกต่างกันเล็กน้อย

(๓ ) ฮะยาดุล - อิมามฮะซัน บินอะลี ของอัล - กุรซีย์ เล่ม ๑ หน้า ๑๑๙

(๔ ) นูรุล - อับศ็อร หน้า ๑๗๗

(๕ ) มุสนัด อิมามมูซา บินญะอฺฟัร ( อ ) หน้า ๔๔

๓๑

คุณธรรมและความเผื่อแผ่ของอิมามฮะซัน(อ)

ทุกคนที่อธิบายประวัติของท่านอิมามฮะซัน(อ) จะต้องกล่าวถึงคุณธรรมและความมีไมตรีจิตของท่านเสมอ ในฐานะที่ท่านเป็นขวัญและกำลังใจของประชาชาติอิสลาม ถ้าหากเราจะรวบรวมข้อความที่บรรดานักประวัติศาสตร์ และนักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวถึงเกียรติคุณของท่านอิมามฮะซัน ( อ) แล้ว แน่นอนเราจะได้หนังสืออีกเล่มหนึ่งต่างหากที่มีความหนามากกว่าหนังสือเล่มนี้ เราจะขอกล่าวสรุปเพียงบางประการที่คนเหล่านั้นกล่าวถึงดังนี้

๑. อัลลอฮฺ(ซ.บ.) ทรงจัดแบ่งทรัพย์สินของท่านไว้สามวาระ จนกระทั่งว่า ท่านต้องมอบรองเท้าไปข้างหนึ่งและมีไว้ที่ตัวเองอีกข้างหนึ่ง(๑) และจ่ายทรัพย์ของท่านเพื่ออัลลอฮฺ(ซ.บ.)อีกสองวาระ(๒)

๒. มีชายคนหนึ่งมาหาท่านและขอของที่จำเป็นประการหนึ่งจากท่าน ท่านกล่าวแก่เขาว่า

“ นี่แน่ะท่าน สิทธิในการขอของท่านมีต่อข้าโดยตรง มันยิ่งใหญ่สำหรับข้า และความรู้ในตัวข้ามาก เพราะมันเป็นสิ่งจำเป็นที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าข้า มือของข้า หมดความสามารถที่จะต้านทานส่วนที่เป็นสิทธิของท่านได้ทรัพย์สมบัติอันมากมายนั้น ในทัศนะของอัลลอฮฺ(ซ.บ.)มันเป็นเพียง

ของเล็กๆ น้อยๆ อะไรก็ตามที่อยู่ในการครอบครองของข้าถือว่าเป็นความโปรดปรานที่ดีที่สุดของท่าน ถ้าหากท่านรับเอาไปจากข้าและยกออกไปให้พ้นจากข้าซึ่งความเกรงอกเกรงใจแล้ว ข้าก็ไม่หน่วงเหนี่ยวส่วนที่เป็นหน้าที่ของท่านเลย ท่านกระทำไปเถิด ”

---------------------------------------------

(๑ ) อัล - อิซติบศ็อร เล่ม ๒ หน้า ๑๔๒

(๒ ) อะอฺยานุช - ชีอะฮฺ ๔ กอฟ ๑ / ๒๖ อะซะตุล - ฆอบะฮฺ เล่ม ๒ หน้า ๑๒

๓๒

เขากล่าวทันทีว่า “ ข้าแต่บุตรของศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ (ศ) ข้าขอรับเพียงส่วนน้อย และขอขอบคุณในความเอื้อเฟื้อให้ และขออภัยในความขัดข้อง ”

แล้วท่านอิมามฮะซัน(อ)ก็เรียกเจ้าหน้าที่คนหนึ่งมาช่วยคิดคำนวณทรัพย์สินที่ต้องจ่ายให้จนมีจำนวนมากมายหลายรายการ

แล้วท่านกล่าวว่า “ จงนำออกมาสักสามแสนดิรฮัม ”

แล้วเขาก็นำมาให้ห้าหมื่นดิรฮัม

ท่านกล่าวว่า “ แล้วไหน อีกห้าร้อยดีนารฺ ”

เขากล่าวว่า “ อยู่ที่ฉัน ”

ท่านกล่าวว่า “ จงนำออกมา ”

แล้วเขาก็นำออกมา จากนั้นท่านก็มอบทั้งเงินดิรฮัมและดีนารฺให้แก่ชายคนนั้นไป พลางกล่าวว่า “ เชิญผู้ที่จะขนมันเข้ามาซิ ”

ชายคนนั้นได้นำคนมาสองคน แล้วท่าน(อ)ก็ได้มอบเสื้อคลุมของท่านเพื่อเป็นค่าจ้างในการขนเงิน

เจ้าหน้าที่กล่าวแก่ท่านว่า “ ขอสาบานด้วยพระนามแห่งอัลลอฮฺ (ซ.บ.) เราไม่มีดิรฮัมอยู่อีกเลย ”

ท่านกล่าวว่า “ ข้าหวังว่ารางวัลของข้าที่มีอยู่ ณ อัลลอฮฺ จะต้องยิ่งใหญ่เสมอ ” ( ๓)

๓. ท่านอิมามฮะซัน(อ)ได้ซื้อฝากระดานแผ่นหนึ่งจากคนกลุ่มหนึ่งในหมู่ชาวอันศ็อร ในราคาสี่แสนดิรฮัม ต่อมาท่านได้รับฟังข่าวมาว่า คนเหล่านั้นเที่ยวร้องขอ(ฝากระดาน)จากประชาชนท่านจึงได้คืนของกลับไปให้พวกเขา(๔)

---------------------------------------------------------------

(๓ ) มะฏอลิบุช - ซุอุล เล่ม ๒ หน้า ๑๐ อัล - ฟุศูลุล - มุฮิมมะฮฺ หน้า ๑๓๙

(๔ ) อัซอาฟุร - รอฆิบีน ภาคผนวกของหนังสือ นูรุล - อับศ็อร หน้า ๑๗๖

๓๓

๔. ชาวอาหรับชนบทคนหนึ่งมาหาท่านอิมามฮะซัน(อ) แล้วท่านได้กล่าวกับเจ้าหน้าที่ของท่านว่า “ จงนำเงินในตู้มอบให้เขาไปเถิด ”

ปรากฏว่าในนั้นมีเงินอยู่สองหมื่นดิรฮัม แล้วท่านก็มอบให้เขาไป

ชายคนนั้นกล่าวว่า

“ โอ้ นายข้า ทำไมท่านไม่วางเฉยต่อฉัน ท่านล่วงรู้ในความจำเป็นของฉันกระนั้นหรือ ?”

ท่านอิมามฮะซัน(อ)ได้กล่าวตอบเป็นกลอนว่า(๕)

“ เราคือชนชั้นตระกูลหนึ่งอันอุดมสมบูรณ์ยิ่ง ความหวังและความปรารถนาได้ก่อเกิดมาในที่แห่งนั้น จนรู้ดีที่สุดก่อนที่คำถามจะมีต่อตัวของเรา เป็นที่เกรงขามสำหรับกระแสน้ำที่หลั่งไหล ถึงแม้นว่าทะเลได้ล่วงรู้ในความดีงามแห่งตระกูลของเราแล้วไซร้ มันจะเหือดแห้งลงทันที แม้จะท่วมท้นอยู่ก็ตามเพราะความละอาย ”

----------------------------------------

(๕ ) อะอฺยานุช - ชีอะฮฺ ๔ กอฟ ๑ / ๑๐๙

๕. ครั้งหนึ่งท่านอิมามฮะซัน(อ) ท่านอิมามฮุเซน(อ) และท่านอัลดุลลอฮฺ บินญะอฺฟัร ออกเดินทางกลับจากทำพิธีฮัจญ์ ปรากฏว่าเสบียงที่นำติดตัวมาได้หมดลงไม่มีอะไรเหลือ คนทั้งสามหิวโหยและกระหายน้ำเป็นกำลัง แล้วพวกเขาก็เหลือบไปเห็นหญิงชราคนหนึ่งนั่งอยู่ในกระโจมกลางทะเลทราย ดังนั้นพวกเขาก็เข้าไปเพื่อขอน้ำดื่ม

๓๔

นางได้กล่าวว่า

“ มีแม่แพะตัวนี้แหละ พวกท่านรีดนมมันออกมาดื่มกันเถอะ ”

แล้วทั้งสามคนก็รีดนมแพะออกมาดื่มแก้กระหาย ต่อมาทั้งสามก็ขออาหารจากนาง นางก็กล่าวว่า

“ ไม่มีอะไรเลย นอกจากแพะตัวนี้แหละ ท่านทั้งสามเชือดกันเองเถิด ”

แล้วคนหนึ่งในจำนวนนั้นก็ทำการเชือดแพะ เสร็จแล้วก็ชำแหละเนื้อออกมา ต่อจากนั้น นางก็จัดการช่วยเอาไปย่างให้คนทั้งสามรับประทาน

เมื่อพวกเขารับประทานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็กล่าวแก่นางว่า

“ พวกเราเป็นคนในตระกูลกุเรช เราต้องเดินทางมาที่นี่อีก เมื่อเรากลับมาทางนี้ ขอให้ท่านเรียกเราเถิด พวกเราจะตอบแทนความดีแก่ท่าน ”

ต่อจากนั้นทั้งสามก็อำลาจากไป ครั้นในเวลาต่อมาสามีของนางก็เดินทางกลับมา แล้วนางก็เล่าเรื่องราวให้สามีของนางฟัง สามีกล่าวตำหนิว่า

“ เจ้าเชือดแพะให้เขาทำไม ในเมื่อเราไม่เคยรู้จักมาก่อนว่า พวกเขาเป็นใคร ”

แล้วนางก็ตอบว่า “ เขาเป็นชาวกุเรช ”

ต่อจากนั้นไม่กี่วันนางมีความจำเป็นต้องเดินทางเข้าเมืองมะดีนะฮฺ

เมื่อเดินทางไปถึง ท่านอิมามฮะซัน(อ)ก็เห็นนางซึ่งท่านยังจำได้ดี ท่านเข้ามาพูดกับนางว่า “ ท่านยังจำข้าพเจ้าได้หรือไม่ ”

นางตอบว่า “ จำไม่ได้ ”

ท่านกล่าวว่า “ ข้าพเจ้าคือแขกของท่านในวันนั้นไงล่ะ ”

แล้วท่านก็สั่งเจ้าหน้าที่จัดแพะมาหนึ่งพันตัว แล้วส่งมอบให้แก่นางและมอบเงินให้อีกหนึ่งพันดีนารฺ

๓๕

จากนั้นท่านให้คนนำนางไปพบท่านอิมามฮุเซน(อ) ซึ่งท่านก็มอบให้นางอย่างนี้อีกเหมือนกัน แล้วส่งนางต่อไปหา

ท่านอับดุลลอฮฺ บินญะอฺฟัร(ร.ฎ.) ซึ่งท่านก็ปฏิบัติต่อนาง

เช่นเดียวกับท่านอิมามทั้งสอง(๖)

๖. ครั้งหนึ่งท่านอิมามฮะซัน(อ)ได้ยินเสียงชายคนหนึ่งวิงวอนขอจากพระผู้อภิบาลว่า

“ ให้ประทานเครื่องยังชีพแก่เขาสักหนึ่งหมื่นดิรฮัม ”

ทันใดนั้นท่านอิมามฮะซัน(อ)ก็รีบวิ่งไปที่บ้าน แล้วนำเงินจำนวนดังกล่าวมามอบให้ชายคนนั้น(๗)

-----------------------------------------------------------

(๖ ) อัซอฺาฟุร - รอฆิบีน ภาคผนวกหนังสือนูรุล - อับศ็อร หน้า ๑๗๗ และอัล - ฟุศูลุล - มุฮิมมะฮฺ หน้า๑๔๐

(๗ ) นูรุล - อับศ็อร หน้า ๑๗๖

๓๖

คำปราศรัยอันทรงเกียรติของอิมามฮะซัน(อ)

คำปราศรัยของท่านอิมามฮะซัน(อ)ทั้งในช่วงสมัยที่บิดาของท่าน(อ)มีชีวิตอยู่และเสียชีวิตแล้ว มีอยู่มากมายรวมทั้งก่อนหน้าทำสัญญาสันติภาพและภายหลังจากนั้นด้วย ซึ่งถ้าหากเราจะรวบรวมคำปราศรัยของท่านทั้งหมดมาบันทึกก็จะเป็นหนังสืออีกเล่มหนึ่งต่างหาก

ส่วนคำปราศรัยในที่นี้จะรวบรวมในเรื่องการสรรเสริญต่ออัลลอฮฺ(ซ.บ.) การขอพรให้แก่ท่านศาสนทูตของพระองค์(ศ)และกล่าวถึงคุณงามความดีของอะฮฺลุลบัยตฺ(อ) และเรียกร้องเชิญชวนสู่สัจธรรม ดังที่จะนำเสนอ

ณ บัดนี้

คำปราศรัยเรื่องที่ ๑.

คำปราศรัยของอิมามฮะซัน(อ)ที่เมืองกูฟะฮฺ

เรื่อง....การต่อสู้

“ มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิของอัลลอฮฺ(ซ.บ.) ผู้ทรงเกริกเกียรติเกรียงไกร ผู้ทรงเอกะแห่งอำนาจ ผู้ทรงเป็นใหญ่สูงสุดยิ่ง ไม่ว่าพวกท่านจะใช้คำพูดค่อย ๆ หรือดังก็ตาม ไม่ว่าทำเสียงแผ่วเบาในยามกลางคืน หรือเสียงที่ชัดเจนในตอนกลางวันก็เสมอกันทั้งนั้นสำหรับพระองค์ ข้าขอสรรเสริญต่อพระองค์ เนื่องในการทดสอบอันดีงาม และความโปรดปรานทั้งหลายต่างพากันเป็นที่ประจักษ์ และเนื่องในกรณีที่มีทั้งของที่เรารักและที่เราชัง อันได้แก่ความเดือดร้อนและความสะดวกสบาย และข้าขอปฏิญาณว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ ทรงเป็นเอกะ ไม่มีภาคีใดๆสำหรับพระองค์

๓๗

และแน่นอนมุฮัมมัด(ศ) คือ บ่าวและศาสนทูตของพระองค์ พระองค์ทรงบัญญัติเรื่องตำแหน่งศาสดาของท่าน(ศ)ไว้แก่เรา และทรงเจาะจงให้ท่าน(ศ)เป็นที่ถูกประทานมา ซึ่งสาส์นของพระองค์ และทรงบันดาลมายังท่าน(ศ)สภาวะแห่งการดลบันดาลจากพระองค์ และทรงคัดเลือกให้ท่าน(ศ)อยู่เหนือสรรพสิ่งของพระองค์ทั้งหมด และทรงส่งท่าน(ศ)มายังมวลมนุษย์และญินในขณะที่ยังเคารพ บูชาเจว็ด เชื่อฟังปฏิบัติตามชัยฏอน และทรยศต่อ

พระผู้ทรงเมตตาอยู่ ขอให้อัลลอฮฺ(ซ.บ.) โปรดประทานพรแก่ท่านและลูกหลานของท่าน และโปรดตอบแทนรางวัล แก่ท่าน(ศ)ให้ดีเลิศกว่ารางวัลที่ทรงตอบแทนแก่ศาสนทูตทั้งปวง ถัดไปจากนี้ ข้าจะขอกล่าวต่อพวกท่านทั้งหลายในสิ่งที่พวกท่านต่างก็รู้ดีกันอยู่แล้ว ท่านอะมีรุลมุมินีน(อ)อะลี บินอะบีฏอลิบนั้น

อัลลอฮฺ(ซ.บ.)ทรงชี้นำภารกิจของท่าน(อ)และทรงให้การสนับสนุนช่วยเหลือท่าน(อ) ท่าน(อ)ได้ส่งข้ามายังพวกท่านทั้งหลายเพื่อเชื้อเชิญท่านไปสู่สิ่งที่ถูกต้อง และพฤติกรรมที่เป็นไปตามคัมภีร์ และการต่อสู้ในวิถีทางของอัลลอฮฺ(ซ.บ.) ถึงแม้ว่าความรีบเร่งในเรื่องนี้จะเป็นสิ่งที่พวกท่านรังเกียจ

ส่วนความล่าช้าในเรื่องนี้เป็นสิ่งที่พวกท่านพึงพอใจก็ตาม ถ้าหากอัลลอฮฺ(ซ.บ.)ทรงประสงค์

แน่นอนที่สุดท่านทั้งหลายต่างทราบดีว่า ท่านอิมามอะลี(อ)ได้นมาซร่วมกับท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ(ศ)แต่เพียงผู้เดียวมาก่อน และในวันที่ท่าน(อ)ให้ความเชื่อมั่นต่อท่านศาสดา(ศ)นั้น ท่าน ( อ) มีอายุเพียง ๑๐ ปี ต่อจากนั้น ท่าน (อ) ก็ได้ร่วมออกรบ พร้อมกับท่านศาสดา (ศ) ในทุกๆ สมรภูมิและปรากฏว่าการวินิจฉัยความของท่าน (อ) ล้วนเป็นที่ชื่นชอบของอัลลอฮฺ (ซ.บ.) และเป็นการเชื่อฟังปฏิบัติตามต่อท่านศาสนทูตของพระองค์ (ศ) ผลงานอันดีงามของท่าน (อ) ที่มีในอิสลามนั้น

๓๘

เป็นไปตามที่ท่านทั้งหลายทราบอยู่แล้ว และท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ(ศ) มีแต่ความปิติชื่นชมต่อท่าน(อ)ตลอดมา จนกระทั่งท่านโอบกอดท่านศาสดา(ศ) ด้วยอ้อมแขนของท่านอาบน้ำให้แก่มัยยิตของท่านศาสดา(ศ)ด้วยตัวของท่านเองแต่ผู้เดียว โดยมีมะลาอิกะฮฺทำหน้าที่อารักขาท่าน และฟัฎลฺบุตรชายของลุงของท่านได้ตักน้ำยื่นให้ท่าน ต่อจากนั้นท่านก็นำร่างของท่านศาสดา(ศ) ลงสู่หลุมฝังศพ ท่านศาสดา(ศ)เคยสั่งเสียท่าน(อ)ให้ชำระหนี้สินให้ และกิจการอื่นนอกเหนือจากนี้อีกมากมาย

ทุกสิ่งเหล่านี้ล้วนแสดงถึงความโปรดปรานที่อัลลอฮฺ(ซ.บ.)ทรงมีต่อท่าน(อ) ”

ต่อจากนั้นท่านก็กล่าวต่อว่า

“ ขอสาบานด้วยนามของอัลลอฮฺ(ซ.บ.)ท่าน(อ)ไม่เคยเรียกร้องอันใดเพื่อตัวของท่าน(อ)เอง

แน่นอนที่สุดประชาชนสวามิภักดิ์ ต่อท่านเหมือนอย่างการสวามิภักดิ์ของลูกอูฐในยามที่ถูกต้อนยังแหล่งน้ำ กล่าวคือคนทั้งหลายต่างพากันให้สัตยาบันต่อท่าน(อ)ว่า จะเป็นผู้ปฏิบัติตามต่อมาบรรดาผู้ตระบัดสัตยาบันในหมู่พวกเขาก็ตัดขาดไปโดยที่มิได้เกิดมาจากสาเหตุอันใดจากตัวของท่าน และไม่มีความขัดแย้งอันใดที่นำมาโดยท่าน มันเป็นเรื่องของความริษยาและความละเมิดที่มีต่อท่าน

ท่านทั้งหลายที่เป็นบ่าวของอัลลอฮฺ(ซ.บ.)จงมีความสำรวมตนต่ออัลลอฮฺ(ซ.บ.) และเชื่อฟังปฏิบัติตามพระองค์ จงอุตสาหะอย่างจริงจังและอดทน จงขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮฺ(ซ.บ.) และจงหวนกลับมาหาขอเรียกร้องของท่านอะมีรุลมุมินีน(อ)ที่มีต่อพวกท่าน อัลลอฮฺ(ซ.บ.) จะผูกมัดเรากับพวก

ท่านอย่างที่ทรงผูกมัดบรรดาที่รักของพระองค์กับบรรดาผู้ปฏิบัติตามคำสั่งของพระองค์ให้แนบแน่นด้วยกัน

๓๙

และทรงบันดาลให้เรากับท่าน ทั้งหลายมีความยำเกรงต่อพระองค์ และทรงสนับสนุนเรา และท่านทั้งหลาย ในการต่อสู้กับศัตรูของพระองค์ ข้าขอการอภัยโทษจากอัลลอฮฺ(ซ.บ.)ผู้ทรงยิ่งใหญ่เพื่อตัวข้าและเพื่อท่านทั้งหลาย ” ( ๑)

------------------------------------------------------------

(๑ ) อะอฺยานุช - ชีอะฮฺ ๔ กอฟ ๑ / ๓๑

คำปราศรัยเรื่องที่ ๒.

ท่านอะมีรุลมุมินีน(อ) เคยกล่าวกับท่านอิมามฮะซัน(อ)ว่า

“ จงลุกขึ้นซิ แล้วจงกล่าวคำปราศรัย เพราะฉันจะฟังคำปราศรัยของเจ้า ”

แล้วท่านอิมามฮะซัน(อ)ก็ลุกขึ้นยืนกล่าวว่า

“ มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิของอัลลอฮฺ(ซ.บ.) ซึ่งถ้าหากใครพูดพระองค์จะทรงได้ยินเสมอ และถ้าหากใครนิ่งเงียบ พระองค์จะทรงรู้ถึงสิ่งที่อยู่ในจิตใจของเขาเสมอ ใครดำรงชีพอยู่

พระองค์ก็ทรงบันดาลปัจจัยยังชีพให้เสมอ ใครที่ตายลงก็จะไปสู่พระองค์ในฐานะเป็นสถานที่คืนกลับเสมอ ต่อจากนั้น สุสานคือแหล่งพำนักของเรา วันฟื้นคืนชีพคือ สถานที่นัดหมายของเรา

และอัลลอฮฺ(ซ.บ.)คือผู้ทรงเปิด เผยเรื่องราวของเรา แท้จริงอะลีคือบานประตู ผู้ใดได้เข้าทางนี้ เขาคือผู้ศรัทธา และผู้ใดออกจากทางนี้ เขาคือผู้ปฏิเสธ

(กาเฟร) ”

๔๐

ถึงตอนนี้ ท่านอิมามอะลี(อ)ได้ลุกขึ้นไปหาท่าน พลางจับตัวของท่านแล้วกล่าวว่า

“ ขอสาบานต่อบิดาและมารดาของข้า เชื้อสายเหล่านั้นส่วนหนึ่งย่อมเป็นของอีกส่วนหนึ่งและอัลลอฮฺ(ซ.บ.)คือผู้ทรงได้ยิน ผู้ทรงรับรู้เสมอ ” ( 2)

(2 ) อะอฺยานุช - ชีอะฮฺ 4 กอฟ 1 / 31

คำปราศรัยเรื่องที่ 3

หลังจากที่ท่านอะมีรุลมุมินีน(อ)วายชนม์แล้ว ท่านอิมามฮะซัน(อ) ได้กล่าวคำปราศรัยมีใจความตอนหนึ่งว่า

“ แน่นอนยิ่ง เมื่อคืนนี้บุรุษผู้หนึ่งที่ผู้มีคุณธรรมในรุ่นก่อนไม่เคยมีผลงานที่ดีเด่นล้ำหน้าเกินเขา และคนมีคุณธรรมรุ่นหลังไม่เคยมีผลงานที่ทัดเทียมกับเขา เขาได้วายชนม์ไปแล้ว แน่นอนที่สุด

เขาเคยต่อสู้ร่วมกับท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ(ศ)โดยเอาตัวเขาเองเข้าไปปกป้องท่าน และแน่นอนที่สุดเขาคือคนที่ถือธงของท่านศาสดานำหน้าท่านเสมอ โดยญิบรีลขนาบไหล่ของเขาทางด้านขวา

และมีกาอีลอยู่ทางด้านซ้าย เขาไม่เคยกลับมาจากการทำศึกโดยมิได้รับชัยชนะจากอัลลอฮฺ(ซ.บ.)

แน่นอนที่สุดเมื่อคืนนี้เอง เขาได้วายชนม์ไปแล้ว ซึ่งตรงกับคืนที่

นบีอีซา(อ)บุตรของมัรยัมเสด็จขึ้นสู่ฟากฟ้าและตรงกับคืนที่ ยูชะฮฺ บิน นูน ทายาทของนบีมูซา(อ) วายชนม์เช่นกัน เขาไม่มีทรัพย์สินเงินทองส่วนตัวทิ้งไว้ข้างหลัง นอกจากเจ็ดร้อยดิรฮัม อันเป็นส่วนที่เหลือจากการบริจาคของท่าน

๔๑

ท่านต้องการเอาไปจับจ่ายเพื่อบริการคนในครอบครัวของท่าน ”

ต่อจากนั้นเสียงของอิมามฮะซัน(อ)ก็ขาดหายไป ท่านร้องไห้ ประชาชนก็ร้องไห้ตาม

ต่อจากนั้นท่านได้กล่าวอีกว่า

“ ประชาชนทั้งหลาย คนที่รู้จักข้าฯก็รู้จักเป็นอย่างดีอยู่แล้ว ส่วนคนที่ยังไม่รู้จักข้าฯก็ขอบอกว่า ข้าฯคือฮะซัน บุตรของมุฮัมมัด(ศ) ข้าฯคือบุตรของผู้แจ้งข่าวดี ข้าฯคือบุตรของผู้ตักเตือนให้ระวังภัย ข้าฯคือบุตรของผู้เชิญชวนสู่อัลลอฮฺ(ซ.บ.) โดยการอนุมัติของพระองค์ ข้าฯคือบุตรของแสงสว่างเรืองรอง ข้ามาจากอะฮฺลุลบัยตฺ(อ)ที่อัลลอฮฺ(ซ.บ.) ทรงขจัดมลทินออกไปจากพวกเขา และทรงชำระขัดเกลาพวกเขา ให้สะอาดบริสุทธิ์อย่างยิ่ง และเป็นพวกที่อัลลอฮฺ(ซ.บ.)ทรงมีบัญญัติไว้

ในคัมภีร์ของพระองค์ว่า ให้จงรักภักดีต่อพวกเขาที่พระองค์ทรงตรัสว่า “ และผู้ใดประกอบความดีงามอันหนึ่ง เราจะสนองตอบแก่เขาซึ่ง ความดีงามในนั้น ”

การประกอบความดีตามความหมายในโองการนี้คือ การให้ความรักต่อพวกเรา อะฮฺลุลบัยตฺ(อ) ” ( 3)

-------------------------------------------------------

(3 ) มะกอติลุฏ - ฏอลิบียีน หน้า 35

๔๒

คำปราศรัยเรื่องที่ 4.

ท่านอับดุรเราะฮฺมาน บินญุนดุบ รายงานคำบอกเล่าจากบิดาของเขาและคนอื่นๆ ว่าหลังจากที่ท่านอิมามอะลี(อ)วายชนม์แล้ว ประชาชนทั้งหลายได้มาทำการให้สัตยาบันต่อท่านอิมามฮะซัน บินอะลี(อ)

แล้วท่านอิมามได้กล่าวว่า

“ มวลการสรรเสริญเป็นของอัลลอฮฺ(ซ.บ.) เนื่องในกรณีที่พระองค์ทรงดำเนินภารกิจหนึ่ง ลุล่วงไป และทรงกำหนดความดีงามไว้เฉพาะส่วนและทรงครอบคลุมภารกิจหนึ่งๆ ไว้ ทรงเป็นผู้ประทานการอภัยอย่างเหลือล้น มวลการสรรเสริญแด่พระองค์ที่ทรงบันดาลความโปรดปรานของพระองค์ให้แก่เราอย่างสมบูรณ์ และเราจำต้องสนองตอบต่อพระองค์เพื่อความปิติชื่นชมของพระองค์ แท้จริงโลกนี้เป็นสถานที่แห่งการทดสอบ และมีพิษภัย

ทุกสิ่งที่อยู่ในโลกล้วนสูญสลาย

แน่นอนที่สุด อัลลอฮฺ(ซ.บ.)ทรงบอกเล่าถึงเรื่องราวของมันให้แก่พวกเราเพื่อให้เราใคร่ครวญ ดังนั้นพระองค์จึงทรงมอบพันธะสัญญาในเรื่องคำเตือนมาเพื่อเราจะได้ไม่มีข้ออ้างอีก ในเมื่อคำตักเตือนมาแล้ว ดังนั้นท่านทั้งหลายจงยึดหลักสมถะในสิ่งที่มีการสูญสลาย และจงแสวงหาในสิ่งที่มั่นคงถาวร และจงยำเกรงต่ออัลลอฮฺ(ซ.บ.) ทั้งในที่ลับและที่เปิดเผย

แท้จริงอิมามอะลี(อ)นั้น ไม่ว่าในสมัยที่มีชีวิตอยู่หรือ เสียชีวิตไปแล้ว ชีวิตของท่านดำเนินไปตามขอบเขตจำกัด ท่านตายไปตามกำหนดวาระ และแท้จริงข้าขอให้สัตยาบันต่อท่านทั้งหลายว่า พวกท่านจะต้องให้ความสันติสุขกับผู้ที่ข้าให้ความสันติสุข และจงต่อสู้กับผู้ที่ข้าต่อสู้ ”

แล้วคนทั้งหลายก็ให้สัตยาบันต่อท่านตามนี้(4)

----------------------------------------------------------

(4 ) อัต - เตาฮีด หน้า 378

๔๓

คำปราศรัยเรื่องที่ 5.

ท่านอะบี ญะมีละฮฺ รายงานว่า : แท้จริงท่านอิมามฮะซัน บินอะลี(อ)นั้น เมื่อตอนที่ท่านอิมามอะลี(อ)ถูกลอบสังหาร ท่านอยู่ทางด้านหลังในขณะที่พวกเรากำลังนมาซร่วมกัน ก็มีชายคนหนึ่งกระโดดเข้ามาทำร้ายท่าน จนเกิดอาการชํ้าตรงบริเวณสะเอวของท่าน ท่านเจ็บอยู่เป็นเวลาหนึ่งเดือน หลังจากนั้น ท่านได้ขึ้นไปยืนที่มิมบัร แล้วกล่าวว่า

“ ชาวอิรักทั้งหลาย จงยำเกรงต่ออัลลอฮฺ(ซ.บ.) ในเรื่องของพวกเรา เพราะเราคือผู้ปกครองและแขกของพวกท่าน แท้จริงพวกเราคือ อะฮฺลุลบัยตฺที่อัลลอฮฺ(ซ.บ.)ตรัสถึงพวกเขาไว้ว่า :

“ อันที่จริงอัลลอฮฺทรงประสงค์ที่จะขจัดมลทินออกไปจากสูเจ้า โอ้อะฮฺลุลบัยตฺและทรงชำระขัดเกลาสูเจ้าให้สะอาดบริสุทธิ์อย่างแท้จริง ”

ตลอดเวลาที่กล่าวคำปราศรัย เราเห็นว่ามีชายคนหนึ่งที่มัสญิดร้องไห้อยู่อย่างไม่หยุดหย่อน ( 5)

---------------------------------------------------------------

(5 ) มะนากิบอะลี อะมีรุลมุมินีน ( อ ) ของอิบนุอัล - มะฆอชะลี หน้า 383

คำปราศรัยเรื่องที่ 6

เมื่อครั้งที่ท่านอิมามฮะซัน(อ)ยอมรับข้อเสนอสันติภาพได้กล่าวคำปราศรัย ใจความว่า

“ พวกเราขอสาบานด้วยพระนามของอัลลอฮฺ(ซ.บ.)ว่า :

เรายังไม่หายสงสัยและยังเสียใจต่อชาวชาม(ซีเรียในปัจจุบัน)อยู่

๔๔

อันที่จริงแล้วที่เราต่อสู้กับชาวชาม เราดำเนินการด้วยวิธีที่สันติและอดทน

แต่แล้วความสันติกลับก่อให้เกิดศัตรู ความอดทนกลับก่อให้เกิดความเจ็บปวด เมื่อครั้งที่พวกท่านออกเดินทางทำสงครามศิฟฟีนนั้น พวกท่านให้ศาสนานำหน้าโลก แต่บัดนี้พวกท่านเปลี่ยนไปโดยให้โลกนำหน้าศาสนา แน่นอนระหว่างสงครามทั้งสองครั้ง พวกเท่านเปลี่ยนไป เมื่อสงครามศิฟฟีนพวกท่านร้องไห้ เมื่อสงครามนะฮฺรอวาน พวกท่านแสวงหาประโยชน์ อันว่าผู้ยังเหลืออยู่กลับพ่ายแพ้ ส่วนผู้ที่ร้องไห้กลับได้ประโยชน์ แน่นอนกรณีที่

มุอาวิยะฮฺเสนอแก่เรามานั้น

เป็นเรื่องที่ไม่มีเกียรติยศ และไม่มีความยุติธรรมเลย ดังนั้นถ้าหากพวกท่านต้องการพบกับความตาย

เราก็จะปฏิเสธเขาไป แล้วเราจะให้อัลลอฮฺ(ซ.บ.)พิพากษาเขาด้วยคมดาบ แต่ถ้าหากพวกท่านต้องการชีวิตอยู่ เราก็จะตอบรับเขา และเราจะถือเอาหลักการอันเป็นที่พอใจสำหรับพวกท่าน ”

ปรากฏว่าประชาชนร้องตะโกนจากทุกสารทิศว่า

“ การคงอยู่ การคงอยู่ ” ( 6)

---------------------------------------------------------

(6 ) อัล - กามิล ฟิตดารีค เล่ม 5 หน้า 406

คำปราศรัยเรื่องที่ 7.

เมื่อครั้งที่มุอาวิยะฮฺเข้ามาในเมืองกูฟะฮฺนั้น อัมรฺ บินอัล-อาศ ได้แนะนำเขาว่าให้เขาสั่งท่านอิมามฮะซัน(อ)ขึ้นกล่าวคำปราศรัย เขารู้สึกมีอาการหวาดหวั่น พลางกล่าวกับท่านอิมามว่า

“ โปรดลุกขึ้น แล้วกล่าวคำปราศรัย ”

๔๕

ท่านอิมามฮะซัน(อ)ได้ลุกขึ้น และกล่าวคำปราศรัยว่า

“ ประชาชนทั้งหลาย แท้จริงอัลลอฮฺ(ซ.บ.)ทรงนำทางพวกท่านโดยคนแรกในหมู่พวกเราและปกป้องเลือดเนื้อของพวกท่านโดยคนสุดท้านในหมู่พวกเรา พวกเราคืออะฮฺลุลบัยตฺ(อ)แห่งศาสดาของพวกท่าน ที่อัลลอฮฺ(ซ.บ.)ทรงขจัดมลทินออกไปจากพวกเรา และทรงชำระขัดเกลาพวกเราให้สะอาดบริสุทธิ์อย่างยิ่ง แท้จริงสำหรับภารกิจอันนี้มีเวลา กำหนดชั่วระยะเวลาหนึ่ง โลกนี้ก็มีเพียงชั่วคราว เพราะอัลลอฮฺ(ซ.บ.)ตรัสกับศาสดา(ศ)ของพระองค์ว่า “ แท้จริงโลกนี้บางทีอาจเป็นพิษภัยแก่พวกเจ้า และเป็นที่ให้ความสุขเพียงชั่วขณะหนึ่งเท่านั้น ”

ปรากฏว่าประชาชนพากันร้องไห้ จนมุอาวิยะฮฺหันไปทางอัมรฺ แล้วกล่าวว่า “ นี่เป็นความคิดของท่าน ” ( 7)

------------------------------------------------------------

(7 ) ตัซกิเราะตุล - ค่อวาศ หน้า 114

คำปราศรัยเรื่องที่ 8.

มีคนพูดกับมุอาวิยะฮฺในวันหนึ่งว่า

“ หากท่านสั่งให้ฮะซัน บุตรของ อะลี บินอะบีฏอลิบขึ้นบนมิมบัรแล้วกล่าวคำปราศรัยเพื่ออธิบายแก่ประชาชนแล้ว จะเป็นการบั่นทอนตัวของเขาเอง ”

แล้วเขาก็เรียกท่านฮะซัน(อ)โดยกล่าวว่า

“ โปรดขึ้นบนมิมบัร แล้วพูด ถ้อยคำอันเป็นคำสอนแก่เรา ”

ท่านอิมามฮะซัน(อ)ได้ขึ้นไปยืนบนมิมบัร แล้วกล่าวคำสรรเสริญสดุดีอัลลอฮฺ(ซ.บ.)

๔๖

ต่อจากนั้นท่านกล่าวว่า

“ ประชาชนทั้งหลาย ใครที่รู้จักฉันอยู่แล้วก็ย่อมรู้จักฉันเป็นอย่างดี ส่วนคนที่ยังไม่รู้จักก็ขอบอกว่า ฉันคือฮะซัน บุตรของอะลี บินอะบีฏอลิบ และบุตรของหัวหน้าสตรีทั้งหลายในจักรภพนี้ ท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ บุตรีของท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ(ศ) ฉันคือบุตรผู้ประเสริฐสุดจากสรรพสิ่งทั้งมวลของพระองค์อัลลอฮฺ(ซ.บ.) ฉันเป็นบุตรของศาสดา(ศ) ฉันคือบุตรของผู้ทรงสิทธิในเกียรติยศทั้งปวง ฉันคือบุตรของผู้มีสิทธิในสัญญาณอภินิหาร และหลักฐานอันชัดแจ้ง ฉันคือบุตรของอะมีรุลมุมินีน ฉันคือผู้ที่ถูกผลักไสจากสิทธิ์โดยชอบธรรมของฉัน ฉันและฮุเซนผู้เป็นน้องชายคือหัวหน้าของชายหนุ่มชาวสวรรค์ ฉันคือบุตรของที่สถิตย์หินดำ อันจำเริญ(อัร-รุกน)และสถานที่ยืนของนบีอิบรอฮีม(อ)ตรงบริเวณบัยตุลลอฮฺ(มะกอม) ฉันคือบุตรแห่งมักกะฮฺและมีนา ฉันคือบุตรแห่งมัช อัร และอะรอฟาต ”

มุอาวิยะฮฺ กล่าวแก่ท่านว่า “ โอ้อะบามุฮัมมัด จงเอาเรื่องที่เป็นเนื้อหาหยุดการกล่าวอย่างนี้ได้แล้ว ”

ท่านอิมามฮะซัน(อ)กล่าวต่อไปว่า

“ กระแสลมจะถูกเป่าออกไป ความร้อนจะทำให้สุกงอม ความเย็นจะทำให้ชุ่มชื้น ”

ต่อจากนั้นท่านอิมามฮะซัน(อ)ก็หันกลับมากล่าวอีกว่า

“ ฉันคืออิมามสำหรับสรรพสิ่งของอัลลอฮฺ(ซ.บ.) และเป็นบุตรของมุฮัมมัด ศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ(ศ)”

๔๗

ปรากฏว่ามุอาวิยะฮฺ กลัวว่าท่านอิมามจะพูดประโยคต่อจากนั้น ในเรื่องที่ทำให้ประชาชนติเตียนตัวเขา ก็เลยกล่าวว่า

“ โอ้อะบามุฮัมมัด โปรดลงมาเถิด เท่าที่ผ่านมาก็พอแล้ว ”

ท่านอิมามฮะซัน(อ)ก็ลงมาทันที(8)

-------------------------------------------------

(8 ) อะมาลีย์ ของท่านชัยค์ศ็อดดูก หน้า 151

๔๘

พินัยกรรม :

บันทึกแห่งประวัติศาสตร์

กระบวนตำราเกี่ยวกับชีวประวัติทั้งหลายนั้นเต็มไปด้วยบันทึกเกี่ยวกับพินัยกรรมของบรรดาอิมามแห่งอะฮฺลุลบัยตฺ(อ)ที่มีไว้สำหรับผู้ที่เจริญรอยตามและให้ความรักต่อพวกเขา ในพินัยกรรมเหล่านี้ครอบคลุมถึงเรื่องคำสอนในด้านต่าง ๆ จริยธรรมมารยาท และการเชิญชวนสู่สัจธรรม ถ้าหากพวกเราจะรวบรวมบันทึกพินัยกรรม คำสั่งเสียของบรรดาอะฮฺลุลบัยตฺ(อ)ที่มีมาถึงเราทั้งหมดแล้วไซร้ แน่นอนที่สุดมันจะเป็นตำราที่มีขนาดใหญ่โตที่ประชาชาติอิสลามมีความจำเป็นต่อการที่จะนำมันมาศึกษาเพื่อความเจริญก้าวหน้าทางศาสนาของตน ในบทนี้เราจะบันทึกเกี่ยวกับ

ข้อมูลบางประการจากพินัยกรรมของอิมามท่านฮะซัน(อ)ดังต่อไปนี้

1. พินัยกรรมของอิมามฮะซัน(อ)แก่บุตรของท่าน และบุตรของน้องชาย มีดังนี้

“ โอ้บุตรของข้า และบุตรแห่งน้องชายข้า วันนี้เจ้ายังเป็นผู้น้อยสำหรับคนในกลุ่มหนึ่ง แต่เจ้าต้องมั่นใจว่า ในวันข้างหน้าเจ้าจะต้องเป็นผู้อาวุโสของคนอีกกลุ่มหนึ่ง ดังนั้นเจ้าจงเล่าเรียนศึกษาหาความรู้ คนไหนที่ไม่มีความสามารถรายงานหรือจดจำก็ให้เขาบันทึกไว้ และเอาไปเก็บไว้ที่บ้านของตน ” ( 1)

--------------------------------------------------------------

(1 ) อัล - ฮะซัน บินอะลี ของท่านอับดุลกอดิร อะหมัด อัล - ยูซุฟ หน้า 66

๔๙

2. พินัยกรรมหนึ่งของท่านฮะซัน(อ)มีใจความว่า

“ โอ้ บุตรหลานของอาดัม จงยับยั้งตนให้พ้นจากข้อห้ามของอัลลอฮฺ(ซ.บ.) แล้วเจ้าจะเป็นผู้เคารพภักดี จงพอใจในสิ่งที่อัลลอฮฺ(ซ.บ.)แบ่งสรรให้ แล้วเจ้าจะเป็นคนที่มั่งมี จงทำความดีกับเครือญาติรอบ ๆ ตัวเจ้าแล้วเจ้าจะเป็นคนมีความสันติสุข จงเป็นมิตรกับประชาชนให้ได้ตามที่เจ้าชอบให้

เขาเป็นมิตรกับเจ้า แล้วเจ้าจะเป็นคนที่ยุติธรรม เพราะเหตุว่าในหมู่พวกเจ้าทั้งหลาย จะมีชนกลุ่มหนึ่งที่สะสมทรัพย์สินไว้ เป็นอันมาก ก่อสร้างบ้านเรือนโดดเด่น มีการตั้งความหวังอันยาวไกล แต่แล้วการเก็บสะสมของคนเหล่านั้นล้มเหลว ผลงานของคนเหล่านั้น เป็นของล่อลวงและสถานที่

อาศัยของคนเหล่านั้นคือ สุสาน ”

“ โอ้ บุตรหลายของอาดัม แท้จริงแล้วนับตั้งแต่เจ้าออกมาจากครรภ์มารดา ไม่วายที่เจ้าอยู่ในภาวะที่ทำลายอายุขัยของเจ้าเองตลอดมา ดังนั้นจงฉวยโอกาสที่เจ้ามีอยู่เพื่อรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นแก่เจ้า เพราะว่าผู้ศรัทธานั้นย่อมแสวงหาเสบียงเอาไว้ ส่วนผู้ปฏิเสธ(กาเฟร)นั้นย่อมแสวงหาแต่

ความสุข ” ( 2)

---------------------------------------------------

(2 ) อะอฺยานุช - ชีอะฮฺ 4 กอฟ 101 / 1

๕๐

3. เมื่อครั้งที่ท่านอิมามฮะซัน(อ)นอนป่วยก่อนถึงแก่การวายชนม์นั้น

ญุนาดะฮฺ บินอะบีอุมัยยะฮฺได้เข้ามาหาแล้วกล่าวว่า

“ ข้าแต่ผู้เป็นบุตรของศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ(ศ)ได้โปรดให้คำชี้แนะแก่ข้าด้วย ”

ท่านกล่าวว่า “ ได้ซิ จงเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อการเดินทางของเจ้า

จงหาเสบียงไว้ก่อนวาระสุดท้ายของเจ้าจะมาถึง จงรู้ไว้ว่าเจ้าแสวงหาชีวิตทางโลก ส่วนความตาย มันแสวงหาชีวิตของเจ้า

จงอย่ากังวลใจกับวันที่มาไม่ถึงเจ้า จงรู้ไว้ด้วยว่า ทรัพย์สินอันใดก็ตามที่เจ้าเสาะหามา ถ้ามันมากเกินกว่ากำลังของเจ้าแล้วไซร้ มันย่อมเป็นกองคลังสำหรับคนอื่นทั้งสิ้น จงรู้ไว้เถิดว่า อันใดที่เป็นของซึ่งได้รับการหวงห้าม ย่อมมีบทลงโทษ อันใดที่เป็นของซึ่งได้รับการคลางแคลงสงสัย ย่อมมีข้อตำหนิ ดังนั้นจงพักพิงในโลกนี้เยี่ยงเรือนพักของผู้ตาย จงเสาะหาเอามาจากมัน เพียงที่มันพอแก่เจ้า

ดังนั้นอันใดที่เป็นของซึ่งได้รับการอนุญาต เจ้าก็จงมีสมถะในสิ่งนั้นๆ ส่วนอันใดที่เป็นของซึ่งได้รับการหวงห้าม มันย่อมหาได้เป็นเสบียงไม่

เจ้าจงถือปฏิบัติต่อสิ่งนั้นเหมือนอย่างที่เจ้าปฏิบัติต่อของคนตาย ถ้าหากมันเป็นของที่ได้รับการตำหนิ มันก็มีแต่ข้อน่าตำหนิทั้งสิ้น จงทำงานเพื่อชีวิต

ทางโลก ดุจดังว่าเจ้าต้องใช้ชีวิตอยู่ตลอดกาล แต่จงทำงานเพื่อปรโลกดุจดังว่า เจ้าจะต้องตายในวันพรุ่งนี้ และในเมื่อเจ้าต้องการเกียรติยศ แต่ไม่มีบริวาร และต้องการบารมีแต่ไม่มีอำนาจ เจ้าก็จงออกมาจากความต่ำต้อยแห่งการทรยศต่อ อัลลอฮฺ(ซ.บ.)เพื่อไปสู่เกียรติยศแห่งการเชื่อฟังปฏิบัติตามอัลลอฮฺ(ซ.บ.) ในเมื่อเจ้าจำเป็นต้องเป็นมิตรกับบุคคลใดก็จงเป็นมิตรกับคนที่จะเสริมคุณค่าให้แก่เจ้าได้ในยามที่เจ้าเป็นมิตรกับเขา

๕๑

ในเมื่อเจ้าได้รับใช้เขา เขาก็จะทำหน้าที่ปกป้องเจ้าได้ ในเมื่อเจ้าต้องการความช่วยเหลือ เขาจะให้ความช่วยเหลือเจ้าได้ ถ้าหากเจ้าพูด เขาจะเชื่อคำพูดของเจ้า หากเจ้าแสดงไมตรีจิต เขาจะยิ่งมีไมตรีจิตต่อเจ้า ถ้าหากเจ้าให้การสนับสนุน เขาจะรับการสนับสนุนอย่างดี ถ้าหากความบกพร่องปรากฏมาจากเจ้า เขาจะปรับให้มันสมบูรณ์ ถ้าหากเขาเห็นความดีในตัวเจ้า เขาจะจดจำ ถ้าหากเจ้าขออะไรจากเขา เขาก็จะให้เจ้า ถ้าเจ้าเงียบเฉยต่อเขา เขาจะเป็นฝ่ายเริ่มต้นต่อเจ้า ถ้าหากมีการประณามในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเกิดขึ้นต่อตัวเจ้า และมีการดูหมิ่นเจ้า

การมองเจ้าในแง่ร้ายจะต้องไม่มีมาจากเขา ไมตรีจิตจากเขาที่เคยมีต่อเจ้าจะไม่เปลี่ยนแปลงไป เขาจะไม่ทำลายเจ้าจากข้อเท็จจริงทั้งหลาย ” ( 3)

--------------------------------------------------

(2) อะอฺยานุช - ชีอะฮฺ 4 กอฟ 105 / 1

๕๒

จดหมายจากท่านอิมามฮะซัน(อ)

ในบทนี้เราจะนำจดหมายฉบับต่าง ๆ ที่ท่านอิมามฮะซัน(อ)ส่งให้

มุอาวิยะฮฺและบุคคลอื่นๆมาเสนอ โดยที่เนื้อหาที่มีอยู่ในจดหมายเหล่านี้คือภาพทางประวัติศาสตร์ตอนหนึ่ง ในช่วงที่มีอุปสรรคพร้อมๆ กับเป็นการเรียกร้องยังอัลลอฮฺ(ซ.บ.) และเชิดชูพจนารถของพระองค์ อีกทั้งปกป้องศาสนาของพระองค์ ดังที่เราจะกล่าวถึง ณ บัดนี้

จดหมายฉบับที่ 1.

เป็นจดหมายที่ท่านอิมามฮะซัน(อ)ส่งถึงมุอาวิยะฮฺ ไปพร้อมกับท่าน

ญุนดุบ บินอับดุลลอฮฺ อัล-อะซ์ะดี

ด้วยพระนามแห่งอัลลอฮฺ ผู้ทรงกรุณาปรานี ผู้ทรงเมตตาอยู่เป็นนิรันดร์

จากบ่าวของอัลลอฮฺ(ซ.บ.) อัล-ฮะซัน(อ) บุตรของอะมีรุลมุมินีน

ถึง มุอาวิยะฮฺ บินอะบีซุฟยาน

อัสลามุอะลัยกุม

อัมมาบะอฺดุ........ ข้าขอสรรเสริญต่ออัลลอฮฺ(ซ.บ.) ซึ่งไม่มีพระเจ้าอื่นใด นอกจากพระองค์

แท้จริงอัลลอฮฺ(ซ.บ.)ผู้ทรงสูงสุดได้ส่งศาสดามุฮัมมัด(ศ)มาเพื่อเป็นความเมตตาแก่สากล และเป็นความโปรดปรานแก่บรรดาผู้ศรัทธาตลอดจนถึงมนุษยชาติทั้งมวล

๕๓

ดังโองการที่ว่า

“ เพื่อเขาจะได้ตักเตือนบุคคลที่มีชีวิตจิตใจ และเขาจะได้สำแดงความจริงแห่งพจนารถให้เป็นที่ปรากฏแก่บรรดาพวกปฏิเสธ(กาฟิรีน) ”

( ยาซีน: 70)

ดังนั้นเขาจึงประกาศสาส์นต่าง ๆ ของอัลลอฮฺ(ซ.บ.)และดำรงไว้ซึ่งคำสั่งของอัลลอฮฺ(ซ.บ.) จนกระทั่งอัลลอฮฺ(ซ.บ.)ทรงรับเอาชีวิตเขาไป

โดยปราศจากการบกพร่องในหน้าที่ จนกระทั่งอัลลอฮฺ(ซ.บ.)สำแดงความเป็นสัจธรรมให้เป็นที่ปรากฏเพราะเขา และเอาชนะการตั้งภาคีจนเป็นผลสำเร็จ เพราะเขา และทรงช่วยเหลือบรรดาผู้ศรัทธาเพราะเขา และทรงให้พวกอาหรับมีเกียรติเพราะเขาโดยเฉพาะชาวกุเรชสูงศักดิ์ได้ก็เพราะเขา ดังที่ทรงมีโองการว่า

“ และแท้จริง อัลกุรอานคือเกียรติยศสำหรับเจ้า และพรรคพวกของเจ้า ”

ครั้นเมื่อท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺได้วายชนม์แล้ว ชาวอาหรับต่างก็พากันยื้อแย่งอำนาจของเขา จนพวกกุเรชกล่าวว่า

“ เราคือเผ่าพันธุ์ของเขาเป็นคนในครอบครัวของเขา และเป็นผู้ทรงสิทธิ์ในตัวของเขา ท่านทั้งหลายไม่มีสิทธิ์ที่จะมายื้อแย่งอำนาจการปกครองและสิทธิของเขาต่อประชาชนไปจากพวกเรา ”

ดังนั้นชาวอาหรับทั้งหลายจึงลงความเห็นว่า ความเป็นจริงควรจะต้องเป็นไปตามที่พวกกุเรชพูด และถือว่านี่คือข้อพิสูจน์ของพวกเขาในเรื่องนี้ที่มีต่อคนที่จะมายื้อแย่งภารกิจของมุฮัมมัด(ศ)ไปจากพวกเขา พวกอาหรับจึงยินยอมมอบให้พวกเขาไป และยอมรับในข้อนี้โดยดุษฎี

๕๔

ต่อจากนั้น พวกเราก็อุทธรณ์ต่อพวกกุเรช เหมือนอย่างที่พวกเขาอุทธรณ์ต่อชาวอาหรับ แต่แล้วพวกกุเรชก็มิได้ให้ความยุติธรรมต่อเรา เหมือนอย่างที่ชาวอาหรับให้ความยุติธรรมต่อพวกเขา แท้จริงกรณีที่พวกเขามีสิทธิในภารกิจอันนี้เหนือกว่าชาวอาหรับทั้งหลายนั้น เป็นเรื่องที่ยุติธรรมและชอบด้วยเหตุผลแล้ว แต่ในเมื่อพวกเราเป็นอะฮฺลุลบัยตฺ(อ)และทายาทของมุฮัมมัด(ศ) ทำการอุทธรณ์ต่อพวกเขา และขอความเป็นธรรมจากพวกเขาซึ่งมีแต่ความเป็นศัตรูต่อเรา พวกเขาปฏิเสธและจัดประชุมลงมติเพื่อสร้างความอธรรมและฉ้อฉลเรา ความเลวร้ายจากพวกเขา ได้ประสบกับพวกเรา ดังนั้นอัลลอฮฺ ( ซ.บ.) คือผู้ทรงให้สัญญา พระองค์คือผู้คุ้มครอง พระองค์คือผู้ทรงให้ความช่วยเหลือ แน่นอนที่สุด

เราแปลกใจเป็นอย่างยิ่งกับการฉกฉวยของผู้ฉวยโอกาสต่อสิทธิอันชอบธรรมของเรา ในเรื่องที่เป็นสิทธิของเราและในเรื่องอำนาจการปกครองแห่งนบี(ศ)ของเรา ในขณะที่ถ้าหากพวกเขาเป็นผู้ที่มีเกียรติ และอยู่ในระดับแนวหน้าของอิสลาม เราจึงหยุดยั้งในอันที่จะยื้อแย่งกับพวกเขา เพราะหวั่น

เกรงต่อศาสนาว่า พวกหลอกลวง(มุนาฟิก)กับพลพรรคต่างๆ ของศัตรูจะเห็นว่าในเรื่องนี้มีการฉ้อฉล แล้วพวกเขาจะถือโอกาสแทรกแซง หรือไม่ก็จะทำให้เรื่องนี้เป็นสาเหตุหนึ่งที่พวกเขาสามารถสร้างความเสียหายให้เกิดขึ้นแก่ศาสนาได้

บัดนี้มุอาวิยะฮฺ เอ๋ย มันเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจจริงๆ สำหรับการฉกฉวยของเจ้าที่มีต่อกิจการที่เจ้าไม่มีสิทธิ ไม่มีแม้แต่เกียรติทางศาสนา ไม่มีอะไรที่จะเป็นผลงานอันน่ายกย่องในอิสลาม

เจ้าเป็นเพียงบุตรของพรรคๆ หนึ่งในบรรดาพรรคทั้งหลาย เป็นบุตรของชาวกุเรชคนหนึ่งที่เป็นศัตรูของศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ(ศ)แต่ทว่าอัลลอฮฺ(ซ.บ.)จะประทานความพ่ายแพ้แก่เจ้าแล้วเจ้าจะตกต่ำ เจ้าจะรู้ว่าสถานะในบั้นปลายที่ดีจะเป็นของใคร

๕๕

ขอสาบานด้วยพระนามของอัลลอฮฺ(ซ.บ.) เจ้าจะได้รับโชคผลจากพระผู้อภิบาลของเจ้าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ต่อจากนั้นเจ้าจะต้องเสียใจในสิ่งที่เจ้าได้กระทำลงไป ด้วยมือของเจ้าเอง และอัลลอฮฺ(ซ.บ.)จะไม่ทรงอธรรมแต่ประการใดกับปวงบ่าวของพระองค์

แท้จริงท่านอิมามอะลี(ขอให้อัลลอฮฺทรงประทานความปิติชื่นชมแก่ท่าน) ไม่เคยล่วงเกินวิธีทางของพระองค์ ความเมตตาของอัลลอฮฺ(ซ.บ.)มีต่อเขาในวันที่เขาจบชีวิต และในวันที่อัลลอฮฺ ( ซ.บ.) ให้ความโปรดปรานแก่เขาด้วยอิสลาม และในวันที่เขาจะฟื้นคืนชีพ บรรดามุสลิมมอบหมายภารกิจภายหลังจากเขาให้แก่ข้า

ดังนั้นข้าขอวิงวอนต่ออัลลอฮฺ(ซ.บ.)ว่าโปรดอย่าเพิ่มสิ่งที่ไม่คงทนในโลกนี้ให้แก่เราด้วยประการใดๆ อันเป็นการบั่นทอนต่อเราซึ่งเกียรติคุณอันดีงามของพระองค์ในปรโลก

อันที่จริงแล้ว ที่ข้าเขียนจดหมายถึงเจ้าก็เนื่องจากความรับผิดชอบในสิ่งที่มีอยู่ระหว่างข้ากับอัลลอฮฺ(ซ.บ.) ในกรณีของเจ้าและสำหรับข้าในข้อนี้

ถ้าหากเจ้ากระทำก็จะมีโชคดีสำหรับชีวิต และจะเป็นผลดีแก่มวลมุสลิม ดังนั้นจงหยุดยั้งการล่วงละเมิดในสิ่งผิด และจงเข้ามาสู่หนทางที่ประชาชนทั้งหลายเข้ามา

อันได้แก่การให้สัตยาบันต่อข้า เพราะเจ้าเองก็ทราบดีว่า ข้าเป็นผู้มีสิทธิ์ในกิจการอันนี้มากกว่าเจ้าตามทัศนะของอัลลอฮฺ(ซ.บ.)และของทุกคนที่มีความคิดอ่าน และที่มีหัวใจยินยอมต่อพระองค์ จงสำรวมตนต่ออัลลอฮฺ(ซ.บ.) และจงละเว้นการละเมิด จงสงวนไว้ซึ่งเลือดเนื้อของมวลมุสลิม

๕๖

ขอสาบานด้วยพระนามของอัลลอฮฺ(ซ.บ.) ความดีที่เจ้าจะได้รับในยามที่เจ้าเข้าพบกับอัลลอฮฺ(ซ.บ.) โดยสงวนเลือดเนื้อพวกเขานั้น ย่อมมีมากกว่าในยามที่เจ้าเข้าพบพระองค์เพราะเหตุของมัน

ดังนั้นจงเข้ามาสู่ความสันติและการเชื่อฟังปฏิบัติตาม และจงอย่ายื้อแย่งหน้าที่ที่มีคนเป็นเจ้าของซึ่งเขาเป็นคนแรกที่มีสิทธิในหน้าที่นั้นมากกว่าเจ้า เพื่อที่ว่าอัลลอฮฺ(ซ.บ.)จะทรงดับกองเพลิงไปเพราะเรื่องนี้ และเพื่อให้สังคมส่วนรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มีความสมานฉันท์ระหว่างกัน แต่หากเจ้า

ปฏิเสธ เจ้าก็มีแต่หลงใหลไปในความมัวเมาของเจ้าเอง ข้าก็จะล้อมกรอบเจ้าด้วยบรรดามุสลิม แล้วจะพิพากษาเจ้าจนกว่าอัลลอฮฺ(ซ.บ.)จะทรงตัดสินระหว่างเราทั้งสอง พระองค์คือผู้ทรงพิพากษาที่ประเสริฐยิ่ง(1)

------------------------------------------------------------

( 1) มะกอติลุฎ-ฎอลิบีนยีน หน้า 37

๕๗

จดหมายฉบับที่ 2.

เมื่อครั้งที่มุอาวิยะฮฺทราบข่าวเกี่ยวกับการวายชนม์ของอะมีรุลมุมีนีน(อ) และข่าวการให้สัตยาบันต่อท่านอิมามฮะซัน(อ)บุตรชายของท่านอิมาม

อะลี(อ) โดยประชากรทั้งหลาย เขาได้ส่งชายคนหนึ่งในตระกูลอัล-ฮุมัยร์ไปสอดแนมยังเมืองกูฟะฮฺ และส่งอีกคนหนึ่งจากตระกูลบนี อัล-กีนไปสอดแนมยังเมืองบัศเราะฮฺเพื่อบันทึกเรื่องราวส่งไปให้เขา และให้ใส่ร้ายท่าน

อิมามฮะซัน(อ)

แล้วเขาก็ออกคำสั่งให้คนในตระกูลอัล-ฮุมัยร์ออกมาจากเมืองกูฟะฮฺ เมื่อออกมาแล้วเขาก็สั่งให้ประหารชีวิตเสีย และเขียนจดหมายไปยังเมือง

บัศเราะฮฺเพื่อเอาคนในตระกูลบนี อัล-กีนออกมา เมื่อออกมาแล้วเขาก็สั่งให้ประหารชีวิตเสียอีก ท่านอิมามฮะซัน(อ)ได้เขียนจดหมายถึงมุอาวิยะฮฺว่า …

ด้วยพระนามแห่งอัลลอฮฺ

ผู้ทรงกรุณาปรานี ผู้ทรงเมตตาอยู่เป็นนิรันดร์

จากบ่าวของอัลลอฮฺ(ซ.บ.) อัล-ฮะซัน(อ) บุตรของอะมีรุลมุมีนีน

ถึง มุอาวิยะฮฺ บินอะบีซุฟยาน

อัสลามุอะลัยกุม ……

อัมมาบะอฺดุ …… เจ้ายังส่งคนไปเพื่อสอดแนมและลอบสังหารผู้คนอีก และเจ้ายังจับตาสอดส่องราวกับว่า เจ้าชอบการเผชิญหน้าเหลือเกิน มีข่าวว่าเจ้าไม่สมหวัง เพราะเขามิได้เคืองแค้นกับผู้ที่มีข้อพิสูจน์

๕๘

อุปมาเรื่องของเจ้าในคราวนี้เหมือนอย่างกับคำของคนหนึ่งที่กล่าวว่า :

“ จงบอกคนที่ชอบขัดแย้งกับคนที่ล่วงลับไปแล้วว่าให้เตรียมตัวเพื่อพบกับสภาพที่เหมือนเดิมกับอีกคนหนึ่ง ” ( 2)

------------------------------------------------------------

(2 ) อัล - อิรชาด หน้า 193

จดหมายฉบับที่ 3.

ชาวบัศเราะฮฺส่งจดหมายถึงท่านฉบับหนึ่ง เพื่อขอความเห็นของท่าน

อิมามฮะซัน(อ) ในปัญหาทางวิชาการเรื่อง “ อัล-ญับร์ ”

( ความเชื่อที่ว่าทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินไปตามที่อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงลิขิตกำหนด)

ท่านอิมาม(อ)ได้ตอบเป็นจดหมายว่า

ด้วยพระนามแห่งอัลลอฮฺ

ผู้ทรงกรุณาปรานี ผู้ทรงเมตตาอยู่เป็นนิรันดร์

จากบ่าวของอัลลอฮฺ(ซ.บ.) อัล-ฮะซัน(อ) บุตรของอะมีรุลมุมีนีน

ถึง ชาวบัศเราะฮฺ

อัสลามุอะลัยกุม ……

อัมมาบะอฺดุ …… ผู้ใดที่ไม่ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ(ซ.บ.)และต่อกฎการควบคุมของพระองค์ และการกำหนดของพระองค์เท่ากับเป็นผู้ปฏิเสธ แต่ใครโยนความบาปของตนให้แก่พระผู้อภิบาลก็เท่ากับเป็นคนทรยศ

๕๙

แท้จริงอัลลอฮฺ(ซ.บ.)ไม่ทรงกระทำในสิ่งที่น่ารังเกียจ และไม่ล่วงละเมิดตามอารมณ์ เพราะพระองค์คือผู้ทรงครอบครองอาณาจักรของพวกเขาทั้งมวล เป็นผู้ทรงเดชานุภาพควบคุมความสามารถของพวกเขา กล่าวคือถ้าหากพวกเขากระทำในสิ่งที่ถูกต้อง พระองค์ก็จะไม่ละเลยเรื่องที่อยู่ระหว่างพวกเขากับสิ่งที่พวกเขากระทำ ดังนั้นถ้าหากพวกเขาไม่กระทำ พระองค์ก็มิได้บีบบังคับพวกเขาในเรื่องนั้นเลย กล่าวคือ ถ้าหากอัลลอฮฺ(ซ.บ.)ทรงบีบบังคับปวงบ่าวให้กระทำในสิ่งที่ถูกต้อง แน่นอนรางวัลก็เป็นอันตกไปจากพวกเขา และถ้าหากทรงบีบบังคับพวกเขาให้กระทำความชั่ว แน่นอนการลงโทษก็ย่อมจะเป็นอันตกไปจากพวกเขาเช่นกัน แต่ถ้าหากทรงละเลยพวกเขาแล้วไซร้ แน่นอนก็เท่ากับพระองค์ทรงขาดสมรรถภาพในการควบคุมกำหนด แต่ในหมู่พวกเขาก็มีเจตนารมณ์ของพระองค์ซึ่งมันแฝงเร้นต่อพวกเขา กล่าวคือถ้าพวกเขากระทำในสิ่งที่ถูกต้อง มันก็จะเป็นความโปรดปรานแก่พวกเขาเอง แต่ถ้าหากพวกเขากระทำในสิ่งที่เป็นความชั่ว

มันก็จะเป็นข้อพิสูจน์สำหรับพวกเขา(3)

--------------------------------------------------------------------

(3) ญัมฮะเราะฮฺ รอซาอิล อัล - อะร็อบ เล่ม 2 หน้า 25

๖๐

61

62

63

64

65

66

67

68

69

70

71

72

73

74

75

76

77

78

79

80

81

82

83

84

85

86

87

88

89

90

91

92

93

94

95

96

97

98

99

100

101

102

103

104

105

106

107

108

109

110

111

112

113

114

115

116

117

118

119

120

121

122

123

124

125

126

127

128

129

130

131

132

133

134