และจากนั้นคุณก็จะเห็นว่าท่านยิ่งใหญ่อย่างไรและเรากระจ้อยร่อยอย่างไรในอดีตที่ผ่านมานั้นเป็นเวลาถึงห้าสิบปีมาแล้ว , สังคมของเราได้โน้มเอียงไปในทางเรื่องราวทั้งหลายของศาสนา , มุ่งสู่หนทางแห่งการสันโดษบรรดา
ผู้เผยแพร่สั่งสอนมักจะจำกัดขอบเขตต่อบรรดาคำสอนทั้งหลายจาก
“ นะห์ญุลบะลาเฆาะฮ์ ” ซึ่งได้เน้นเกี่ยวกับเรื่องราวของการสละโลกเพียงเท่านั้น , เรียกโลกนี้ว่าเป็นสถานที่อยู่อาศัยชั่วคราวและโลกหน้าคือความเป็นนิรันดร , และแนะนำประชาชนเพื่อการตระเตรียมสำหรับชีวิตใน
โลกหน้า ส่วนที่เหลือจากคำสอนทั้งหลายของ “ นะห์ญุลบะบาเฆาะฮ์ ” ประหนึ่งว่าไม่มีความเหมาะสมและอ้างว่าเพราะสังคมไม่สามารถที่จะรับมันไว้ได้มันจึงได้หวนกลับไปสู่ลำดับหนึ่งจากคุณค่าทั้งหลายเพียงเท่านั้นเป็นระยะเวลานับพันปี , ที่ไม่มีผู้ใดอ่านคำสั่งของท่านอิมามอะลี (อ) ถึงมา
ลิกอัชตาร , ซึ่งเต็มไปด้วยคำสั่งที่เกี่ยวกับการเมืองและสังคม , ในนั้น ,
อะลี (อ) พูดจากถ้อยคำของท่านศาสดาว่า “ ไม่มีผู้ใดสามารถจะบรรลุถึงระดับของสิทธิและเสรีภาพจากการถูกทอดทิ้งได้จนว่าพวกเขาทั้งหลายจะได้ไปถึงสภาพหนึ่งซึ่งเมื่อความอ่อนแอได้ยืนหยัดต่อต้านความแข็งแกร่งและอ้างถึงสิทธิของพวกเขาโดยปราศจากคำพูดที่ตะกุกตะกัก(เกรงกลัว) ”
ห้าสิบปีมาแล้วที่สังคมมิสามารถเข้าใจสิ่งนี้ , เพราะว่ามันเป็นสังคมที่มีคุณค่าเดียวขณะที่คำพูดทั้งหลายของอะลี (อ) ถูกยับยั้งคุณค่าทั้งหมดของมนุษย์ก็เท่ากับว่าปรากฏให้เห็นอยู่ในชีวประวัติและบุคลิกภาพของเขาเพียงเท่านั้น
ข้าพเจ้ามิได้มีความมุ่งหมายที่จะยกย่องสังคมของเราในปัจจุบันแต่เคราะห์ดีที่ค่านิยมบางอย่างอันคุ้มค่าได้ปรากฏขึ้นในนั้นอย่างไรก็ตาม