ชีวประวัติอิมามมูฮัมมัด อัลบากิร

ชีวประวัติอิมามมูฮัมมัด อัลบากิร0%

ชีวประวัติอิมามมูฮัมมัด อัลบากิร ผู้เขียน:
กลุ่ม: ห้องสมุดศาสดาและวงศ์วาน

ชีวประวัติอิมามมูฮัมมัด อัลบากิร

ผู้เขียน: ศาสตราจารย์เชคอะลีมุฮัมมัด อะลีดุคัยยิล
กลุ่ม:

ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชม: 5757
ดาวน์โหลด: 1035

รายละเอียด:

ชีวประวัติอิมามมูฮัมมัด อัลบากิร
ค้นหาในหนังสือ
  • เริ่มต้น
  • ก่อนหน้านี้
  • 239 /
  • ถัดไป
  • สุดท้าย
  •  
  • ดาวน์โหลด HTML
  • ดาวน์โหลด Word
  • ดาวน์โหลด PDF
  • ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชม: 5757 / ดาวน์โหลด: 1035
ขนาด ขนาด ขนาด
ชีวประวัติอิมามมูฮัมมัด อัลบากิร

ชีวประวัติอิมามมูฮัมมัด อัลบากิร

ผู้เขียน:
ภาษาไทย

ท่านกะซาอีได้กล่าวว่า :

วันหนึ่งข้าพเจ้าได้เข้าพบท่านรอชีดซึ่งขณะนั้นเขากำลังอยู่ในห้องทำงานส่วนตัว เบื้องหน้า

เขานั้นมีกองเงินจำนวนมากวางอยู่ เขาได้แยกเงินจำนวนมหาศาลนั้นเป็นส่วน ๆ แล้วสั่งให้แบ่งออกไปใช้สอยในกิจการที่จำเป็นโดยเฉพาะในมือของเขายังมีเหรียญดิรฮัมที่มีลายเขียน เขาได้ให้

ความสนใจในสิ่งนั้นเป็นอย่างมาก มีหลายสิ่งหลายประการที่เขาสนทนากับข้าพเจ้า

แล้วเขากล่าวว่า

“ รู้หรือไม่ว่า ใครเป็นคนแรกที่ใช้ลายเขียนนี้สลักลงในเหรียญทองและเงิน ? ”

ข้าพเจ้าตอบว่า

“ โอ้นายข้า เรื่องนี้มีขึ้นมาในสมัยของอับดุลมาลิก บินมัรวาน ”

เขากล่าวว่า

“ แล้วเจ้ารู้ถึงสาเหตุไหมว่า มันมีความเป็นมาอย่างไรสำหรับเรื่องนี้ ”

ข้าพเจ้าตอบว่า

“ ฉันไม่ทราบในเรื่องนี้เลย นอกจากรู้เพียงว่า ลายเขียนเหล่านี้มีขึ้นเป็นครั้งแรกในสมัยของอับดุลมาลิกเท่านั้น ”

เขากล่าวว่า

“ ฉันจะบอกให้เจ้ารู้ ธนบัตรนั้นมีขึ้นที่กรุงโรม และส่วนมากคนอียิปต์เป็นพวกคริสต์นิกายเกี่ยวกับกษัตริย์แห่งโรม และจะมีการลงตราแบบของโรม ถ้อยคำในตราประทับนั้นคือคำว่า ‘ พระบิดา

พระบุตร พระวิญญาณบริสุทธิ์ ’ ได้มีการใช้ธนบัตรแบบนี้เรื่อยมาจนถึงสมัยแรก ๆ ของอิสลาม

ก็ยังคงมีอยู่ต่อไปเหมือนเดิม จนกระทั่งกษัตริย์อับดุลมาลิกได้ให้ความสนใจในเรื่องนี้ขึ้นมา โดยพิจารณาไปยังดวงตราที่ประทับแล้วก็สั่งให้แปลเป็นภาษาอาหรับ ปรากฏว่า เมื่อเขารู้ว่ามีความหมายอย่างนั้นก็แสดงความโกรธมาก ”

( ต่อไปนี้เป็นบทสนทนาของรอชีดที่กล่าวถึงสมัยของอับดุลมาลิก บินมัรวาน)

เขา(อับดุลมาลิก)ได้กล่าวว่า

“ อันนี้เป็นการเหยียดหยามเกียรติของศาสนาอิสลาม ”

อีกทั้งยังมีดวงตราแบบธนบัตรที่ติดอยู่ตามภาชนะและเสื้อผ้า เพราะของสองอย่างนี้ทำในอียิปต์ และสิ่งของอย่างอื่นอีกที่ติดตราแบบนี้ เนื่องจากทำมาจากเมืองนี้ที่มีความศักยภาพสูง มีทรัพย์สินมาก และมีพลเมืองต่าง ๆ ทั่วสารทิศ และแน่นอนมันได้ถูกประทับตราด้วยสิ่งที่เป็นชิริก ( ตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์ (ซ.บ.))

เขาจึงออกคำสั่งให้เขียนจดหมายไปถึงอับดุลอะซีซ บินมัรวานซึ่งเป็นเจ้าเมืองอียิปต์ บอกให้สั่งยกเลิกการใช้ดวงตรานี้อย่างที่เคยติดเป็นตราที่เสื้อผ้า ธนบัตร ม่านกั้น และอื่น ๆ และเสนอว่า

ให้ผลิตธนบัตรที่ประทับตราด้วย ‘ ซูเราะฮ์เตาฮีด ’ และคำว่า ‘ ชะฮิดัล ลอฮุ อันนะฮุ ลาอิลาฮะ อิลลาฮุวะ ’

( อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ทรงยืนยันว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์) และนี่คือการประทับตราที่ธนบัตร โดยเฉพาะตราบจนถึงเวลานี้ ไม่บกพร่อง ไม่เพิ่มเติม และไม่เปลี่ยนแปลง

และอับดุลมาลิกยังได้เขียนหนังสือส่งไปยังเจ้าเมืองต่าง ๆ ทั้งหมดให้ยกเลิกเหรียญที่มีตราประทับแบบโรม และสั่งให้ลงโทษผู้ที่มีเหรียญชนิดนั้นไว้ในครอบครองด้วยการเฆี่ยนตีอย่างรุนแรง และให้คุมขังในเวลาที่ยาวนาน

ครั้นเมื่อได้มีการประทับตราใหม่บนธนบัตรด้วย ‘ ซูเราะฮ์เตาฮีด ’ ก็ได้มีการนำส่วนหนึ่งไปยังกรุงโรม

ข่าวคราวในเรื่องนี้ก็แพร่ออกไปจนได้ยินไปถึงกษัตริย์ของพวกโรม เมื่อได้แปลใจความในเหรียญนั้นให้ทราบ กษัตริย์กรุงโรมได้มีความโกรธกริ้วและบันดาลโทสะเป็นอย่างมาก จึงเขียนหนังสือส่งไปยังอับดุลมาลิกใจความว่า

“ แท้จริงการใช้ธนบัตรในอียิปต์และเมืองต่าง ๆ นั้นได้มีตราประทับของโรม และการประทับตราเช่นนั้นก็ดำเนินมาได้โดยตลอดด้วยตราของโรม จนท่านเองได้มาสั่งยกเลิกเสีย ดังนั้น

ถ้าหากคออลีฟะฮฺคนก่อน ๆ จากท่านทำถูกต้องแล้ว ก็แสดงว่าท่านทำผิดพลาด และถ้าหากสิ่งที่ท่านทำลงไปนั้นเป็นการถูกต้องก็แสดงว่า ค่อลีฟะฮฺคนก่อน ๆ จากท่าน เป็นคนทำผิดพลาด

ขอให้ท่านตัดสินใจตอบเอาอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ท่านต้องการจะตอบและแน่นอน ข้าพเจ้าได้ส่งมอบบรรณาการอันเหมาะสมกับตำแหน่งของท่านมาจำนวนหนึ่ง และข้าพเจ้าชอบที่จะให้ท่าน

ดำเนินการเปลี่ยนแปลงแบบของธนบัตรเหล่านั้นให้กลับเป็นรูปเดิมอย่างที่เคยเป็นมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นชนิดใดก็ตาม อันถือว่าจำเป็นที่จะขอบคุณต่อท่าน และให้ท่านรับเอาบรรณาการเหล่านี้ได้ ด้วยความนับถืออย่างยิ่ง ”

เมื่ออับดุลมาลิกได้อ่านข้อความจดหมายนี้ แล้วก็ส่งกลับไปยังทูตและแจ้งให้ทูตทราบว่า

เขาไม่ปรารถนาที่จะให้คำตอบใด ๆ และไม่ขอยอมรับเครื่องบรรณาการ

ดังนั้น ทูตก็ได้นำทั้งจดหมายและเครื่องบรรณาการกลับไปหาเจ้าของเดิม ครั้นเมื่อกษัตริย์โรมทราบเช่นนั้น ก็จัดแจงเพิ่มจำนวนของบรรณาการมากขึ้นกว่าเดิม และให้นำกลับไปหา

อับดุลมาลิกอีกแล้วกล่าวว่า

“ ข้าพเจ้าเข้าใจว่าบรรณาการที่ส่งมาคราวก่อนนั้น ท่านถือว่าเป็นของจำนวนน้อย ท่านจึงไม่รับและไม่ตอบจดหมายของข้าพเจ้า ดังนั้นข้าพเจ้าจึงเพิ่มจำนวนของบรรณาการให้มากขึ้น

สำหรับท่าน และข้าพเจ้าปรารถนามายังท่านในเรื่องเดียวกับที่เคยปรารถนามาก่อนนั้นคือ ให้เปลี่ยนตรานี้คืนกลับให้เป็นอย่างที่เคยเป็นในตอนแรก ”

เมื่ออับดุลมาลิกได้อ่านจดหมาย เขาก็มิได้ตอบอีก และส่งบรรณาการกลับคืนเหมือนเดิม

ฝ่ายกษัตริย์กรุงโรมก็ได้เขีนจดหมายอีก คราวนี้เขาได้กล่าวในจดหมายว่า

“ แท้จริงท่านดูหมิ่นต่อการที่จะตอบข้าพเจ้า และบรรณาการของข้าพเจ้า ซึ่งก็มิได้กระทบกระเทือนถึงความจำเป็นของข้าพเจ้าแต่ประการใด เพราะถ้าท่านคิดว่ามันเป็นของเล็กน้อย

ข้าพเจ้าก็เพิ่มจำนวนให้มากขึ้นแล้ว แต่ท่านยังคงกระทำเหมือนอย่างตอนแรก จนข้าพเจ้าได้เพิ่มจำนวนบรรณาการถึงสามครั้งแล้ว ข้าพเจ้าขอสาบานต่อพระนามของมะซีฮฺว่าท่านจะต้องคืนสภาพ

ตราให้เป็นเหมือนอย่างที่เคยเป็นมาแต่เดิมหรือไม่ข้าพเจ้าก็จะสั่งให้ผลิตเหรียญทั้งดีนารและดิรฮัม

ซึ่งท่านก็ทราบดีว่าข้าพเจ้าจารึกอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากตราที่เคยจารึกในประเทศของข้าพเจ้า

( เพราะเหรียญดีนารและดิรฮัม ไม่มีการสลักลายจารึกในประเทศอิสลาม) ดังนั้นเขาจะสลักตราบนเหรียญให้เป็นถ้อยคำที่ดูหมิ่นหยามต่อศาสนาของท่าน แล้วยามใดที่ท่านอ่านข้อความนั้น ท่านก็จงเก็บมันในกระเป๋าเสื้อของท่านเสียให้มันเปียกโชกด้วยเหงื่อ ดังนั้นข้าพเจ้าปรารถนาที่จะให้ท่านรับเครื่องบรรณาการ