จิตวิญญาณของกะอ์บะฮ์
จิตวิญญาณของกะอ์บะฮ์
กะอ์บะฮ์ ถูกนับว่า เป็นทิศกิบละฮ์และสัญลักษณ์ที่กำหนดทิศทางทั้งหมดของความเป็นมนุษย์ไปสู่พระเจ้า [๔๔] คุณค่าของกะอ์บะฮ์อยู่ที่การถูกสร้างขึ้น ด้วยนามของหลักเตาฮีด และมีคุณค่าทางความเชื่อที่ยิ่งใหญ่เหนือมนุษยชาติ นั่นคือ การสร้างขึ้นด้วยนามของความคิดหนึ่ง : หลักเตาฮีด โดยมนุษย์คนหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้สถาปนาหลักเตาฮีด [๔๕]
อิกบาล ลาฮูรี นักคิดอิสลาม ยังได้กล่าวถึงหลักเตาฮีดเกี่ยวกับกะอ์บะฮ์ว่า :
อย่าให้ทางในกะอ์บะฮ์แก่ฉัน อิกบาล โอ้ผู้เฒ่าแห่งฮะรอม ทุกครั้งที่อยู่ในแขนเสื้อของฉัน มีพระเจ้าอีกองค์หนึ่ง [๔๖]
มุฮัมมัดฮุเซน เฆาะระวี อิสฟาฮานี นักนิติศาสตร์ชีอะฮ์ ยังได้ประพันธ์บทกวี ดังนี้ :
บางครั้งคุณสามารถเดินทางไปยังกะอ์บะฮ์แห่งความรัก เมื่อคุณสามารถละทิ้งหัวใจของคุณในมินาแห่งความจงรักภักดี [๔๗]
เฮนรี คอร์บิน นักวิชาการด้านบูรพาคดีศึกษา ได้เขียนเกี่ยวกับความลี้ลับทางด้านจิตวิญญาณกะอ์บะฮ์จากมุมมองของชาวมุสลิม และเขาถือว่า ร่างกายในโลกนี้เป็นสัญลักษณ์และภาพสะท้อนของรูปแบบอันสูงส่งในโลกอื่น [๔๘] เขาถือว่า ความจริงในโลกนี้เป็นเหมือนกระจกที่สะท้อนภาพของแสง [๔๙] เขาถือว่า การทำฮัจญ์และพิธีกรรมที่เกิดขึ้นในกะอ์บะฮ์ เป็นสิ่งที่สร้างรูปแบบแสงของผู้แสวงบุญ ซึ่งส่งผลต่อร่างกายของเขาในโลกแห่งจิตวิญญาณ [๕๐]
เกี่ยวกับกะอ์บะฮ์ มีการกล่าวไว้ว่า เจ้าของบ้าน คือ พระเจ้า และผู้คน คือ สมาชิกในบ้าน นั่นคือเหตุผลที่ผู้แสวงบุญ ไม่ว่าจะมาจากที่ใดก็ตาม จะนมาซอย่างสมบูรณ์ เพราะเขาไม่ใช่ผู้เดินทาง [๕๑] ซะนาอีย์ กวีและนักปราชญ์ชาวมุสลิมในศตวรรษที่ ๖ ฮิจเราะฮ์ศักราช ได้เชิญชวนมนุษย์ให้ละทิ้งความผูกพันทางวัตถุ และเชื่อว่า ตราบใดที่มนุษย์ยังคงอยู่กับตัวเองและคิดถึงตัวเอง เขาจะไม่อยู่ในกะอ์บะฮ์ [๕๒]
ฮะซัน ซาเดฮ์ อามุลี: โอ้พระเจ้า! การหันร่างกายไปทางกะอ์บะฮ์จะมีประโยชน์อะไร หากหัวใจไม่ได้หันไปหาพระเจ้าแห่งกะอ์บะฮ์? [๕๓]