เว็บไซต์ อิมาม อัลฮะซะนัยน์ (อลัยฮิมัสลาม)เพื่อคุณค่าและสารธรรมอิสลาม

ตัฟซีรอัลกุรอานสำหรับเยาวชน บทที่หนึ่ง การสนทนากับพระผู้เป็นเจ้า

0 ทัศนะต่างๆ 00.0 / 5

ตัฟซีรอัลกุรอานสำหรับเยาวชน บทที่หนึ่ง การสนทนากับพระผู้เป็นเจ้า 

 

ซูเราะห์ อัล-ฟาติฮะห์ (ฟาติฮะตุล-กิตาบ)
เราทราบว่าอัลกุรอานมี 114 บท และแต่ละบทประกอบด้วยโองการต่างๆ
ตอนนี้เราจะเปิดบทแรกของคัมภีร์อันศักดิ์สิทธิ์นี้ เนื่องจากอัลกุรอานเริ่มต้นด้วยบทนี้ บทนี้เรียกว่า "ฟาติฮะตุล-กิตาบ" ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในหมู่ผู้คนว่า ซูเราะห์ ฮัมด์
ความสำคัญของซูเราะห์นี้ ซึ่งมีเพียงเจ็ดโองการ เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องอ่านวันละสิบครั้งในการนมาซของเรา และการนมาซที่ปราศจากซูเราะห์นี้ถือเป็นโมฆะ
ซูเราะห์นี้ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของคัมภีร์ของพระผู้เป็นเจ้า เริ่มต้นด้วยโองการที่ว่า ทุกสิ่งที่เริ่มต้นด้วยโองการนี้ ย่อมมีบั้นปลายที่ดีและสัมฤทธิ์ผล

โองการแรก :
 بسم الله الرحمن الرحيم
ความหมาย : ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงกรุณาปรานี ผู้ทรงเมตตายิ่งเสมอ
เป็นธรรมเนียมปฏิบัติมายาวนานในหมู่ผู้คนที่จะเริ่มต้นการงานสำคัญของตนด้วยการเอ่ยชื่อผู้อาวุโสในชุมชน เพื่อขอพรและความเป็นสิริมงคลให้แก่งานนั้น
แม้กระทั่งทุกวันนี้ พวกเขายังคงเปิดโครงการต่างๆ ในนามของประธานาธิบดีหรือต่อหน้าประธานาธิบดี กล่าวคือบางกลุ่มชนเริ่มต้นงานของตนด้วยกับนามของเทวรูป สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ตามความเชื่อของพวกเขา
ในขณะที่ในบางกลุ่มชนงานของพวกเขาเริ่มต้นด้วยกับพระนามของอัลลอฮฺ. (ชบ.) และด้วยกับมือของมวลมิตรผู้เป็นที่รักของพระองค์ (เอาลิยาอฺ) 
แต่สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือพระเจ้า ผู้ทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งปวงด้วยพระประสงค์ของพระองค์ ไม่เพียงแต่คัมภีร์แห่งธรรมชาติเท่านั้น แต่คัมภีร์ชะรีอะฮ์ คืออัลกุรอานและคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ ก็เริ่มต้นด้วยพระนามของพระองค์
(บิสมิลลาฮ์) ไม่ได้เป็นวลีเฉพาะของศาสนาอิสลาม แต่ตามโองการในคัมภีร์อัลกุรอาน :
- เรือนบีนุห์ออกเดินทางโดยเริ่มต้นด้วย (บิสมิลลาฮ์) 
- ท่านนบีสุไลมานเริ่มต้นเขียนจดหมายถึง (บิลกิส) กษัตริย์แห่งดินแดนซะบาอ์ ด้วย (บิสมิลลาฮ์)
ดังนั้น อิสลามจึงสอนให้เราเริ่มต้นการกระทำทุกอย่าง ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ รวมถึงการกินและการดื่ม การตื่นและการนอน การเดินและการเดินทาง การพูดและการเขียน และการทำงานและการหาเลี้ยงชีพ ด้วย (บิสมิลลาฮ์) และหากสัตว์ใดถูกเชือดโดยไม่กล่าวพระนามของพระเจ้า เราไม่ควรกินเนื้อของมัน
ในความเชื่อของเรา (บิสมิลลาฮ์) เป็นโองการที่สมบูรณ์และเป็นส่วนหนึ่งของซูเราะห์ฟาติฮะห์ 
บรรดาอะฮ์ลุลบัยต์จะไม่พอใจผู้ที่ไม่กล่าวโองการนี้ในนมาซ หรือกล่าวอย่างแผ่วเบา และพวกท่านเองก็กล่าวโองการนี้เสียงดังในทุกๆการนมาซ
(บิสมิลลาฮ์) ทำให้การกระทำมีสีสันแห่งความศักดิ์สิทธิ์ และช่วยปกป้องการกระทำของมนุษย์จากความชั่วร้ายของการตั้งภาคีและการเสแสร้ง
(บิสมิลลาฮ์) หมายความว่า : โอ้พระผู้เป็นเจ้า ข้าพเจ้าไม่ลืมพระองค์  และพระองค์ทรงอย่าลืมข้าพเจ้า
(บิสมิลลาฮ์) เป็นสัญลักษณ์ของการไว้วางใจในพระองค์และการขอความช่วยเหลือจากพระองค์
ผู้ที่กล่าว (บิสมิลลาฮ์) ถือว่าได้ยึดมั่นในพลังอันไม่มีที่สิ้นสุดและความเมตตาอันไม่มีที่สิ้นสุดของพระผู้เป็นเจ้า

สาระสำคัญจากโองการนี้ :
จงเริ่มต้นการงานและการกระทำของเราด้วยพระนามของพระผู้เป็นเจ้า ซึ่งพระนามของพระองค์เป็นแหล่งแห่งความปลอดภัยและพรสำหรับทุกๆการงาน 

บทความโดย เชคอิบรอฮีม อาแว

กรุณาแสดงความคิดเห็นด้วย

ความคิดเห็นของผู้ใช้งานทั้งหลาย

ไม่่มีความคิดเห็น
*
*

เว็บไซต์ อิมาม อัลฮะซะนัยน์ (อลัยฮิมัสลาม)เพื่อคุณค่าและสารธรรมอิสลาม