เว็บไซต์ อิมาม อัลฮะซะนัยน์ (อลัยฮิมัสลาม)เพื่อคุณค่าและสารธรรมอิสลาม

อะฮ์ลุลบัยต์ของท่านศาสดา (ศ็อล ฯ)คือ ใคร?

0 ทัศนะต่างๆ 00.0 / 5

 

อะฮ์ลุลบัยต์ของท่านศาสดา (ศ็อล ฯ)คือ ใคร?

 

 

อะฮ์ลุลบัยต์หมายถึงใคร ในพจนานุกรม คำว่า " อะฮ์ลุลบัยต์ " หมายถึงครอบครัวที่ประกอบไปด้วยสามี ภรรยา บุตร และอาจจะมีคนรับใช้ร่วมอยู่ด้วย ซึ่งทั้งหมดอยู่ภายใต้การปกครองดูแลของผู้ชาย ผู้ทำหน้าที่เป็นสามีและเป็นหัวหน้าครอบครัว

 

ในบางครั้งคำว่า " อะฮ์ลุลบัยต์" ถูกใช้เพื่อการให้เกียรติกับญาติชั้นใกล้ชิด เช่น บิดา มารดา พี่สาว บุตร ลุง ป้า น้า และอา เป็นต้น

 

แต่จุดประสงค์ของคำว่า " อะฮ์ลุลบัยต์" ในอัล-กุรอานและซุนนะฮนั้น ไม่ได้มีความหมายตามกล่าวมาข้างต้น มีริวายะฮที่เป็นมุตะวาติร (เชื่อถือได้) จากการรายงานของอะฮลุซซุนนะฮและชีอะฮว่า

 " อะฮ์ลุลบัยต์" หมายถึง ท่านศาสดา (ศ็อล ฯ), ท่านอิมามอะลี ,ท่านหญิงฟาฏิมะฮ์, อิมามฮะซัน ,

อิมามฮุเซน (และลูกหลานของท่านอิมามฮุเซน) เท่านั้น

ด้วยเหตุนี้ ครอบครัวและญาติชั้นใกล้ชิดคนอื่น ๆ ของท่านศาสดา (ศ็อล ฯ) ตามความหมายที่พจนานุกรมกล่าวไว้ จึงไม่ได้เป็นจุดประสงค์ของอัล-กุรอานและริวายะฮ และแม้กระทั่งท่านหญิงคอดีญะฮ์ (ซ.) ภรรยาที่มีเกียรติและเป็นสุดที่รักยิ่งของศาสดา (ศ็อล ฯ) และเป็นมารดาของท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (ซ.)

ท่านอิบรอฮีม บุตรชายสุดที่รักของท่านศาสดาที่ได้รับเกียรติอย่างมาก ยังมิได้ร่วมอยู่ในคำว่า

" อะฮ์ลุลบัยต์"ตามที่อัล-กุรอานกล่าวไว้ ด้วยเหตุนี้ อะฮ์ลุลบัยต์จึงหมายถึงสิบสี่มะอซูม

(ผู้บริสุทธิ์ทั้ง ๑๔ ท่าน) เท่านั้น อันได้แก่ ท่านศาสดา (ศ็อล ฯ) อิมามอะลี (อ.) ท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (ซ.) อิมามฮะซัน (อ.) อิมามฮุเซน (อ.) อิมามอะลี ซัยนุลอาบิดีน (อ.) อิมามมุฮัมมัด บากิร (อ.)

 อิมามญะอฟัร ซอดิก (อ.) อิมามมูซา กาซิม (อ.) อิมามอะลี ริฎอ (อ.) อิมามมุฮัมมัด ญะวาด (อ.)

 อิมามอะลี อันนะกี (อ.) อิมามฮะซัน อัสการีย (อ.) และอิมาม มะฮดีย์ (อะลัยฮิมุสลาม)

 

อะฮ์ลุลบัยต์ของท่านศาสดา (ศ็อล ฯ) เป็นผู้มีเกียรติและมีตำแหน่งสูงส่งในอิสลาม ซึ่งเกินความสามารถที่จะอธิบายสิ่งเหล่านั้นได้ทั้งหมด เฉพาะบางเรื่องเท่านั้นที่จะขอหยิบยกมาเป็นตัวอย่างดังต่อไปนี้

 

๑.อะฮ์ลุลบัยต์เป็นมะอซูม ปราศจากความผิดบาปทั้งปวง ดังโองการที่กล่าวว่า

 "อันที่จริงแล้ว อัลลอฮ์ทรงประสงค์ที่จะขจัดความสกปรกโสมมให้ออกไปจากเจ้า

โอ้บรรดาอะฮ์ลุลบัยต์" (บท  33 โองการ 33)

ตามความหมายของโองการพบว่าบรรดาอะฮ์ลุลบัยต์เป็นผู้บริสุทธิจะไม่มีบาปใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งบาปเล็กและบาปใหญ่ที่เกิดจากความพลั้งเผลอ หลงลืมหรือด้วยกับความตั้งใจก็ตาม

 

๒.อะฮ์ลุลบัยต์อยู่เคียงข้างอัล-กุรอานตลอดเวลา ดังที่ท่านศาสดา (ศ็อล ฯ) กล่าวเป็น

ฮะดีษะเกาะลัยน์ไว้ว่า

 "ข้าขอฝากสิ่งหนักสองสิ่งไว้ในหมู่ของพวกเจ้า ได้แก่ กิตาบุลลอฮ์ (อัล-กุรอาน) และอิเราะตี

อะฮ์ลุลบัยตีย์(ทายาทของฉัน) ซึ่งของสองสิ่งนี้จะไม่แยกจากกันจนกว่าทั้งสองจะย้อนกลับคืนสู่ฉันที่สระน้ำอัลเกาษัรแห่งสวรรค์ หากพวกเจ้ายึดทั้งสองสิ่งนี้ไว้ให้มั่น พวกเจ้าจะไม่หลงทางตลอดกาล"

อะฮ์ลุลบัยต์จะอยู่เคียงข้างกับอัล-กุรอานตลอดเวลา โดยที่สิ่งทั้งสองจะไม่แยกออกจากกันอย่างเด็ดขาด ในความหมายก็คือ สิ่งทั้งสองคือความสมบูรณ์ของกันและกัน สิ่งใดสิ่งหนึ่งจะอยู่โดยปราศจากอีกสิ่งหนึ่งไม่ได้ เพราะทั้งสองเป็นสิ่งหนักที่ท่านศาสดา (ศ็อล ฯ) กล่าวไว้เคียงข้างกัน ความสัมพันธ์ของทั้งสองตำแหน่งคือ คำพูดและการกระทำของอะฮ์ลุลบัยต์ต้องเหมือนกับคำพูดของท่านศาสดา (ศ็อล ฯ) คือเป็นฮุจญัต (ข้อพิสูจน์อันชัดแจ้ง) ณ อัลลอฮ (ซบ.) และประชาชาติทั้งหลาย

 

ขอขอบคุณเว็บไซต์อัชชีอะฮ์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กรุณาแสดงความคิดเห็นด้วย

ความคิดเห็นของผู้ใช้งานทั้งหลาย

ไม่่มีความคิดเห็น
*
*

เว็บไซต์ อิมาม อัลฮะซะนัยน์ (อลัยฮิมัสลาม)เพื่อคุณค่าและสารธรรมอิสลาม